วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ จุดจบแห่งความต่าง จุดสว่างแห่งความเหมือน

บทความพิเศษ
เรื่อง : ธัมมยันตรี

 



 

จุดจบแห่งความต่าง
จุดสว่างแห่งความแหมือน
งานประชุมศาสนิกสัมพันธ์ ณ เมืองโจฮันเนสเบิร์ก

 

 

 

 

          แอฟริกาใต้ (South Africa) คือผืนแผ่นดินแห่งความหวังที่ผู้คนต่างเชื้อชาติ ต่างสีผิว ต้องมาอยู่ร่วมกัน นับตั้งแต่ชนเผ่าเจ้าของถิ่นไปจนถึงชาวเมืองหน้าใหม่ที่หลั่งไหลเข้ามาในยุคล่าอาณานิคม

          แม้จะใช้ชิวิตอยู่ร่วมกันในหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่ผลลัพธ์จากการมองเห็นความต่างระหว่างกันได้นำไปสู่ความขัดแย้งมากมาย คนกลุ่มหนึ่งได้อภิสิทธิ์เหลือล้น แต่อีกกลุ่มหนึ่งกลับไร้การเหลียวแลเหมือนไม่ใช่พลเมือง ท้ายที่สุดทุกคนจึงเข้าใจดีว่า รสชาติแห่งความต่างมันเข็ดขมเพียงใด

          บทเรียนที่ผ่านมาทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ระบุให้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันในทุกๆ ด้าน แม้กระทั่งการนับถือศาสนาอย่างเสรี เสมือนเปิดทางให้ผู้คนเริ่มต้นแสวงหาวิธีที่จะมองเห็นความเหมือนระหว่างกันบ้าง ในปัจจุบันจึงมีกลุ่มศาสนาในแอฟริกาใต้มากมาย และหนึ่งในศาสนา ซึ่งมีหลายนิกายเข้ามาเผยแผ่และได้รับการยอมรับนับถือเป็นอย่างดี คือ นิกายวัชรยาน จากทิเบต นิกายมหายาน จากไต้หวัน และนิกายเถรวาทจากประเทศไทย ซึ่งเป็นน้องใหม่ล่าสุดเมื่อ ๕ ปีที่ผ่านมา

          ส่วนหนึ่งที่ทำให้ความนิยมพุ่งสูง อาจเป็นดั่งที่พระภาวนาวิริยคุณ (หลวงพ่อทัตตชีโว) เคยกล่าวไว้ว่า ถึงแม้พุทธศาสนาจะมีนิกายต่างกันอย่างไร แต่จากประวัติศาสตร์ก็ไม่เคยทะเลาะ ไม่เคยรบราฆ่าฟันกันเอง สื่อให้เห็นถึงหลักคำสอนที่พร้อมจะหล่อหลอมให้ผู้ที่เข้ามาได้รู้จักกับสันติภาพ

          นอกจากคำสอนอันล้ำค่าของพุทธศาสนาแล้ว ศาสนาบาไฮเป็นอีกหนึ่งศาสนาที่ต้องการเห็นความเป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้จิตวิญญาณที่งดงามทางศูนย์ศาสนาไฮประจำแอฟริกาใต้ จึงได้เชิญตัวแทนจากทุกๆ ศาสนา ให้มารวมตัวกันในลักษณะ “การประชุมศาสนิกสัมพันธ์” ภายใต้หัวข้อ “เราทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน” (We Are One) เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ที่ผ่านมา

          ในงานวันนั้น ตัวแทนกลุ่มศาสนาต่างออกมานำเสนอหลักคำสอนในศาสนาของตน ที่สนับสนุนแนวคิด We Are One โดยให้เวลาศาสนาละ ๓๐ นาที โดยมีตัวแทนศาสนาต่างๆ ดังนี้
          
        ๑.กลุ่มศาสนาอิสลาม หรือ ซูฟี (Sufi
๒. กลุ่มศาสนาบาไฮ (Baha’i๓. กลุ่มศาสนาพุทธ โดยวัดพระธรรมกายโจฮันเนสเบิร์ก ๔. กลุ่มสหพันธ์สันติภาพ หรือ UPF ของท่านซันเมียงมูนจากเกาหลีเหนือ ๕.กลุ่มศาสนาฮินดู โดยนักบวชฮินดู ๖.กลุ่มศาสนาคริสต์ โดยบาทหลวงคริสต์ ๗. กลุ่มศรีสัตยาไสของท่านไสบาบา
          
          ทุกศาสนาได้นำเสนอความเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างกลมกลืนสมานฉันท์ ผ่านทาง (๑) ปาฐกถา (๒) บทละคร (๓) บทเพลง (๔) บทกวี (๕) วีดีทัศน์
          
          ส่วนกลุ่มศาสนาพุทธของเรา ได้นำเสนอมิวสิกวิดีโอ เพื่อยืนยันความเป็นหนึ่งของมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ ด้วยบทเพลงภาษาอังกฤษจาก DMC “อาณาจักรพระเจ้าอยู่ในตัวคุณ”
          
           เมื่อผู้ฟัง ๒๐๐ กว่าคน เข้าใจกันตามนี้แล้วว่า อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคน พระอาจารย์จึงลงมือชักชวนให้ทุกคนนั่งหลับตา แล้วดำเนินใจเข้าสู่ศูนย์กลางกาย เพื่อค้นหาความเหมือนภายในที่มีอยู่แล้วในตัวเราทุกๆ คน

 

 

          กลุ่มศาสนาพุทธิเป็นกลุ่มเดียวที่นำเสนอความเป็นหนึ่งเดียวบนโลกใบนี้ ท่ามกลางความเงียบสงบด้วยสันติสุขภายใน และเมื่อทุกคนลืมตาขึ้นมาจากสมาธิ ทุกคนได้พบกับความเป็นพี่น้องกันด้วยจิตที่ประกอบด้วยความรักและความปรารถนาดีต่อกัน มองเห็นความเหมือนได้มากกว่าความแตกต่าง ซึ่งพิธีกรได้กล่าวเสริมว่า กลุ่มศาสนาพุทธพูดถึง Concept การสร้างสันติภาพโลกด้วยสันติสุขภายในได้อย่างฉลาดหลักแหลมมาก

 

 

          ในโอกาสนี้ พระอาจาย์ได้อธิบายว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือ Lord Buddha เป็นผู้ที่หมดกิเลส และจากการตรัสรู้ธรรม พระองค์ได้ไปเห็น “กฏแห่งกรรม” หรือ Law of Kamma ที่มีอยู่แล้วในโลก แต่ว่าสรรพสัตว์ไม่รู้ความลับอันซับซ้อนของกฏแห่งกรรม จึงต้องตกอยู่ในวังวนของการเวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่รู้จักจบสิ้น พระปัญญาของพระองค์ทีได้ไปรู้ความลับของกฏแห่งกรรมเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

          ปิดท้าย พระอาจารย์ได้เปิดวิดีโอวันวิสาขบูชาซึ่งจัดขึ้นที่วัดพระธรรมกายโจฮันเนสเบิร์ก เมื่อวันอังคารที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งเน้นย้ำถึงความยิ่งใหญ่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้ไปล่วงรู้ความลับของกฏแห่งกรรม

          ก่อนจากกันวันนั้น พบว่ามีผู้สนใจจะเข้าไปทำงานร่วมกับวัดพระธรรมกายโจฮันเนสเบิร์กและยังมีอีกหลายคนจากต่างความเชื่อ ต้องการจะไปปฏิบัติธรรมในวันอาทิตย์ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมด้วย จึงนับเป็นความสำเร็จอีกครั้งที่ชาวพุทธสามารถชี้ให้เห็นว่า โลกใบนี้ยังมีความดีสากลหลงเหลืออยู่ หากคนทุกเชื้อชาติ ศาสนา นำสมาธิมาเป็นจุดร่วม สันติภาพของโลกก็คงไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร