วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ สวดธรรมจักรถวายเป็นพุทธบูชา ครบ ๑ ปี ๙๐ ล้านจบ

บุญพิเศษ
เรื่อง : กองบรรณาธิการ

 

สวดธรรมจักรถวายเป็นพุทธบูชา ครบ ๑ ปี ๙๐ ล้านจบ

สวดธรรมจักรถวายเป็นพุทธบูชา ครบ ๑ ปี ๙๐ ล้านจบ,เนื้อนาใน,อยู่ในบุญ

  “ธัมมจักกัปปวัตนสูตร” ที่เรียกโดยย่อว่า “ธรรมจักร” เปล่งจากพระโอษฐ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก เพื่อประทานแก่ปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ หลังการตรัสรู้แล้ว ๒ เดือน ซึ่งตรงกับวันอาสาฬหบูชาในปัจจุบัน

    หลังจากทรงแสดงปฐมเทศนาจบลง โกณฑัญญพราหมณ์ได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นพระโสดาบันบุคคล หมื่นโลกธาตุหวั่นไหวสะท้านสะเทือน จากนั้นท่านโกณฑัญญะกราบทูลขออุปสมบท หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแล้วพระอัญญาโกณฑัญญะจึงเป็นพระสงฆ์รูปแรกในพระพุทธศาสนา และบังเกิดพระรัตนตรัยคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขึ้นอย่างครบถ้วน

 

           ดังนั้น “ธัมมจักกัปปวัตนสูตร” จึงเป็นพระธรรมคำสอนทีมีอานุภาพและความสำคัญอย่างยิ่ง

 

      “ธัมมจักกัปปวัตนสูตร” ยังเป็นแม่บทของคำสอนทั้งหมดในพระพุทธศาสนาอีกด้วย ดังจะเห็นได้ว่า ตลอด ๔๕ พรรษา ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา นั้น ล้วนแต่ทรงแสดงธรรมเพื่อขยายความธัมมจักกัปปวัตนสูตรทั้งสิ้น

    และเพราะว่าคำสอนในช่วงต้นพุทธกาลยังมีน้อย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงมิได้ทรงเรียกการส่งพระสาวกออกไปสอนวิธีปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ว่า “การเผยแผ่พระพุทธศาสนา” แต่ทรงเรียกว่า “การหมุนธรรมจักร”เพราะการเผยแผ่ในยุคนั้นก็คือ การอธิบายขยายความธัมมจักกัปปวัตนสูตรนั่นเอง

 

 เนื่องจากธัมมจักกัปปวัตนสูตรเป็นพระสูตรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดดังกล่าว วัดพระธรรมกายจึงจัดโครงการสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตนสูตรขึ้น เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายตระหนักถึงคุณค่าของพระธรรม
คำสอนบทนี้ให้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นทางมาแห่งความใส่ใจใฝ่รู้ ความศรัทธาเลื่อมใส ความรักและหวงแหนในพระพุทธศาสนา

  ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่วันแรกเริ่มโครงการคือ วันอาสาฬหบูชาปีที่แล้ว (๑๙ ก.ค. ๒๕๕๙) คณะพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา รวมทั้งสาธุชนผู้มีบุญทั้งหลายจึงผลัดเปลี่ยนกันไปสวดมนต์บทนี้ที่บริเวณพระมหาธรรมกายเจดีย์พระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์ ตลอด๒๔ ชั่วโมง โดยมีความตั้งใจที่จะสวดให้ครบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ จบ ในวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๙ (วันออกพรรษา) ซึ่งทุกรูป/ทุกคนต่างร่วมกันสวดจนเข้าเป้าก่อนออกพรรษา

 

