วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ แนวทางการดำเนินชีวิตให้ประสบ ความสำเร็จของชาวพุทธเป็นอย่างไร?

หลวงพ่อตอบปัญหา
เรื่อง : พระราชภาวนาจารย์ (หลวงพ่อทัตตชีโว)

 

 

แนวทางการดำเนินชีวิตให้ประสบ
ความสำเร็จของชาวพุทธเป็นอย่างไร?


ANSWER
คำตอบ

 

     มนุษย์ทุกคนต่างก็หวังที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยกันทั้งนั้น แต่การจะดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จได้ มีหลักปฏิบัติเบื้องต้น ๒ ประการ คือ


    ประการแรก ต้องแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง 
    ประการสอง ดำเนินชีวิตไปตามเส้นทางที่ถูกต้องที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ 
   การจะแก้ไขตนเองต้องเริ่มแก้ไขที่ใจ ใจบกพร่องเพราะมักทำไปตามอำนาจกิเลส คือ        ถูกชักจูงให้ทำผิดด้วยอำนาจของโลภ โกรธ หลง มีผลทำให้ชีวิตพบกับความทุกข์และอุปสรรค        ต่าง ๆ 


    การแก้ไขที่ใจจึงต้องวางเป้าหมายไว้ที่การนำใจกลับมาอยู่กับธรรมะ ซึ่งเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์มีอยู่ภายในตัวมนุษย์ทุกคน 


    ธรรมะภายในจะเข้าถึงได้เมื่อใจหยุดใจนิ่ง เมื่อเข้าถึงธรรมแล้ว ก็อาศัยอานุภาพของธรรมะขจัดกิเลสออกไปจากใจ 


    ใจที่สว่างไสวด้วยแสงแห่งธรรม จึงจะรู้เห็น คิด พูด ทำ ไปในทางที่ถูกต้อง เหมาะสม       ดีงาม ก่อให้เกิดความสำเร็จในชีวิตทุกช่วงตอน

 

ทำอย่างไรใจจะเข้าถึงธรรม?


    ใจ ของพุทธศาสนิกชนต้องมี ศรัทธา คือ เชื่อพระปัญญาการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธ-เจ้า เพราะพระองค์ทรงเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ เพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดี รู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกผู้ที่ควรฝึกได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระผู้มีพระภาค


พระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามี ๙ ประการ ดังปรากฏในบทสวดมนต์ว่า
 

    อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
    วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
    อนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
    สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติฯ


    อะระหัง เป็นพระอรหันต์ คือ หมดกิเลส ที่หมดกิเลสเพราะว่าพระองค์ทรงฝึกอบรมใจมาดี จนกระทั่งใจนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายตลอด ๒๔ ชั่วโมง เหมือนเอาไข่แดงไปใส่ไว้กลางไข่ขาว เอาใจไปไว้กลางดวงธรรม ๒๔ ชั่วโมง ตั้งแต่วันตรัสรู้ ไม่เคยเคลื่อนออกมาอีกเลย กิเลสมีเท่าไรถูกกำจัดให้หมดสิ้นไปอย่างสิ้นเชิง 


    สัมมาสัมพุทโธ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ พระองค์ทรงทั้งรู้ ทั้งเห็น แทงตลอดในเหตุและผลของสรรพสิ่งทั้งหลายตรงตามความเป็นจริงด้วยพระองค์เอง ไม่ต้องมีผู้สั่งสอน


    วิชชาจะระณะสัมปันโน เพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ทรงได้ “วิชชา” คือ ความรู้ที่สามารถ
กำจัดความมืดที่ปิดบังครอบงำสรรพสัตว์ทั้งหลายไม่ให้รู้เห็นความจริงของชีวิตไปเสียได้ “จะระณะ” คือ ข้อปฏิบัติที่เป็นกลางประจำโลก ทรงประพฤติหนักแน่นมั่นคงต่อเนื่องเป็นเลิศ


    สุคะโต เสด็จไปดี คือ พ้นจากกิเลสไปดีแล้ว ไม่มาอยู่ในกิเลสอีกแล้ว แล้วพระองค์เสด็จไปถึงไหนก็ทรงชวนชาวโลกให้ออกจากกิเลสอีกด้วย เสด็จไปถึงไหนก็ทำให้ชนที่นั่นพลอยดีไปด้วย 


    โลกะวิทู คือ รู้แจ้งโลก ทรงรู้สภาพความเป็นไปของโลกทั้งหมด สว่างจนเห็นแจ้งหมด ไม่มีอะไรจะมาซ่อนเร้นอำพรางได้อีก 


    อนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ เป็นสารถีฝึกผู้ที่ควรฝึกได้อย่างยอดเยี่ยม สารถีส่วนมากหมายถึง นักฝึกม้า แต่พระองค์ทรงเป็นนักฝึกคน มีพระปรีชาญาณเฉลียวฉลาดในอันที่จะฝึกสอนคนให้เป็นคนดีได้ 


    สัตถา เทวะมะนุสสานัง เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย แม้แต่เทวดาก็ต้องมาให้พระองค์ฝึก มนุษย์ทั้งหลายด้วย 


    พุทโธ เป็นพระพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้เบิกบานแล้ว พระสัพพัญญุตญาณของพระองค์สมบูรณ์เต็มเปี่ยม เหมือนดอกบัวที่โผล่พ้นน้ำออกมาแล้วก็คลี่กลีบบานอย่างสมบูรณ์ พระองค์สมพระทัยที่ได้ตั้งปณิธานมานานนับได้ ๒๐ อสงไขย แสนมหากัป ได้ตรัสรู้แล้ว และโปรดสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ตามแล้ว


    ภะคะวา เป็นพระผู้มีพระภาค พระองค์ทรงรู้แจ้งธาตุธรรมทั้งปวง ในเวลาฝึกศิษย์พระองค์จึง
ทรงสามารถแจกแจงธรรมที่ยากแก่การเข้าใจออกเป็นหัวข้อย่อย ๆ ทีละน้อย ค่อย ๆ ป้อนเป็นภาค ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปปฏิบัติพอเหมาะพอสมกับสติปัญญาของศิษย์  

 

    ข้อดีของการมีศรัทธา


     ๑.    ได้ต้นแบบ คือ มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ในใจ จะน้อมนำท่านมาเป็นต้นแบบในระดับไหน ก็เลือกเอาตามแต่ใจปรารถนา เพราะพระองค์ทรงดำเนินชีวิตได้ดีมาทุกระดับจนสมบูรณ์แล้ว


     ๒.    ได้เป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน ในชีวิตต้องให้ได้ดีอย่างพระพุทธองค์ ตามเส้นทางชีวิตที่พระองค์ทรงเดินไม่ว่าจะระดับไหนก็ตาม
    


    เป้าหมายชีวิตมนุษย์มี ๓ ระดับ


    ๑.    เมื่อมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ต้องสามารถทำประโยชน์ตนและอยู่อย่างเป็นสุข หมายถึง สามารถยืนบนขาของตัวเอง ตั้งหลัก ตั้งฐานะได้ จะทำสำเร็จได้ต้องอาศัยการดำเนินชีวิตตามธรรม ๔ ประการ คือ อุฏฐานสัมปทา อารักขสัมปทา กัลยาณมิตตตา สมชีวิตา


    ๒.    ชีวิตหลังความตายอยู่อย่างเป็นสุข ต้องปิดทางไปนรกและเปิดทางไปสวรรค์ โดยอาศัยการดำเนินชีวิตในปัจจุบันตามธรรม ๔ ประการ คือ ศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา


    ๓.    การบรรลุธรรมไปตามลำดับ ธรรมชั้นในสุด คือ นิพพาน เพื่อขจัดทุกข์ กำจัดกิเลส        ไปสู่การไม่เกิดอีก ด้วยการปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘


    ศรัทธาของพุทธศาสนิกชนไม่ว่าจะเป็นคฤหัสถ์หรือบรรพชิตก็คือศรัทธาเดียวกันนี้ แล้วเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะขวนขวายพาตนเองไปเข้าวัด ศึกษาธรรม ฟังธรรม ปฏิบัติธรรมให้เข้าใจ  และเพิ่มพูนศรัทธาของตน เพื่อให้ใจมีความเลื่อมใสในคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงจะเกิด ฉันทะ และความตั้งใจดำเนินตามเส้นทางของพระบรมศาสดา สามารถเข้าใจธรรมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น จะเป็นเหตุให้ใจสว่างไสวด้วยธรรม มีธรรมคุ้มครอง 


    เมื่อนั้นการกระทำทางความคิด คำพูด การกระทำทางกาย ก็จะเป็นไปในทางที่สร้างสรรค์ ดีงาม จะเป็นเส้นทางชีวิตเพื่อการสั่งสมบุญสร้างบารมี เพื่อการบรรลุธรรมตามพระพุทธองค์      เพื่อให้มวลมนุษย์ประสบความสำเร็จในชีวิตในทุกระดับตามความปรารถนาของเรานั่นเอง   

 

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๑๕๑ เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร