วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ เมื่อเสียงนิ้งหน่องดังขึ้น

เรื่อง : โค้ก อลงกรณ์

 

เมื่อเสียงนิ้งหน่องดังขึ้น

 

นิ้งหน่อง!

          พอเสียงนี้ดังขึ้นรู้ได้ทันทีเลยว่ามีแขกมาเยือน บริเวณนอกชานกุฏิหลวงพ่อมักมีอาคันตุกะ มาเยี่ยมอยู่เสมอ แขกที่มาเยือนจนเป็นขาประจำก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เจ้านกกะรางหัวขาวที่หลวงพ่อ เคยปล่อยไว้เมื่อครั้งก่อน ๆ

          นกขนสีน้ำตาลอมแดงที่มีขนสีขาวบนหัว และทาอายแชโด้สีดำที่ขอบตาทั้งสองเป็นนกที่ คุ้นเคยกับคนง่ายมาก เมื่อหลวงพ่อปล่อยไปแต่ละครั้งก็มักหาทำเลเหมาะ ๆ อาศัยอยู่ภายในวัด และมักจะยกูงพาครอบครัวมาวนเวียนเยี่ยมหลวงพ่อที่กุฏิ

          เมื่อแขกมาเยือนพวกเราก็ต้องทำการต้อนรับ แล้วแขกก็เริ่มติดใจเศษขนมปังที่ช่วยกันหา มาให้จนมาเยี่ยมกันเป็นประจำทุกวัน จนเป็นที่รู้กันว่าคราใดที่รู้สึกหิวก็จะพากันมากดนิ้งหน่อง

          ความจริงนกูงนี้แค่มายืนออกัน แล้วใช้จะงอยปากเคาะกอก! กอก! ที่หน้าประตูเพียงเท่านั้น แต่ผมกลับรู้สึกว่าเสียงกอก ๆ นี้มีพลังและดังเหมือนกับมีใครมากดออดหน้าบ้าน นิ้งหน่อง! นิ้งหน่อง! เพราะว่าหลายครั้งที่แอบซุ่มดูอยู่ในห้อง เพราะอยากรู้ว่าเจ้านกน้อยจะทำอย่างไร เมื่อมันกดออด แล้วยังไม่มีใครออกมาเอาอาหารให้

          ว่าแล้วมันจึงช่วยกันส่งเสียงเจียวจาวจนดังเข้าไปในกุฏิ จนหลวงพ่อต้องเอ่ยปากบอกให้ พวกเราออกไปต้อนรับ

          จนในที่สุดนอกชานเป็นเหมือนโรงทานเล็ก ๆ ไปโดยปริยาย

นิ้งหน่อง!

          ดังขึ้นอีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่ได้หิว พวกนกยกูงมาเอะอะโวยวายจนแสบแก้วหู เกิดอะไรขึ้น แม้ฟังภาษานกไม่ออก แต่ก็พอเข้าใจได้ว่า มันกำลังมาฟ้องร้องขอความเป็นธรรม เพราะถูกไก่เบียดเบียน

          ฝูงไก่จากที่คุ้ยเขี่ยตามพื้นดิน เมื่อมาพบอาหารนกบนนอกชานก็เลยถือโอกาสจัดการเสียเกลี้ยง

          เมื่อนกกลับมาเห็นว่าอาหารของตนถูกแย่ง จึงทำการมากดนิ้งหน่องขอความเป็นธรรม

          เอ้กอีเอ้กเอ้ก เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าขันสำหรับไก่ แต่ไม่ใช่เรื่องจิบ ๆสำหรับนกแน่นอน

          ขึ้นชื่อว่าชีวิต ย่อมมีผู้ที่แข็งแรง ผู้ที่อ่อนแอ มีเอาเปรียบและเสียเปรียบ มีโกง มีโดนรังแกมีสารพัดเรื่องที่จะหมุนเวียนเข้ามาเยือนไม่รู้จบ

          เมื่อเสียงนิ้งหน่องดังขึ้นครั้งต่อไปจึงยากที่จะคาดเดาว่า จะเป็นเรื่องของนก หรือเรื่องของไก่ หรือเรื่องอะไรที่จะมาเยือนที่หน้าประตู ชีวิตคนเราก็เช่นเดียวกัน

นิ้งหน่อง!

          เป็นใครก็ต้องตกใจ เมื่อเปิดออกไปแล้วพบว่าแขกที่มาเยือน คือ มัจจุราช!

          เมื่อไม่นานมานี้นัก ร้างบารมีรุ่นพี่ท่านหนึ่งปวยหนักและหลังจากคุณหมอตรวจเช็กแล้ว ก็ได้ข้อสรุปว่า เธอจะมีชีวิตอยู่อีกไม่นาน โอกาสที่จะสร้างบารมียืนยาวเหมือนคนอื่นกำลังจะสิ้นสุดลง มัจจุราชมายืนรอแล้วที่หน้าประตู

          นับเป็นจุดล่อแหลมของชีวิตและเป็นวิกตที่จู่โจมไม่ให้ตั้งตัว

นิ้งหน่อง!

          ที่นอกชานตอนนี้มีแขกแปลกหน้ามาเยือนอีกแล้ว เขาแนะนำตัวว่าชื่อ "วิกต" ที่ตอนนี้ ชีวิตถูกแย่งชิงอาหารไปส่วนอีกายบอกว่าชื่อ "โอกาส" ที่กำลังพึงพอใจเมื่อได้พบแหล่งอาหารแห่งใหม่

          นี่แสดงว่าทั้งวิกตและโอกาสมาเยือนพร้อมกัน

          ผมนึกทบทวนตอนที่เปดประตูทันที ผมเห็นอะไรก่อน อะไรหลัง วิกตหรือโอกาส

          ถ้าเห็นวิกตก่อน แล้วปล่อยให้เข้ามาเยือนข้างใน เราก็คงทุกข์ใจจนสาหั กว่าจะรู้ว่ามีโอกาสดี ๆ ถูกบังและรออยู่ข้างหลัง

          แต่ถ้าเห็นโอกาสที่ยืนอยู่ข้างหน้าก่อน เราจะได้ไม่ประมาทและเตรียมใจเผื่อไว้ว่ายังมีวิกตตามหลังมาติด ๆ อยู่เหมือนกัน

          หรือถ้าหากเปดมาพบเจอทั้ง องพร้อม ๆ กัน เราก็จะตัดสินใจเองว่าจะเปดประตูต้อนรับ ให้สิ่งใดเข้ามาเยือน

          ถ้าในร้ายมีสิ่งที่ดีซ่อนอยู่ โอกาสดี ๆ ย่อมมีอยู่ในยามวิกตเช่นกัน

         แล้วสิ่งดี ๆ ก็มีจริง ๆ ต่อมารุ่นพี่นัก ร้างบารมีที่ปวยได้รับคำชี้แนะจากหลวงพ่อในหลาย ๆ เรื่อง เรื่องสำคัญและน่า นใจที่สุดเรื่องหนึ่งสำหรับผมน่าจะเป็นการได้รู้จักมองหาโอกาสดี จากวิกตครั้งนี้ให้เจอ

         โรคภัยไข้เจ็บย่อมเกิดขึ้นกับทุกคนเป็นเรื่องปกติธรรมดา และการลาจากโลกนี้ไปก็เป็นเรื่อง ที่ปกติไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ พิจารณาแล้วก็เป็นจริงตามที่หลวงพ่อบอก ว่าตรงนี้ยังไม่ใช่วิกตชีวิตคนเรา

          หลวงพ่อบอกว่า การที่ใจยังไม่มีที่พึ่ง ยังเข้าไม่ถึงดวงใสๆ องค์พระใสๆ ใจยังไม่นิ่งแน่น มั่นคงกับองค์พระภายในนี้ต่างหาก คือวิกตที่แท้จริงของชีวิต

          ยามที่เวลาเหลืออยู่จำกัดนี้ถ้าผมเป็นเธอ ผมต้องคิดแล้วว่าจะให้เวลาช่วงสุดท้ายที่มีค่า ที่สุดนี้หมดไปกับความกังวล ทุกข์ใจ หรือรีบหยุดนิ่งเข้าให้ถึงที่พึ่งองค์พระใสๆ ภายในให้ได้ หรือ หมดไปกับอะไร

          นี่อาจเป็นโอกาสเดียวและเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่จะได้ตั้งใจทำความเพียรสิ่งที่ต้องทำ คือ ตัดความวิตกทิ้งออกไป และทำให้ได้อย่างที่หลวงพ่อบอก ให้ความรู้สึกของเราเลยขีดความกลัวตาย ต่ำกว่าขีด เท่ากับขีด หรือสุดขีดก็ยังใช้ไม่ได้ ต้องเลยกว่าขีดเท่านั้น

          แล้วเธอก็ตัดทิ้งทุกอย่างหมดเกลี้ยงอย่างง่ายดาย ซึ่งก่อนนี้ยามที่แข็งแรงเป็นปกติกลับทำไม่ได้ เธอจึงตั้งใจมุ่งเข้ากลางเพื่อเข้าถึงองค์พระภายในอย่างเดียว

          นี่คือ โอกาสที่เธอค้นพบ แล้วใช้โอกาสนี้พาตัวเองให้พ้นวิกตที่แท้จริง หลังจากนั้นกายที่ ปวยจะว่าอย่างไรก็เป็นเรื่องของหมอ แต่สำหรับเธอมีที่พึ่งแล้ว

          นึกเทียบกัน ชีวิตของใครกันแน่ที่ตอนนี้ยังตกอยู่ในช่วงวิกต เธอผู้ปวยหรือเราผู้ มบูรณ์แข็งแรง

          คงจะอันตรายมากที่สุดหากตกอยู่ในภาวะวิกตแล้วเจ้าของชีวิตไม่รู้ตัว

นิ้งหน่อง!

          ตอนนี้ที่นอกชานมีแขกมาเยือนเพื่อขออาหารเต็มไปหมด นอกจากนกกะรางและไก่แล้วยังมีนกยูง กระรอก และนกกางเขนด้วย

          แล้วทุกชีวิตมีโอกาสดี ๆ เท่าเทียมกัน นกยูงกับไก่ พวกเรานำเอาข้าวเปลือกให้จิกกินข้างล่าง ส่วนนกกะรางและนกกางเขนจัดให้ไว้บนนอกชานส่วนของกระรอกได้ผูกกระปองติดกับต้นไม้ให้ไต่ลงมากิน

นิ้งหน่อง!

          เสียงนิ้งหน่องดังขึ้นอีกแล้ว และคงจะดังอยู่เรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ

          เมื่อเสียงนิ้งหน่องดังขึ้น ตั้งหลักใจให้มั่นคง ไม่ดีใจจนลิงโลด หรือเสียใจจนฟูมฟายให้ ติอยู่กับตัวเสียก่อน แล้วจึงค่อยเปดประตูออกไปพร้อมกับรอยยิ้ม

          ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ที่จะเข้ามา ยิ้มให้กับตัวเองมองหาโอกาสดี ๆ ให้เจอ แล้วจากนั้นก็ยิ้มต้อนรับเชื้อเชิญให้เข้ามาเยือนชีวิตอย่างสุขใจ

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -