
ตอนที่ 5 ตามหาคนร่วมฝัน

มีพระอาจารย์ที่เมืองไทย แนะนำทีมงานว่า ก่อนเลิกนั่งสมาธิอธิษฐานจิตตามคนที่เคยร่วมสร้างบุญมาด้วยกันในอดีต ให้ได้มาเจอกันอีก ให้ได้มาทำงานสร้างบารมีร่วมกันเรียกว่า “ใช้ทุกอย่างที่มี” ที่คิดได้ รวมทั้งพลังใจขอพลังจงสถิตย์อยู่กับท่าน (May the force be with you)
วันอังคาร 19/6/61 วันถัดจากประชุมที่คอนโดฯKadu แวะมาใกล้เพล เลยได้ถวายภัตตาหารเพล รับพรพระพร้อมทานอาหารกลางวันกับทีมงาน คุยเรื่องงานตลอดบ่ายให้ข้อมูลเพิ่มเรื่องงาน Buzios Yoga Fest.ปลายสัปดาห์นี้เขาก็ไม่เคยไปร่วมงานนี้มาก่อนเหมือนกัน
วันพฤหัส 21/6/61 คำนัดประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2ในรอบสัปดาห์, คอนโดของ Herta อยู่แถวหาด Ipenema,Silvia นั่งรออยู่, เริ่มสนทนากัน หลายเรื่อง2 ซม.ที่คุยกับ Silvia ได้ข้อมูลและไอเดียมาเยอะจนเธอขอกลับก่อนที่จะโดนพ่อบ้านบ่น
สักพัก Kadu ตามมา มือถือแบ๊ตหมดติดต่อไม่ได้สนทนา จน 4 ทุ่ม ลูกชาย Herta เพิ่งจบ มหาวิทยาลัยด้านออกแบบ รามิกกลับมา,คุยต่อ 5 ทุ่มแล้ว เจ้าบ้าน เก็บแก้ว ล้างแก้วแล้วนั่งสมาธิครู่นึง ให้พรเป็นภาษาบาลี แปลให้เสร็จสรรพ กลับได้
วันเสาร์ 23/6/61 ออกเดินทางไปเสี่ยงบุญตามหาคนมาร่วมงานจากงาน Buzios Yoga Fest.ที่ Armaçao dos Büzios

กว่าจะถึงสถานีรถบัสก็เกือบ 10 โมง, ซื้อตั๋วแล้วรออีกสักพักขึ้นรถบัสที่ดูดี มีพนักงานขับคนเดียว ทําหน้าที่ทุกอย่างจัดสัมภาระเข้าใต้ท้องรถ, ตรวจบัตร, เช็คจำนวนผู้โดยสาร,ขับรถข้ามสะพานยาวที่เห็นจากฝั่งเมื่อวันอาทิตย์ก่อน,ทานอาหารบนรถ, รถบัสแวะจอดแค่ครั้งเดียว หลังจากผ่านไป 2 ซม. สงสัยคนขับอยากเข้าห้องน้ำ, เข้ามาในเมืองเล็กๆชนบทหน่อยๆ ถึงจุดหมาย คนขับก็บอกให้ลง
สักพัก Kadu ติดรถเพื่อนสาวมาเจอที่ที่พักผู้โดยสารประจำทาง,ที่พักก็อยู่ใกล้ๆ จุดที่เรารอ Kadu, เจ้าของบอกคนดูแลไว้แล้วเตรียมห้องพักให้ 3 ห้องอยู่บนเนิน สไตล์ Mediterraneanโดยเฉพาะหลังคา ห้องพักเล็กๆ น่ารัก มีอุปกรณ์ครบครันหน้าห้องพักมีสระว่ายน้ำด้วย เสียแต่ว่ามียุง ดีที่พกยาฉีดตะไคร่หอมกันยุงมาด้วย และหันหน้าห้องมาด้านทิศตะวันตก แดดยามบ่ายสาดส่องตลอดเวลา
4 โมงเย็นนัดรถมารับไปดูสถานที่จริง ห่างออกไปราว 10 กม.ถนนทางเข้าขรุขระวิบากน่าดู เป็นหลุมเป็นบ่อแบบชนบทขนานแท้, สถานที่อยู่บนเนิน ร่มรื่นด้วยต้นไม้บรรยากาศที่จัดงานดูดี เป็นบ้านเก่า ชั้นเดียว มี 3 หลัง กับ 1 เวทีเดินสำรวจรอบๆ บางอาคารกำลังมีกิจกรรมกันอยู่
เจอปัญหานิดหน่อย เมื่อโชเฟอร์ที่มารับขอเบิกค่าน้ำมัน,ต้องถูกกันอยู่สักพัก จ่ายแล้วจบ, ทำเอา Kaduเดินหาเจ้าของงานเพื่อเคลียร์, สุดท้ายขากลับเปลี่ยนเป็นติดรถคนที่จะกลับ ให้มาส่งที่พัก, หลังจากตากลมหนาวดีที่เตรียมหมวกไหมพรมมา, ชมการแสดงบนเวทีอยู่สักพัก

เจอ หริกฤษณะ ตัวจริง เป็นชาวบราซิลเลี่ยนห่มผ้าสีคล้ายพระมาก มิน่าทำไมชาวบราซิลเลี่ยนบางคนทักเราว่าเป็นหริกฤษณะ, แต่ผ้านุ่งตามแบบอินเดีย, แถมมีหางจุกอยู่ด้านหลังฝรั่งเรียกว่า pigtail หางหมู, กิจกรรมกลุ่มที่ชาวหริกฤษณะปฏิบัติกันเป็นประจําก็คือ การขับประโคมดนตรีพรางพร่ำบ่นคำว่า “หเร รามา หเร รามา” ออกตระเวนไปตามย่านชุมชนเพื่อขอรับบริจาคเงิน บ่อยครั้งที่ฝรั่งคิดว่าพระภิกษุในพุทธศาสนาเป็นนักบวชประเภทนี้)พวกนี้จะได้เปรียบตรงได้ทั้งภาษาอังกฤษและโปรตุกีสเข้าใจวัฒนธรรมคนท้องถิ่นผสมผสานการร้องรําเข้ากับพิธีกรรมทางศาสนา
แต่ข้างในอาคารยังมีอีกส่วนหนึ่งจำนวนคนข้างนอกดูไม่มากกำลังร้องรำทำเพลง มีหริกฤษณะเล่นดนตรี ร้องขับกล่อมจังหวะสนุกสนาน, รถจอดด้านนอกก็เยอะอยู่กลับถึงที่พัก สรงน้ำ, ต้มน้ำ ฉันน้ำอุ่นมากหน่อย, เปิดแอร์ดูแลแผลที่นิ้วเท้า, ฉีดยากันยุง ที่ตามกลับมาทีหลังเริ่มกลัวภัยจากยุงจริงๆ
วันอาทิตย์ 24/6/61 8 โมงเช้า อังเดร โซเฟอร์เจ้าเดิมมารับ (หน้าตาและชื่อคล้ายเจ้าภาพที่เพิร์ท), ไปถึงงาน ยังเงียบ เดินเข้าไปห้องจัดเลี้ยง มีผลไม้, อาหารว่าง ชากาแฟไว้เลี้ยง
เราชุดแรกอิ่มแล้ว ทยอยเจอะเจอเจ้าของบ้าน ใส่ชุดยาวแบบแขก, เดินทักทายแขก ถ่ายรูป เลื่อนเวลาจาก 10.30 น.เป็น 11.30 น.ครูสาวสอนโยคะ ขอสัมภาษณ์เรื่อง “ทำไมผู้หญิงควรฝึกสมาธิมากกว่าผู้ชาย” ประมาณ 5-10 นาที เอาแบบสดคิดค่าตอบแล้วตอบทันที, ไปคุยกับหริกฤษณะต่อเช้านี้มาเพิ่มอีกคน, ท่านเล่าว่า “ปีนี้เป็นครั้งแรกของงานนี้”

จนใกล้เวลา ไปเตรียมเวที รอคลาสโยคะเลิก เลทนิดหน่อยเวลาน้อยลง ก็เริ่มแนะนำตัว, นำนั่งสมาธิประมาณ 20 นาที,ให้ 2 หนุ่มทีมงานเล่าเรื่องงานที่จัดปีนี้ ปลายเดือน ก.ย.จากนั้น ให้พรภาษาบาลี จบ
ลงไปฉันเพลด้านหลังริมสระ โต๊ะหายไปหลายตัวข่าวว่า ช่วงเวลาที่นำนั่ง และบรรยายบนเวที ปรากฏว่ารายการอื่นในห้องอื่น คนเบาบาง เขาพากันมาที่หน้าเวทีกันสนใจอยากฝึกสมาธิ
บ่ายออกมาพบปะ ถ่ายรูป งานนี้น่าจะรู้จักคนมากขึ้นเป็นหลักสิบมีจิตแพทย์ชายเพิ่งกลับจากเชียงใหม่ ไปอยู่มา 1 เดือนชอบเมืองไทยและคนไทยมาก วัฒนธรรมเก่าแก่กว่าพันปีบราซิลแค่เพิ่ง 500 ปี, คุยกันอยู่สักพัก,

เจอเจ้าของที่พัก เพื่อนสาว Kadu เป็นสาวท่าทางมั่นใจรูปสวย รวยทรัพย์ ภาษาดี แถมใจดีอีกต่างหาก เข้ามาพูดคุยเลยกล่าวขอบคุณและให้เหรียญหลวงปู่ไปเธอถูกใจบอกว่า “จะไปห้อยคล้องคอ” และกล่าวเชื้อเชิญให้มาพักอีกถ่ายรูปเป็นการใหญ่,
ได้อังเดรไปส่งที่พักและที่สถานีขนส่ง ได้ตั๋วเที่ยว 4 โมงแต่นั่งแยก, เลยไม่ต้องรอนาน, ถึงตัวเมือง 3 ชม.พอดี
งานนี้ เทียบเวลา ระยะทาง ค่าใช้จ่ายกับสิ่งที่ได้มา ก็นับว่าพอจะคุ้มกันอยู่กลุ่มที่เจอนี้ ส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ นับว่ามีการศึกษาและมีศักยภาพ เหลือเพียงทำอย่างไร ที่เขาจะมาช่วยงานและร่วมงานกันในที่สุด ถือเป็นโอกาสได้เที่ยวต่างเมือง มีที่พักรู้จักผู้คน และวิถีชีวิตเป็นของแถม
