เพราะทุกข์... ไม่ได้มีไว้แก้ไข

วันที่ 26 มค. พ.ศ.2569

26-1-69_b54%283%29.png

พระอาจารย์ : เจริญพรทุกท่านนะครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการพระไตรปิฎกยามเช้า รายการพูดคุยถามตอบเรื่องธรรมะที่ลึกซึ้งเข้าใจง่ายปรับใช้ได้ทันทีนะ เจริญพรทุกท่านนะครับ เนาะ

 

ให้วันนี้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเราเองก่อนนะครับ กลับมารวมใจนิ่งนิ่งอยู่กับตัวเอง หายใจเข้าลึกลึกสักนิดนึงนะครับ เช้านี้ที่เลทเพราะว่าแอปมันอัพเดทนิดนึงนะครับขออภัยนะ ให้เช้านี้เราได้กลับมาหลับตา กลับมาสํารวจโลกภายใน กลับไปอยู่กับตัวเอง กลับมาดูใจตัวเองในเช้านี้ กลับมาทํานิ่งนิ่ง ทํานุ่มนุ่มเบาเบาสบายสบาย กลับมาทํานิ่งๆ นุ่มๆ เบาๆ สบายๆ กลับมาสร้างสภาวะให้ตัวเองนิ่งๆ สักแป๊บนึงนะครับ เช็คใจสักนิดนึงนะ แล้วก็ให้เราขอบคุณที่เรายังรอดชีวิตมาอีกหนึ่งวันนะ ขอให้ สรรพสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุข อันตัวเรานั้นตายแน่ ตายแน่นะ เราขอบคุณตัวเอง ขอบคุณทุกสิ่งขอบคุณทุกอย่าง ขอบคุณตัวเอง

 

เอาล่ะ โอเคนะครับ เจริญพรทุกท่านนะ ยินดีรับอีกครั้งเข้าสู่รายการพระไตรปิฎกยามเช้า ในเช้าวันนี้ในชื่อตอนที่ว่า เพราะทุกข์ไม่ได้มีไว้ให้แก้ไขนะครับ เจริญพรทุกท่านเลยครับ


ผู้ดำเนินรายการ : กราบนมัสการพระอาจารย์ครับ กราบนมัสการพระอาจารย์ทุกรูปที่เข้ามาฟังในห้องนี้นะครับ อรุณสวัสดิ์มอริเตอร์และพี่น้องทุกท่านนะครับ วันนี้ใครตื่นมาในกรุงเทพนะครับก็พีเอ็มอย่างหนาเลยนะครับพวกเรานะครับ อากาศไม่เห็นแดดเลยนะครับพวกเรา ก็ยกการ์ดกันไว้นะครับใส่มาสก์นะครับพวกเรานะครับดูแลทั้งตัวเราเองแล้วก็ครอบครัวเรานะครับ คําถามค้างมีปริมาณหนึ่งนะครับระหว่างฟังพระอาจารย์แล้วตกผลึกก็เชิญชวนแบ่งปันนะครับหรือถามคําถามเข้ามา ใครอยู่ในติ๊กต็อกแล้วก็สนใจสนทนากับพระอาจารย์ก็เตรียมตัวยกมือได้เลยนะครับ ก็นมัสการพระอาจารย์ครับ


พระอาจารย์ : เจริญพรครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านอีกครั้งหนึ่งนะ เข้าสู่พระไตรปิฎกยามเช้านะครับ ก็ อืม เอาเรื่องแรกก่อนเลยนะครับก็ ยินดีต้อนรับมากมากทุกท่านเลยนะครับ ที่หลวงพี่ใช้คําว่าที่เรามาอยู่ด้วยกันที่เราตั้งใจจะมาฟังธรรมะกันนะครับ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องเพราะทุกข์ไม่ได้มีไว้ให้แก้ไข ทุกข์ไม่ได้มีไว้ให้แก้ไขเออทําไม อ่ะทําไมทุกข์ถึงไม่ได้มีไว้ให้แก้ไข

 

นิทานเรื่องที่ 1 : ชายผู้ทุบคอนโซลรถ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วครับ มีชายคนหนึ่งเขาขับรถเพื่อที่จะออกเดินทางไปต่างจังหวัด ขณะขับรถไป สัญญาณเตือน สัญญาณเตือนเครื่องก็แดง สัญญาณเตือนน้ํามันก็แดง เขางงมากว่าเขาเพิ่งจัดการมา เขาเพิ่งเติมน้ํามันมา เพิ่งจัดการเครื่องมามันเกิดอะไรขึ้น เขาเลยหาทางครับ ปิดสัญญาณเตือนนี้ให้ได้โดยที่ไม่ต้องทําอะไรอะ ปิดสัญญาณเตือนปุ๊บ เขารู้สึกว่าเออสบายใจ สัญญาณเตือนดับและ และขับต่อไปครับ แล้วก็สัญญาณตัวอื่นแดงอีกแดงอีก เขางงมากว่าเขาเพิ่งจัดการมา เขาเพิ่งเติมน้ํามันมา เพิ่งจัดการเครื่องมามันเกิดอะไรขึ้น เขาเลยหาทางครับ ปิดสัญญาณเตือนนี้ให้ได้โดยที่ไม่ต้องทําอะไรอะ ปิดสัญญาณเตือนปุ๊บ เขารู้สึกว่าเออสบายใจ สัญญาณเตือนดับและ และขับต่อไปครับ แล้วก็สัญญาณตัวอื่นแดงอีกแดงอีก เขาก็หาทางปิดปิดปิดจนท้ายเขาทุบคอนโซลหน้ารถเพราะเสียงแดง เวลาแดงเสียงมันจะดังไง ทุบปึ้ง โอเค ไม่ดังแล้วเสียง ไม่แดงแล้ว ไม่รําคาญใจแล้ว ก็ขับรถต่อไปอีกครับ สักพักรถพัง เออ เอาล่ะครับ ทดเรื่องนี้เอาไว้นะ ทดเรื่องนี้เอาไว้นะ เออ สักพักรถพังครับ อยากชวนทุกท่าน มานั่งสํารวจใจดีดีนะ มาสํารวจใจดีดีนะ เออ กับเรื่องนี้นะครับ กับเรื่องนี้

 

นิทานเรื่องที่ 2 : ผู้หญิงที่ปัดความทุกข์ทิ้ง นิทานเรื่องที่สองครับ เรื่องที่สอง ผู้หญิงคนหนึ่งนะครับ เขาเมื่อกี้ผู้ชายแล้วนี่ผู้หญิงนะ คือคนนึงเขาตั้งใจมีชีวิตที่ดีครับ เขาก็แต่งงานใช้ชีวิต แล้วลองสํารวจนิทานเรื่องที่เล่ามีเรื่องไหนใกล้เคียง มีเรื่องไหนสะท้อน มีเรื่องไหนสอดคล้องแล้วก็เกี่ยวข้องกับพวกเราไหมนะ นะครับ อ่าเพื่อนคนนี้เขาตั้งใจมีชีวิตที่ดีครับ เธอก็ ตื่นเช้ามาด้วยความตั้งใจดี เป็นคนที่ชอบพูดถึงสิ่งดีดีในชีวิต เพราะว่าจริงจริงก็มีความเชื่อแหละ และก็มีความหวังว่าชีวิตมันจะเป็นเรื่องที่ดี มันจะได้เจอเรื่องดีดี ตื่นเช้ามาทุกวันเธอก็จะชอบยิ้มนะครับ เวลาเจอเรื่องลําบากใจทีไรเธอก็จะ สมมุติวันนี้แบบมีคนไม่ชอบเธอนะ เธอก็จะเข้าใจว่าโอเคเราจะต้องฝึกคิดดี แล้วก็เริ่มกลับมามองอย่างหนึ่งว่า ถ้ามีคนไม่ชอบเรา อีกฝ่ายต้องเป็นคนรับผิดชอบ เขาก็ต้องจัดการเรื่องของเขา ก็ตัดทิ้งไป หลังจากนั้นน่ะเธอก็โตขึ้นเธอก็โตขึ้นมาอีก เธอรู้สึกว่าโอเคสามีนอกใจก็เรื่องของสามี เป็นสามีต้องรับผิดชอบก็ปัดทิ้งไป เออเพราะเธอไม่อยากจะรับผิดชอบครับ เธอรู้สึกว่าถ้าเธอต้องไปรับผิดชอบต้องมานั่งสํารวจเนี่ย เวลามีคนต่อว่าที ก็อีกฝ่ายว่าเราก็ความลําบากเขา เขาต้องจัดการไหมหลวงพี่ ฮะ ผู้หญิงคนนั้นคิดแบบนี้ฮะ ก็อีกฝ่ายว่าเราอ่ะ มันเป็นชีวิตเขาอ่ะ เขาต้องจัดการไหม ไม่ใช่เราไหม เออ ไอ้คลิปนี้ก็ดูดีนะ ดูเหมือนจะดีนะ ใช่ เขาก็ปัด ปัดทิ้งไปครับ ปัดทิ้งไป ปัดทิ้งไป เจอความทุกข์อะไรปัดทิ้งหมดเลย เพราะเขารู้สึกอย่างหนึ่งครับว่า ฉันไม่อยากเป็นคนทุกข์ ฉันเบื่อ ฉันเหนื่อย ฉันทรมาน ฉันทุกข์ ฉันไม่ชอบการเป็นคนทุกข์ครับ ไม่ชอบการเป็นคนทุกข์ ฉันไม่อยากเป็นคนทุกข์ ฉันไม่ชอบเป็นคนทุกข์ ฉันรําคาญการเป็นคนทุกข์ ฉันรําคาญความทุกข์ นี่คือสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้คิดครับ ก็เลยทุกครั้งที่เจอความทุกข์ เรื่องคน ฉันไม่ชอบ หนี เรื่องนี้ฉันไม่ชอบ ปัดใส ปัดทิ้ง ทั้งหมดทั้งมวลฮะ ก็เลยดูภายนอกเหมือนไม่ทุกข์ แต่ลึกลึกก็กลายเป็นคนที่ไม่กล้าคาดหวัง ไม่กล้าวางใจ

นิทานสองเรื่องนี้กําลังบอกอะไรเรา ฟังนิทานสองเรื่องนี้แล้วได้อะไรบ้างครับ ถามนิดหนึ่งก่อน ฟังนิทานสองเรื่องนี้แล้ว ได้อะไรบ้าง มา เชิญได้เลยนะครับ ใครพร้อม ใครอยากสื่อสารเรื่องไหนก็สามารถสื่อสารเปิดไมค์ ใช้เชิญได้เลยนะครับ มาได้เลยนะ


ผู้ดำเนินรายการ (คุณใหม่) : งั้นมาใหม่ก่อนละกันนะคะ ของใหม่รู้สึกว่าตัวใหม่เป็นคนที่สองมากๆ แต่ว่าก็ช่วงนี้ก็ดีขึ้นแล้วค่ะ ตั้งแต่ได้มาเข้าคอร์สหลวงพี่ก็ได้เห็นตัวเอง พอได้เห็นแล้วก็ได้ฝึกยอมรับมากขึ้น ฝึกที่จะอยู่กับมันมากขึ้น แต่ว่าก่อนหน้านั้นใหม่เป็นประเภทที่สองชัดๆเลย ไม่อยากทุกข์เลย งั้นก็เรารู้อยู่แล้วนี่ว่าเรื่องนี้จัดการไม่ได้มันเราทําอะไรไม่ได้ก็ปล่อยมันไปละกันอย่าไปคิดกับมัน อะไรอย่างเงี้ย หรือว่าพอเรายิ่งเรียนมาเยอะด้วยว่าใหม่เรียนด้านจิตวิทยามาเนอะ ก็จะรู้ว่าแบบบางเรื่องเนี่ยมันโอเคมันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องของเรา เหมือนที่หลวงพี่บอกเมื่อกี้ ก็มันเป็นปัญหาของเขา เราอย่าเอาตัวเราไปผูก มันก็ยิ่งปัดปัดโอ้โหสมองฉลาดมากในการที่จะปัดมันทิ้งอย่างไวแต่สุดท้ายอะจริงจริงแล้วเราก็จะทุกข์เพราะหนีอยู่ดีเพราะว่ารากของปัญหามันถูกสะสมเอาไว้มันไม่ได้รับการแก้ไขจริงจริง แต่มันไม่ได้ แต่อย่างที่หัวข้อที่หลวงพี่บอกเลยค่ะว่า ทุบมันไม่ได้มีไว้ให้แก้ไขเนาะ เพราะฉะนั้นจริงจริงมันมีไว้ให้เรายอมรับอะค่ะ ยิ่งเราอยากรีบแก้มันน่ะ เราจะยิ่งหาวิธีในการจัดการมัน จะจัดการด้วยการรีบทุบคอนโซลรถให้หายเหมือนผู้ชายคนแรก ก็เป็นการรีบแก้ จะรีบแก้ด้วยการปัดมันทิ้งอย่าไปมองมัน หลับตาก็ไม่เห็นแล้วหลับตาก็ไม่ทุกข์แล้ว อันนี้ก็เป็นการรีบแก้เหมือนกัน รีบแก้ด้วยการปัดมันทิ้งไป ไม่รับมือกับมันก็คือเป็นเคสเพิกเฉย อืม สุดท้ายปัญหามันก็ไม่ได้รับการแก้ แล้วก็ยิ่งกว่าปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้คือ ตัวเราเองก็จะไม่ได้เติบโต ไม่ได้เรียนรู้ไปด้วยเหมือนกัน ค่ะ


พระอาจารย์ : รู้อะไรไหมว่าทั้งสองคนเหมือนกันนะ เหมือนกันคือ เขาหลีกหนี เขาอยากจะใช้คําว่าเขาอยากจะแก้ไขความทุกข์ แต่เขาไม่ได้สังเกตว่าความทุกข์เหล่านี้เกิดจากอะไร เคสของชายคนแรกสัญญาณแดงขึ้นมาเขาอยากให้มันทุกข์มันหมดไปสักทีก็ทุบคอนโซลจะได้จบจบไปสักที เลยไม่ทันรู้ ไม่ทันเอะใจ ไม่ทันได้มีโยนิโสมนสิการหรือว่าสํารวจ ผู้หญิงคนที่สอง เขาก็รู้สึกว่าเขาต้องรีบข้ามความทุกข์ไป โดยการตัดสินใจเพิกเฉย ก็คือการอยากข้ามความทุกข์ไปไวๆ เหมือนกัน จึงกล่าวได้ว่าทั้งสองคนนั้น เหมือนกันครับ ทั้งสองคนทําไมนะครับพี่ใหม่ เหมือนกันเลย ทั้งสองคนเหมือนกันเลยครับ คือไม่อยากเผชิญความทุกข์

 

ความทุกข์มันก็เหมือนฤดูหนาวไว้ยังไงมันก็จะมาหา หน้าที่ของเราไม่ใช่โทษฤดูหนาว ไม่ใช่รําคาญ ไม่ใช่วิ่งหนีหรือโกรธแค้น ไม่ใช่ทําเป็นว่าไม่สนใจ แต่เราต้องหาเสื้อกันหนาว แล้วค่อยค่อยเรียนรู้ และถ้าเราเรียนรู้ได้ทันว่าต้นเหตุความหนาวมาจากไหน เราก็จะป้องกันได้ทัน เพราะถ้าเราไม่วิเคราะห์รากเหง้าของปัญหา สุดท้ายเราจะทุกข์ซ้ําๆและเป็นศัตรูกับมัน ปุถุชนผู้ไม่เดียงสาประสบทุกข์ เขาจะโดนลูกศรสองดอก ในพระสูตรนะ สรรรัฐสูตรเนี่ยจะพูดถึงว่า ปุถุชนผู้มีเดียงสาในความทุกข์ สอ 2 ดอก ดอกที่ 1 ความเจ็บป่วยที่เกิดจากเหตุการณ์ อย่างที่สองความเจ็บปวดเจ็บป่วยที่เกิดจากเหตุการณ์ และอย่างที่สองคือความเศร้าโศกที่รําพันขัดเคืองใจ และหลายครั้งลูกศรมันมีดอกเดียวด้วยซ้ํา โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ มันไม่ได้มีสองดอก มันอาจจะมีการกระทบบางเรื่อง แต่มันส่วนใหญ่ลูกศรมีแค่ดอกเดียวด้วยซ้ํา และคนที่ รับมือไม่เป็นเราก็เอาตัวเข้าเสือกเข้าไปรับลูกศรด้วยตัวเราเอง เอาตัวดันตัวเองเข้าไปรับลูกศรด้วยตัวเราเอง มันจึงกระทบตัวเรา

 

จริงๆแล้วความทุกข์ไม่ได้มีไว้ให้แก้ครับ ความทุกข์ ทุกขะปริยายยะ ปริยายยะคือทุกข์มีไว้ให้กําหนดรู้ รู้คือ ฝึกดูแล ฝึกรู้ ทําความเข้าใจ ดูอารมณ์ ฉะนั้นการที่ตัวเราเจอความทุกข์ ให้เราดูอารมณ์ ความรู้สึกนะ ฉะนั้น สิ่งสําคัญมันคือการดูสิ่งเหล่านี้ให้ดี ดูให้เป็นนะ ดูสิ่งเหล่านี้ให้ดี ดูให้เป็น ธรรมชาติของจิตของเรา มันไม่ชอบอยู่กับความทุกข์ มันเลยไม่เคยดูทุกข์ มันเลยอยากจะแก้ทุกข์ทุกวันเลย ผนวกกับทุกวันที่เราคุยเรื่องความไม่เดียงสาคือเอาอย่างอื่นมากลบ เราไม่พร้อมเผชิญความทุกข์เราเจอความทุกข์เลยเอาตัวความดีมากลบอะไรมากลบ มันเลยวิ่งหนีอะ เพราะเราเคยวิ่งหนีทุกข์ไหม คือไม่อยากทุกข์ก็เลยหาอย่างอื่นมาทําให้เราไม่ทุกข์ แต่จริงจริงความทุกข์ยังคงนอนยังคงนั่งยังคง standby กับเราอยู่ตรงนั้นคือความทุกข์ หลวงพี่คิดว่าถึงเวลาที่เราต้องสํารวจนะ

 

ความทุกข์ไม่ได้มีไว้ให้วิ่งหนี ความทุกข์ไม่ได้มีไว้ให้เดินหนี ความทุกข์ไม่ได้มีไว้ให้ผละออก ความทุกข์มีให้หันหน้าบังคับแล้วเห็น เห็นความทุกข์ เห็นความลําเค็ญ เห็นโลกภายในใจของเรา เนาะ เห็นความทุกข์ เห็นความลําเค็ญ เห็นโลกภายในใจของเรา อืม เช้าวันนี้อยากให้เรากลับมาเห็นความทุกข์ อืม นะครับ เห็นโลกภายในใจของเราให้ดีนะ นะครับ เห็นความทุกข์เห็นความลําเค็ญ เห็นโลกภายในใจของเราให้ดี ให้โลกภายในใจของเรา มันถูกสํารวจแล้ว มันออกไปดีอะนะ มันออกไปดี มันสํารวจใจแล้วมันลงตัว ฉะนั้น หลวงพี่ว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสําคัญนะ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสําคัญ ความทุกข์ของเรา โลกภายในใจของเรา วันนี้เราวิ่งหนีมัน เราอยากแก้ไขมัน หรือเราพร้อมเผชิญมัน เผชิญน่ะ คือลองแช่กับมันให้นานขึ้น โดยที่ไม่ใช้ความไม่เดียงสาของเราไปโทษคนอื่น นี่ คนที่กําลังทุกข์อยู่ทุกคน เลิกหลอกตัวเองว่าคนอื่นทําเราทุกข์ เลิกหลอกว่าเขาต้องรับผิดชอบ ไร้สาระ แล้วก็เลิกหลอกว่าคนอื่นต้องตามใจเราอ่ะ บางทีเหตุผล ที่ความทุกข์นี้มันเกิดอะ มันสมเหตุสมผลแล้วนะ แต่เราอะโคตรหลอกตัวเองคือไม่อยากยอมรับเลยว่า ไอ้เรานี่แหละมีส่วนทําให้เขาต้องตัดสินใจแบบนั้นและเราก็ไม่ชอบเผชิญฮะ คนส่วนใหญ่ไม่ชอบเผชิญความทุกข์ในการคุยตรงตรง ฝากคนอื่นคุยบ้างล่ะ ฝากคนอื่นเผชิญบ้างล่ะ เราไม่ชอบคุยตรงตรง เราไม่ชอบคุยตรงตรง คือทุกอย่างเช่น เพราะเรามีปัญหากับหัวหน้าเราก็ไม่ชอบคุยกับหัวหน้าตรงตรงเพราะเราก็เหมือนรู้สึกมันคุยตรงตรงใครเขาจะอยากคุยหรือจริงจริงเราก็กลัวความเจ็บปวดหรือเราก็อาจจะไม่ได้ทันได้ทันตัวเองด้วยว่าเราทุกข์อะไรอยู่ฉะนั้นวันนี้อยากขอนะลองช้าลงอีกนิดสํารวจใจอีกนิด ขยายความช้าอีกนิด ขยายนิดนึง ลองดูใจเรานิดนึงนะ บางทีการที่เราได้ขยาย ได้สํารวจที่อยู่กับโลกภายในที่ ที่ดีอ่ะ มันอาจจะดีกว่าการที่เราฝืนเร่งให้ชีวิตมันต้องเร็วก็ได้น่ะ อาจจะดีการที่เราฝืนเร่งให้ชีวิตต้องรวดเร็ว ต้องกระชับ ต้องเป็นไปดั่งใจนะ ฉะนั้นค่อยๆถ่างความรู้สึกออกไป ช้าลงสักนิด มันอาจจะดีกว่ามากๆเลยก็ได้นะครับ เพราะบางทีความทุกข์มันก็รอเราอยู่ตรงนี้นี่เองนะ ครับ และมันรอให้เราเรียนรู้บางอย่างจากมัน ลองเลิกหนีความทุกข์ดู คนที่ชอบวิ่งหนีอะนะ ความทุกข์ไม่ได้มีไว้แก้ไขนะครับ มีไว้เผชิญนะ

 

พระอาจารย์สัจจาธิโก

 

ฟังเพิ่มเติมได้ที่

https://www.youtube.com/live/OoNUubk7tHA?si=9aFdDxhhM5uWJHo2

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0040216684341431 Mins