     นับจากนั้นเป็นต้นมา เสียงสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตนสูตรก็ยังคงกังวานต่อเนื่องไม่ขาดสาย ณ บริเวณพระมหาธรรมกายเจดีย์เพราะว่าหลังจากสวดต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาเดือนกว่าแล้ว ทางวัดพระธรรมกายพบว่าผู้สวดต่างรู้สึกปลื้มปีติและให้การตอบรับเป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อสวดครบล้านจบแรกแล้วจึงจัดโครงการต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยสวดกันตามวัด ศูนย์ปฏิบัติธรรม บ้าน และสถานศึกษารวมทั้งที่พระมหาธรรมกายเจดีย์ ทำให้ยอดการสวดเพิ่มขึ้นตามลำดับ

 

     การสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตนสูตร ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน ช่วยสร้างพลังและความบริสุทธิ์ผ่องใส แก่ร่างกายและจิตใจของผู้สวดยิ่งขึ้นซึ่งประเด็นนี้มีการยืนยันจากนักวิทยาศาสตร์แล้วว่า “การสวดมนต์นั้นสามารถจัดระเบียบโมเลกุลของน้ำให้เรียงตัวได้เรียบร้อยและสวยงาม”ดังนั้น หากเราหมั่นสวดมนต์อย่างสม่ำเสมอก็เท่ากับเป็นการจัดระเบียบโมเลกุลน้ำในร่างกายของเราที่มีอยู่เป็นจำนวนมากให้เรียงตัวเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพกายของเรามากกว่าโมเลกุลที่บิดเบี้ยว นอกจากนี้ยังมีผลการทดลองยืนยันด้วยว่า การสวดมนต์ช่วยให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทชื่อ “ซีโรโทนิน”ซึ่งเปรียบเสมือนยาอายุวัฒนะออกมาได้ด้วย 

 

     ส่วนผลต่อสุขภาพใจนั้น ผู้สวดมนต์ทุกยุคสมัยต่างยืนยันว่า การสวดมนต์ช่วยให้ใจสงบ เป็นสุข เป็นสมาธิได้ง่ายขึ้นฯลฯนอกจากประเด็นสุขภาพแล้ว บรรพชนชาวพุทธยังถ่ายทอดประสบการณ์ต่อๆ กันมาว่า การสวดมนต์เป็นประจำจะทำให้ชีวิตของผู้สวดมีสิริมงคล มีความสุขความเจริญ และช่วยเพิ่มพูนบุญบารมี

 

 ๕

   ปัจจุบัน โครงการสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตนสูตรมีผู้คนทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กๆไปจนกระทั่งผู้สูงอายุเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก และนับวันยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น ดังจะเห็นได้ว่า การสวดล้านจบแรกใช้เวลาเป็นเดือน แต่ช่วงหลังใช้เวลาวันเดียวเท่านั้น

 

      ทั้งนี้ก็เพราะว่า เมื่อบุคคลเหล่านี้ได้สวดมนต์เป็นประจำแล้ว เขารู้สึกมีความสุขชีวิตราบรื่น และได้พบเจอสิ่งดี ๆ จึงพากันนำเรื่องราวไปเล่าสู่กันฟัง แล้วชักชวนญาติมิตรมาร่วมสวดด้วยกัน จนกระทั่งในเวลา ๑ ปี มียอดสวดรวมกันเกือบร้อยล้านจบ

 

     บัดนี้ กาลเวลานำพาวันอาสาฬหบูชาให้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง (๘ ก.ค. ๒๕๖๐) พร้อมกับเป็นเวลาที่เราตั้งใจกันว่าจะสวดธรรมจักรให้ครบ ๙๐,๐๐๐,๐๐๐ จบ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และหลังจากนี้ เราก็จะยังสวดกันต่อไป เพราะว่ายิ่งสวดก็ยิ่งมีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้น ทั้งแก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมอีกทั้งการร่วมกันสวดมนต์บทธัมมจักกัปปวัตนสูตรนี้ ยังเป็นประดจุการขับเคลอื่นจักรแห่งธรรมให้หมุนรุดหน้าต่อไป ซึ่งจะเป็นการช่วยสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา เพื่อนำพาความสงบร่มเย็นมาสู่โลกใบนี้ไปอีกนานแสนนานด้วย

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๑๗๕ เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๐

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร