วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ นักบวชชีวิตที่ปลอดกังวล

 

              ชีวิตฆราวาสนั้น จะหาโอกาสในการประพฤติปฏิบัติธรรม ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมีภารกิจการงานที่ต้องรับผิดชอบมาก และโอกาสในการประกอบกุศลธรรม ก็ทำได้น้อยกว่าผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ทั้งนี้เพราะการดำรงชีวิตของฆราวาส ในวันหนึ่งๆ หมดเวลาไปกับการทำมาหาเลี้ยงชีพ ต้องต่อสู้ดิ้นรนทั้งเพื่อตนเองและครอบครัว จนบางคนไม่มีเวลาแม้แต่จะสวดมนต์ไหว้พระ ไม่มีเวลาศึกษาหาความรู้ในทางธรรม ทั้งๆ ที่เรียกตนเองว่าเป็นพุทธศาสนิกชน แต่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนา จึงขาดหลักธรรมในการดำเนินชีวิต ขาดที่พึ่งของชีวิต คือ พระรัตนตรัย เมื่อขาดสิ่งนี้แล้ว ชีวิตก็ย่อมไหลไปตามกระแสกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ต้องเสียเวลาไปกับกิจกรรมในทางโลก ยากที่จะมีโอกาสทำความบริสุทธิ์บริบูรณ์ ให้เกิดขึ้น ยากที่จะมีเวลา ในการประกอบคุณงามความดีอย่างเต็มที่ ดังภาษิตที่พระมหากัสสปเถระ กล่าวกับพระอานนท์ ว่า

            " ฆราวาสคับแคบ เป็นทางมาแห่งธุลี บรรพชาเป็นโอกาสว่าง ถ้ายังอยู่ครองเรือน จะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์โดยส่วนเดียว ดุจสังข์ที่เขาขัดดีแล้ว นี้ไม่ใช่ทำได้ง่าย อนาคาริกมุนี

              สภาพชีวิตของฆราวาส ทุกระดับชั้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมระดับผู้บริหารประเทศ ไปจนกระทั่งสังคมระดับหาเช้ากินค่ำ ต่างดำเนินอยู่ในทางคับแคบเหมือนกันหมด เพราะการอยู่ในสังคมที่มีทั้งคนดีและคนชั่ว มีโอกาสที่จะก่ออกุศลกรรมได้มาก ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่โต ต้องเบียดเบียน แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ประทุษร้ายกัน จนถึงขั้นทำลาย ล้างผลาญชีวิตกันในที่สุด สิ่งเหล่านี้ คือ ทางมาแห่งธุลี

              ตราบใดที่คนเรายังครองชีวิตอยู่ในฆราวาสวิสัย ย่อมยากที่จะมีโอกาสประพฤติปฏิบัติธรรม เพื่อขัดเกลาตนเองให้หมดจากกิเลสอาสวะทั้งปวงได้ นั่นหมายความว่า ตัวเราต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในวัฏสงสารอีกไม่รู้จบสิ้น หากบุคคลใดพลาดพลั้งทำบาปอกุศล บุคคลนั้นย่อมจะต้องเสวยผลกรรมอยู่ในนรก โดยไม่มีผู้ใดมาช่วยได้

              ด้วยเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงสั่งสอนให้ประพฤติธรรม ทั้งทรงชี้ให้เห็นคุณค่าอันประเสริฐของการประพฤติพรหมจรรย์ ซึ่งแสดงไว้ในสามัญญผลสูตร อย่างชัดเจนว่า บรรพชาหรือชีวิตนักบวชนั้น เป็นทางปลอดโปร่ง เพราะความเป็นอยู่ของพระภิกษุ ย่อมมีโอกาสประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ได้ง่าย เมื่อเทียบกับชีวิตของผู้ครองเรือน โดยพระวินัยแล้วการเลี้ยงชีพ ของพระภิกษุขึ้นอยู่กับฆราวาส พระภิกษุจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการทำมาหากินแบบฆราวาส ทำให้สามารถทุ่มเทเวลา และชีวิตจิตใจเพื่อการศึกษา และปฏิบัติตามพระธรรมวินัยได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นการเอื้ออำนวยให้ พระภิกษุห่างไกลจากกามคุณอีกด้วย ซึ่งจะยังผลให้การประพฤติพรหมจรรย์นั้นบริสุทธิ์บริบูรณ์ ยิ่งขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือชีวิตนักบวชมีโอกาสสร้างบุญกุศลทั้งปวงได้สะดวกกว่าชีวิตฆราวาส ดังเรื่องของพระโสณกุฏิกัณณเถระ

             ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ในสมัยนั้น พระมหากัจจายนะพักอยู่ที่ปวัฏฏบรรพต มีอุบาสกชื่อว่า โสณกุฏิกัณณะ เป็นโยมอุปัฏฐาก พระเถระจะให้โอวาทแก่อุบาสกเสมอๆ ว่า "บุคคลผู้ครองเรือนจะ ประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ดุจสังข์ขัด ไม่ใช่ทำได้ง่าย

อย่ากระนั้นพึงปลงผม และหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกบวชเป็นบรรพชิตเถิด" อุบาสกนั้น เป็นผู้มีปัญญาได้สั่งสมบารม ีมาเต็มพร้อมบริบูรณ์ เมื่อฟังโอวาทนั้น นำไปพินิจพิจารณา อยู่เนืองๆ จนโอวาทนั้นกึกก้องย้ำเตือนอยู่ในใจตลอดเวลา ทำให้ท่านเห็นโทษภัย ในการครองเรือน เห็นอานิสงส์ในการออกบวช

             วันหนึ่งท่านเข้าไปหาพระเถระ เมื่อแสดงความเคารพแล้ว ท่านได้เล่าเรื่องความตั้งใจที่จะบวชให้พระเถระฟัง เมื่อพระเถระเห็นความตั้งใจในการบวชของลูกศิษย์ และเพื่อเป็นการตอกย้ำมโนปณิธานอันแน่วแน่ของศิษย์ จึงกล่าวว่า "ดูก่อนโสณะ พรหมจรรย์มีภัตรหนเดียว ต้องนอนผู้เดียวตลอดชีวิต เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ท่านเป็นคฤหัสถ์อยู่ในเรือน จงหมั่นประกอบพรหมจรรย์อันมีภัตรหนเดียว นอนผู้เดียว ซึ่งเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายเถิด" แม้พระอาจารย์จะทักเช่นนี้ แต่ด้วยมโนปณิธานอันแน่วแน่ที่จะบวชให้ได้ ท่านเพียรเข้าไปขออนุญาตพระเถระถึง ๓ ครั้ง

              พระเถระเห็นว่าอุบาสกมีอินทรีย์แก่รอบ มีอุปนิสัยที่จะบรรลุพระอรหัต จึงอนุญาตให้บวช แต่กว่าอุบาสกจะได้บวชนั้น ต้องใช้เวลานานถึง ๓ ปี เนื่องจากชายแดนสมัยนั้นหาพระให้ครบ ๒๐ รูปยาก เมื่ออุปสมบทไม่นาน ท่านได้บรรลุธรรม เป็นพระอรหันต์ นามว่า โสณกุฏิกัณณะ ตลอดระยะเวลาที่พระเถระอยู่กับพระอุปัชฌาย์ก็ได้ยินแต่กิตติศัพท์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ยังไม่เคยได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์ วันหนึ่งท่านเข้าไปกราบขออนุญาตพระอุปัชฌาย์ เพื่อจะไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระมหากัจจายนะกล่าวว่า "ดีละๆ โสณะ ท่านจงไปเฝ้าพระองค์เถิด ท่านจักได้ทัสสนานุตตริยะ พระองค์เป็นผู้น่าเลื่อมใส มีอินทรีย์สงบ มีพระทัยสงบ ถึงพร้อมด้วยวิชชา และจรณะ เป็นพระมุนีประเสริฐ ท่านจงถวายบังคมพระบาทด้วยเศียรเกล้าตามคำของเรา จงทูลถามถึงความเป็นผู้มีอาพาธน้อย พระโรคเบาบาง ทรงกระปรี้กระเปร่า ทรงมีพระกำลัง ทรงอยู่สำราญเถิด"

              พระโสณะชื่นชมยินดีภาษิต ของพระอุปัชฌาย์แล้ว ก็ลุกจากอาสนะ อภิวาทกระทำ ประทักษิณพระอุปัชฌาย์ เก็บอาสนะแล้วถือบาตรและจีวร ออกเดินทางไปยังกรุงสาวัตถี เมื่อเดินทางถึงเมืองแล้ว ได้ไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ พระวิหารเชตวัน หลังจากพระพุทธองค์

ตรัสถามความเป็นอยู่ การเดินทางของพระโสณะแล้ว ได้ตรัสสั่งให้พระอานนท์จัดที่พัก ในพระคันธกุฎีหลังเดียวกับ พระองค์ให้กับพระโสณะ คืนนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับนั่ง ในกลางแจ้งตลอดราตรี แล้วทรงล้างพระบาทเสด็จเข้าไปสู่พระวิหาร แม้พระโสณะก็ปฏิบัติตามพระผู้มีพระภาคเจ้าเช่นกัน

              ครั้นเวลาใกล้รุ่ง ทรงรับสั่งกับพระโสณะว่า "ดูก่อนภิกษุ เธอจงกล่าวธรรมให้แจ่มแจ้งเถิด" พระโสณะทูลรับแล้ว ได้กล่าวพระสูตรทั้งหมด ๑๖ สูตร จัดเป็น ๘ วรรค ด้วยสรภัญญะ เมื่อพระเถระกล่าวจบ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุโมทนาว่า "ดีละๆ ภิกษุ เธอเรียนดีแล้ว กระทำไว้ในใจดีแล้ว ทรงจำไว้ดีแล้ว เธอเป็นผู้ประกอบด้วยวาจาไพเราะ ไม่มีโทษ สามารถทำเนื้อความให้แจ่มแจ้ง ดูก่อนภิกษุ เธอมีพรรษาเท่าไร" พระเถระกราบทูลว่า "ข้าพระองค์มีพรรษาเดียว" "เธอได้รำพันถึงชีวิตเช่นนี้เพื่ออะไร" "ข้าพระองค์ได้เห็นโทษในกามทั้งหลายตลอดสิ้นกาลนาน ทั้งชีวิตฆราวาสก็คับแคบ มีกิจมาก พระเจ้าข้า" พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเปล่งอุทานในเวลานั้นว่า "พระอริยเจ้าย่อมไม่ยินดีในบาป ท่านผู้สะอาดย่อมไม่ยินดีในกาม เพราะได้เห็นโทษในโลก และได้รู้ธรรมอันไม่มีอุปธิกิเลส"

              เราจะเห็นว่า บัณฑิตผู้มีปัญญาเช่นพระโสณะ เมื่อได้ฟังโอวาทจากพระอาจารย์แล้ว ท่านไม่ให้ผ่านไปเปล่า ยังนำมาสอนตนเองว่า ทำอย่างไรจึงจะมีโอกาสฝึกตนสร้างบารมีได้เต็มที่ มีแต่กำไรชีวิตอย่างเดียว ไม่ต้องเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ เมื่อรู้ว่าการบวชเป็นหนทางแห่งความบริสุทธิ์ มุ่งตรงต่อพระนิพพาน เป็นวัตถุประสงค์หลักในการเกิดมาเป็นมนุษย์ แม้ท่านจะต้องเสียเวลาในการรอคอยถึง ๓ ปี ขอเพียงให้ได้บวชเท่านั้น ท่านก็รอคอยได้เสมอ

              ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนนี้ เรามีเวลาว่าง หลวงพ่อขอ เชิญชวนให้เข้ามาอบรมธรรมทายาทกัน ทั้งมัชฌิมธรรมทายาท ยุวธรรมทายาท ธรรมทายาทหญิง และมัชฌิมธรรมทายาทหญิง เราจะได้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ด้วยการปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรมะ ฝึกฝนอบรมตนเองให้สมบูรณ์ จะได้เป็นประวัติศาสตร์ชีวิตอันงดงามว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต เราได้มีโอกาสมาประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อแสวงหาหนทางของพระนิพพานดังเช่นบัณฑิตในกาลก่อน

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๒๙ ประจำเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร