วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ ตามหลวงพ่อ เส้นทางสร้างบารมี พระครูปลัดภูเบศ ฌานาภิญฺโญ บางสิ่งที่ใส่ลงไป

เรื่อง : โค้ก อลงกรณ์

 

ตามหลวงพ่อ >> เส้นทางสร้างบารมี >> พระครูปลัดภูเบศ ฌานาภิญฺโญ >> บางสิ่งที่ใส่ลงไป 

             "สมัยนั้นโบสถ์ยังเป็นเนินดินอยู่ ข้างโบสถ์ก็ยังไม่มีอะไรเลย" พระครูปลัดภูเบศ ฌานาภิญฺโญ พระมหาเถระรุ่นบุกเบิกของวัดพระธรรมกายได้เมตตาย้อนบรรยากาศการสร้างวัดให้ฟัง



 

บางสิ่งที่ใส่ลงไป >> ต้นกล้วยต้านพายุ

ช่วงที่กำลังทำถนนกันอยู่บริเวณหน้าประชาสัมพันธ์หินอ่อน ตอนนั้นราวเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงพายุฤดูร้อนเข้า ทั้งลมและฝนกระหน่ำลงมา

             "พอพายุมาพวกช่างก็รีบเข้าที่ร่มหลบพายุฝนกัน หลวงพี่ก็เข้าไปหลบฝนด้วย ก็ไปอยู่ ข้าง ๆ เขา"

             จากนั้นสักพักเสียงเชียร์ของคนงานก็ดังขึ้น "แรงอีกหน่อยหนึ่ง ๆ" ต้นกล้วยที่อยู่ริมตลิ่งเอนต้นลงเรื่อย ๆ ตามแรงลมพายุ คนงานต่างก็ลุ้นพร้อมกับส่งใจเชียร์พายุให้พัดแรงขึ้น ๆ

             เสียงเชียร์ดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่ต้นกล้วยก็ไม่ยอมแพ้ พยายามยืนสู้ต้านพายุอยู่อย่างนั้น เมื่อพายุอ่อนตัวลง กล้วยก็ตั้งลำต้นกลับขึ้นมาเหมือนเดิม สักพักพายุพัดมาอีกระลอกทั้งหนักและแรงกว่าเดิม ต้นกล้วยเอนลงจนแทบขนานกับพื้นดิน เสียงเชียร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

             เมื่อสุดที่จะต้านทานได้ ในที่สุดต้นกล้วยก็เลยถูกถอนรากล้มฟาดลงกับพื้น

             หลวงพี่เล่าว่า "ทุกคนปรบมือชอบใจ เสียง เฮ! จากหัวหน้าคนงานที่ชื่อบุญช่วยดังกว่าเพื่อน"

             เมื่อพายุสงบ ท้องฟ้าก็เรี่มมืดแล้ว ทุกคนก็เก็บงานแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน พอวันรุ่งขึ้นทุกคนก็มาเข้างานทำถนนกันต่อ เมื่อหลวงพี่เห็นว่ามีบางคนหายไปจึงถามคนงานว่า "วันนี้ บุญช่วยไปไหน"

             "ไม่มาครับ" ทุกคนมองหน้ากันแล้วก็ยี้ม

             "ทำไม?"

             "กำลังซ่อมบ้านอยู่ครับ ลมพายุเมื่อวานนี้หอบทั้งหลังคาทั้งฝาบ้านของบุญช่วยไปหมดเลย"

             เขาหายไปประมาณ ๓ วันก็กลับมา "บุญช่วย ทำไมเพี่งกลับมา?"

             เขาหัวเราะแหะ ๆ บอกกับหลวงพี่ว่า "ผมมัวแต่ทำหลังคาใหม่ ฝาบ้านใหม่ ซ่อมบ้านอยู่ครับ"

             "ทำไมล่ะ"

             "ลมพายุหอบหลังคาบ้านผมไปครับ"

             "ลมพายุที่ไหน?"

             "ก็วันนั้นแหละครับ"

บางสิ่งที่ใส่เข้าไปไม่ว่าจะเป็นความคึกคะนอง ความมันส์สะใจ บางทีเราก็ลืมคีดถึงอีกด้านหนึ่งว่า สิ่งนั้นมีโอกาสจะย้อนกลับมาหาเราเช่นกัน

             ในขณะที่กำลังสนุกกับบางอย่าง อย่าลืมว่า "กฎแห่งกรรม" นั้นมีอยู่

 

บางสิ่งที่ใส่ลงไป >> คนตอกเป๊ก

"ช่วงที่มีการตอกเสาเข็มจะต้องตั้งไม้แบบกันก่อน" หลวงพี่อธิบายถึงการตั้งไม้แบบว่า จะนำ ไม้กระบากมาตั้งเป็นไม้แบบ จากนั้นก็นำเหล็กยาวประมาณ ๔๐ ซม. เอาไปเผาปลายให้มันแข็ง แล้วก็ทำให้แหลม จากนั้นก็จะเอามาตอกเป็นเป็กยึด เพื่อให้ไม้แบบมั่นคงนี่งอยู่กับที่ไม่ให้ล้มลงมา เวลาที่เทปูนลงไปจะได้ไม่เคลื่อนเลื่อนออกจากตำแหน่งที่ตั้ง

             "แล้วเขาจะใช้ค้อนปอนด์ยาวประมาณ ๑ เมตรมาตอกเป๊ก ที่หัวค้อนปอนด์จะเป็นตุ้มใหญ่ ที่มีน้ำหนักมาก เวลาตอกต้องออกแรงยกแล้วที้งน้ำหนักทุ่มลงไปพร้อมกับค้อน งานนี้จึงเป็น อีกงานที่หนักและเหนื่อยเพราะต้องใช้พลังมาก

             "เวลาที่ตอกตามลำพังคนเดียวมันจะช้า ก็จะต้องให้อีกคนมาช่วยกันตอกลงไป คนแรกตีลงไปปั๊บ คนที่ ๒ ตีตาม สลับกันไปต่อเนื่องเช่นนี้ ถ้าชำนาญมาก ๆ ก็ให้ ๓ คนช่วยกัน เสียงตีจะดังเป๊ก ๆ ๆ ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ซึ่งแต่ละคนเขาจะรู้จังหวะค้อน พอตีเข้าขากันมันจะเป็นจังหวะที่สนุกมาก"

             งานบางอย่างถ้าทำคนเดียวมันทั้งหนัก เหนื่อย และน่าเบื่อ แต่เมื่อใส่จังหวะอารมณ์เข้าไปในการทำงาน นอกจากจะทำให้งานสนุกและเสร็จเร็วขึ้นแล้ว ยังสามารถทำให้เราทำงานเป็นทีมได้ดีมากด้วย

 

บางสิ่งที่ใส่ลงไป >> คนเก็บขยะ

ครั้งหนึ่งที่หลวงพี่ท่านได้ไปดูการจัดระบบงานด้านต่าง ๆ ที่สวนสนุกในต่างประเทศ ท่านเล่าว่าทุกอย่างในนั้นเขาจะทำให้เป็นเรื่องที่สนุกเพลิดเพลินไปหมด ทุกอย่างที่ทำลงไปจึงออกมาน่าดูแม้แต่เรื่องของการเก็บกวาดขยะ

             "ทันทีที่มีคนที้งเศษกระดาษ หรือว่านักท่องเที่ยวที้งขยะลงที่พื้น ไม่รู้ว่าคนเก็บขยะโผล่มาจากที่ไหน เขาจะเข้ามาเก็บขยะนั้นทันที เขาจะมีกระป๋องใบหนึ่งแล้วก็มีไม้กวาด เขาแค่กระดกนิดเดียวฝามันก็เปิดแล้ว จากนั้นก็เขี่ยเศษกระดาษเข้าไป"

             "หรืออย่างเวลาที่ม้าออกมาเดินตามถนนในสวนสนุกแห่งนั้น ม้าพออยากอึมันก็อึ พอม้าอึลงพื้นปั๊บ ไม่รู้ว่าคนโผล่มาจากไหน ว่องไวมาก เขารีบเข้ามาเก็บกวาดทันที"

             "ตอนที่เขากวาด เขาไม่ได้เก็บกวาดแบบเรา เขาจะมีลีลาเหีนคล้าย ๆ เต้นรำ ลีลาเหมือนนก เหมือนหงส์ที่กำลังเหีนลม เหมือนผีเสื้อที่โฉบดอกไม้ แค่เขาบิดข้อมือพลิกไปพลิกมาแล้วหมุนตัวพร้อมกับควงอุปกรณ์ในมือไปด้วย ปัดเข้าไปในถังขยะ กิริยาท่าทางที่เห็นมันมีลีลาที่พลิ้วไหวชวนดู ดูแล้วงามเพลิดเพลิน"

             บางสิ่งที่ใส่ลงไป ทั้งลีลา ศีลปะ และอารมณ์ เมื่อใส่เข้าไปแล้ว งานที่คนไม่ชอบทำ งานที่ คนส่วนใหญ่รังเกียจว่าต่ำต้อย ก็กลายเป็นสิ่งที่น่าดูและงดงามขึ้นมาได้

 

 

บางสิ่งที่ใส่ลงไป >> น้ำส้ม ๑ แก้ว

เวลาที่ทำงานเหนื่อย ๆ อยู่ในพื้นที่กลางแดดเปรี้ยง ๆ อย่างงานคุมแทรกเตอร์ พอเวลาล่วงเลยไปถึงบ่าย ๔ โมงกว่า ท่านเริ่มกระหายน้ำมาก แต่ไม่มีเวลาปลีกตัวออกมา เพราะงานยังติดพันอยู่ คุณยายจะให้เด็กในครัวนำน้ำปานะมาถวายถึงสนามในพื้นที่เลย

             "พอได้ฉันน้ำส้มคั้น มันชื่นใจมาก ยังไม่ต้องแวะเข้ามาพักหรอก ทำให้หลวงพี่ลุยงานต่อได้จนมืดเลย"

             "น้ำส้ม ๑ แก้วตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนั้นพื้นที่ยังเป็นท้องนา ต้นไม้แทบจะหาไม่ได้เลยสักต้น เปลวแดดจากพื้นดีนเป็นไอลอยขึ้นมาเลย ซึ่งต่างกันมากกับตอนนี้ที่มีแต่ความร่มรื่น"

             สมัยก่อนนั้นยังไม่มีความพร้อมในด้านใดเลยนอกจากด้านของจิตใจ ไม่มีตู้เย็น ไม่มีน้ำแข็ง ไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ส้มที่คั้นแบบสด ๆ ๑ แก้วกลางแดดเปรี้ยง ๆ ในตอนบ่าย ๔ โมงกว่า สามารถเข้าไปช่วยดับร้อน ดับความกระหาย เรียกความสดชื่นกลับคืนขึ้นมาได้เป็นอย่างดี

             นอกจากความสดชื่นที่ได้รับมาพร้อมกับน้ำส้มแก้วนี้แล้ว หลวงพี่ท่านรู้สึกซาบซึ้งถึงน้ำใจของคุณยาย "คุณยายท่านเห็นนะ เราทุกคนอยู่ในสายตาของคุณยายตลอด เราทำงานกันเหนื่อย คุณยายท่านก็เห็นตลอด เห็นว่าเราล้า เราขาดแคลน และเรายังไม่ได้พัก"

             น้ำส้มแก้วเดียวกัน น้ำส้มเหมือนกัน แต่รสชาติไม่เหมือนกัน

             คุณค่าก็ไม่เหมือน

             ชื่นใจก็ไม่เหมือนกัน

             ซึ้งน้ำใจก็ไม่เหมือนกัน

 

บางสิ่งที่ใส่ลงไป >> เจ้าของวัด

เมื่อได้รับมอบหมายงานจากหลวงพ่อแล้ว หลวงพี่ทุกรูปในวัดจะลุยงานไปข้างหน้า โดยที่คุณยายท่านจะเป็นคนเก็บตามหลังให้อีกที โดยที่ท่านจะช่วยดูในเรื่องความเรียบร้อย มีอะไรตกหล่นหรือไม่ ท่านจะช่วยเก็บละเอียดให้เป็นคนสุดท้าย

             วันหนึ่งคุณยายท่านเดินไปเจอลวดผูกเหล็กเบอร์ ๑๘ มีความยาวประมาณ ๒๕ ซม. ลวดนี้ คนรดน้ำต้นไม้ไปขอมาจากที่ก่อสร้าง เขาเอามาใช้รัดสายยางโดยใช้คีมขันรัดข้อต่อให้แน่น จากนั้นก็ลากสายยางไปฉีดรดน้ำต้นไม้ พอเขารดน้ำเสร็จ ทั้งคีมและลวดที่เหลืออยู่เป็นมัด มันก็ยังอยู่ในสนาม ซุกตัวอยู่ในที่ลับตาคน คุณยายท่านไปเจอเข้า ท่านก็เก็บเอามา

             ตกเย็นหลังเลิกงานแล้วประมาณ ๕ โมงครึ่ง ต่างก็มานั่งล้อมวงฉันน้ำปานะกัน คุณยาย ท่านก็เดินเข้ามาพูดคุยด้วย โดยเริ่มปรารภขึ้นว่า "คนทำงานนั้นมีเยอะ คนรับผิดชอบงานนั้นมีน้อย"

             จากนั้นท่านก็เล่าให้ฟังว่า "วันนี้ยายไปเจอลวดผูกเหล็กมา ใช้เสร็จแล้วทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ แบบนี้ไม่ได้ นี่เป็นสมบัติของพระศาสนา มีคิมผูกเหล็ก มีลวดผูกเหล็กด้วย"

             แล้วท่านก็เล่าถึงจุดที่ท่านเดินไปเจอว่าอยู่ตรงไหนในสนามหญ้า แล้วก็หันมามองหน้า

             หลวงพี่รีบรับทันทีว่า "ครับยาย" เรื่องนี้ทำให้ได้คิดเลยว่า สนามหญ้ากว้างใหญ่ขนาดนั้น คุณยายท่านยังตามไปดู ไปพบเจอลวดเส้นเล็ก ๆ เรื่องแค่นี้ยังไม่หลุดจากสายตายาย นี่ก็แสดงว่า คุณยายท่านตามอยู่ข้างหลังเราทุกคนตลอดเวลา

             เมื่อฉันน้ำปานะเสร็จ หลวงพี่ท่านจึงรีบไปดูแล้วก็รู้ว่า แม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องของหน่วยงานที่ดูแลเรื่องต้นไม้ แต่หลวงพี่ก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย

บางสิ่งที่ควรใส่เพิ่มลงไปในการทำงาน นั่นคือความรู้สึกเป็นเจ้าของบ้าน-เจ้าของวัดร่วมกัน

             ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างในวัดเราจึงควรรู้สึกว่าเป็นของเรา เป็นของพวกเราทุกคน

             "ทั้งลวดผูกเหล็กกับคีมนี้ เขาก็ไปเบิกมาจากสโตร์ของหลวงพี่ เมื่อเบิกไปแล้วเขาเกิดขาดความรับผิดชอบ พอเกิดอะไรขึ้นมา หลวงพี่จะโยนหรือปัดความผิดไปที่ไหนไม่ได้

             "เลยต้องมาย้ำกับคนดูแลสโตร์ของหลวงพี่ว่า เวลาใครมาเบิกของ ต้องกำชับให้เขาช่วยดูแล สมบัติพระศาสนาด้วย แม้ว่าคนนั้นจะเป็นหน่วยงานอื่นก็ตาม เราทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแลรักษา"

             ความเป็นเจ้าของบ้าน-เจ้าของวัดเมื่อใส่ลงไป ทำให้ภาพที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นภาพของ วัดพระธรรมกาย ภาพของหลวงพ่อ ภาพของหมู่คณะ หรือภาพของพวกเราทุกคน ที่ได้มา ปักหลักร่วมสร้างที่นี่ สู้ที่นี่ โตที่นี่ ทุกข์และสุขด้วยกันที่นี่ เหนื่อยก็เหนื่อยด้วยกัน เมื่อถึงเส้นชัยก็ถึงเส้นชัยพร้อมกัน ล้วนแต่เป็นภาพที่สูงค่าและงดงาม

 

บางสิ่งที่ใส่ลงไป >> การสร้างบารมี

"ตลอดการเดินทางกว่าจะถึงเป้าหมายของพวกเรา ต้องบอกเลยว่ามันยาวนาน แล้วก็ทั้งหนักและเหนื่อย แต่ว่าภายใต้ผู้นำที่มีความสามารถ มีศีลปะ มีอารมณ์สนุก มีวิสัยทัศน์แบบหลวงพ่อของพวกเรานี้ เราทุกคนจะรู้สึกสนุกตามไปด้วย"

             ไม่ว่าเราจะใส่การสังเกต / ใส่ความสนุก / ใส่จังหวะ ลีลา / ใส่อารมณ์ขัน / ใส่ความเบิกบานใจ / ใส่ความรับผิดชอบ / ใส่ความเป็นเจ้าของบ้าน-เจ้าของวัด / ใส่จิตใจที่เป็นบุญกุศล / ใส่ความรัก ความห่วงใย / ใส่ความเมตตา / ใส่ความสามัคคี / ใส่ความเป็นทีม / ใส่เป้าหมาย / ใส่อุดมการณ์ / ใส่ความพยายาม / ใส่ความอดทน / ใส่...บางสิ่งลงไป

             งานที่ว่าหนักมากจริง ๆ ก็เบาลงไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่ง

             ศักยภาพที่มีอยู่ในตัวของเราแต่ละคน จะถูกเค้นออกมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

             ทุกสิ่งที่เราเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือเป็นเรื่องที่ต่ำต้อย ย่อมกลายเป็นสี่งที่สูงค่าขึ้นมาทันที

             บางสิ่งเมื่อใส่ลงไป >> สิ่งนั้นยิ่งใหญ่เสมอ

.................................................................................

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร