
ตอนที่ 8 ตามหาคนร่วมฝันถึงต่างจังหวัด Nova Friburgo

ครั้งนี้ต้องไปตามลำพัง ไม่มีทีมงานไปด้วย หาตัวช่วยเอาข้างหน้าNova Friburgo - Spa Maria Bonita Buziosเส้นทางที่มาดูเหนือคนละเส้น ทิวทัศน์แปลกตา คล้ายขึ้นดอยบ้านเราสัมผัสภาพบรรยากาศชนบทสลับๆ กันตลอดทาง
เลื่อนเวลานัดไปมา สุดท้ายให้รถเพื่อนของ Silvia มารับตอน 10 โมงครึ่งแล้วไปรวมพลที่คอนโดฯ ของ Silvia, 2 คันๆ ละ 3 คน,แวะปั้มเติมน้ำมัน เดินทางไปกว่า 2 ซม. กว่าจะถึงจุดพักบ่ายโมงเริ่มฉันบุฟเฟ สถานที่ อาหาร บรรยากาศดีไปต่อถึง Spa Maria Bonita มีประตูเหล็กปิดอยู่ด้านหน้า,ห้องพักเดินลง เกาะตามไหล่เขา, จัดของเขาที่ กำลังจะสรงน้ำ Silvia มาเคาะประตู ยืนคุยหน้าห้อง นัดเจอกันตอน 6 โมงเย็นอากาศชายเขาจะแปรเปลี่ยน อุณหภูมิต่ำกว่าในเมืองเข้า ค่ำ อากาศเย็นๆ ในห้อง ไม่มีตู้เย็น แอร์ ทีวี (แต่ด้านนอกมีจานรับสัญญาณดาวเทียม) ให้มาทำกิจกรรมพักร่างกาย และจิตใจ เกือบจะเหมือนกับ คลับเมดของฝรั่งเศส (แต่นั่นเน้นออกกำลังกาย กีฬากลางแจ้งทางน้ำ ห้องพักไม่ส่วนตัวนักไม่มีการใช้เงินในที่พัก ฟรีหมดทุกอย่าง หลังจ่ายเงินค่าพักมาแล้ว)
กลางวันในห้องก็ไม่ร้อน เย็นอีกต่างหาก คล้ายอยู่ในถ้ำเสียงก้องเพราะทุกอย่างในห้องเป็นพื้นแข็ง ไม่มีพรม,ผิวเพดานห้อง ปูนสลัดขรุขระ ยิ่งดูเหมือนเพดานถ้ำที่นี่ไม่มีมุ้งลวด แต่แถวล็อบบี้ก็มียุงอยู่บ้างตามมุมอับ

มีเสียงเคาะระฆังเป็นระยะ เพื่อเสิร์ฟน้ำปั่นเป็นอาหารว่าง,ที่นี่มาพักผ่อนแบบธรรมชาติ อาหารสุขภาพ, อาหารดีท็อกซ์, สปา,นวดตัว, บำบัดแบบที่นอนแผ่นรองนอนร้อนด้วยไฟฟ้ามีห้องเล่นเกมส์, ห้องดูวีดีโอ, ห้องสอนปั้น, วาดรูป,มีสระว่ายน้ำในร่ม ข้างๆ มีแถบสระตามยาวมีกรวดโรยให้เดินนวดเท้าและสระกลางแจ้ง,สอนโยคะโดยครูอินเดีย พุธ-ศุกร์, กิจกรรมศาสนา,สัญญาณโทรศัพท์มาถึงระเบียงในห้องรับสัญญาณมือถือและไวไฟไม่ได้ รหัสเดียวใช้ทุกเครือข่ายในอาคารยกเว้นไวไฟของเจ้าหน้าที่สำนักงาน
ชมรมรักสุขภาพ มีแต่สาวเป็นส่วนใหญ่สมาชิกของกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงวัยกลางคนขึ้นมีประมาณ 6-8 คน (สมาชิกเดิมในรายชื่อมี 12 ราย แต่มาจริง 4 คน)มี 2 รายที่พูดภาษาอังกฤษได้คนหนึ่งเป็นสมาชิกหริกฤษณะ (Here Krisana)คืนวันอาทิตย์ แค่แนะนำตัวให้กลุ่มรู้จัก ที่ห้องบรรยายชั้นบน

ส่วนใหญ่เป็นการน่านั่งสมาธิช่วงเช้า มีสนทนาเล่าเรื่องอื่นบ้างตอบคําถามบ้างถ้าช่วงเย็น Silvia พยายามให้ เจ้าหน้าที่หาคนมาแปลภาษาอังกฤษ-โปรตุกีส แต่ก็หาไม่ได้
วันจันทร์ต่อมา วันแรกของการสอนสมาธิ สอนปรับร่างกายการกำหนดนิมิต ชนิดต่างๆ ที่สนามหญ้า กลางแจ้งใช้นั่งเก้าอี้พลาสติกแทนนั่งพื้นสนามหญ้า
วันอังคาร สมาชิกเก่าบางคนหาย คู่สามีภรรยาที่ให้ติดรถมาด้วยกลับก่อน (ภรรยาเป็นหมอ สามีเป็นสมาชิกลัทธิ Evangelicalismแบบเดียวกับนายกเทศมนตรีเมืองนี้) มีสมาชิกใหม่มา 2 คน,
สรุปวิธีการทำสมาธิมากมาย ก็แบ่งได้ 3 อย่าง สมาธินอกตัว, ในตัว,ในตัวที่ศูนย์กลางกาย, แนะวิธีการใช้บริกรรมภาวนาชนิดต่างๆการวางใจที่สติกับสบายต้องสมดุลกัน, การแผ่เมตตาจิต
Silvia ถามว่า "ทําไมบางวันนั่งดี บางวันนั่งไม่ดี ไม่ลึก ?”ตอบ “เพราะไม่ได้รักษาอารมณ์ให้ดี ตลอดทั้งวัน”
วันพุธ เมื่อคืนฝนตก เข้าอากาศเย็นลง เปลี่ยนสถานที่ไปนั่งที่ชั้นบน เป็นห้องโยคะ มีเตาผิง และไม้ฟืนให้ เสิร์ฟน้ำปั่นถึงชั้นบนแนะนำวิธีแบบเด็กๆ การเป่าลูกโป่งฟองสบู่ที่เคยเจอ บางคนเคยถามว่า “ทำไมบางครั้งให้ขยายบางครั้งให้รวมใจที่ศูนย์กลางกาย,ตอบว่า “เป็นธรรมชาติของใจ ถ้าวางถูกส่วนก็ขยายเองแต่สังเกตดูดวงใหม่ที่เดิม แต่จะใสกว่าเดิมเพราะเป็นวิธีการกลั่นใจ ไม่ต้องสับสน”
เทคนิคการคิดแบบเด็กว่า “กลืนน้ำแข็ง ลงไปในท้อง”นอกจากใช้นิมิต ก็สามารถใช้ความรู้สึกด้วยได้การอธิษฐานจิตให้ตนเองและผู้อื่น แล้วแผ่เมตตาจิต
ถ้านั่งสมาธิเกิน 20 นาทีจะมีการยืดขา ก็พอรู้ว่า ถึงเวลาต้องเลิกตอนท้ายถ่ายรูปหมู่ สมาชิกเริ่มคงที่, Silvia เปิดเพลงแผ่เมตตาจิต
วันพฤหัส (วันพระ), ตอนเช้ามีแดด อุ่นขึ้นหน่อยกลับไปใช้ที่เดิมสนามหญ้ากลางแจ้ง พวกนี้ชอบตากแดด,สมาชิกเพื่อน Silvia หายไป 1สอนโดยการสาธิตเอาน้ำใสใส่ลงไปในแก้วใส เติมผงโปรตีนทำให้น้ำเปลี่ยนสี และขุ่นถามเขาว่า “ทำอย่างไรให้ใสเหมือนเดิม ?”แล้ววางแก้วไว้ที่พื้นเฉยๆ เหมือนวางใจนิ่งๆ ไว้ในตัว Message from the water by Dr.Emoto (เรื่องนี้ Silvia ถนัด ไปเรียนมาเอง), น้ำที่มีสภาพแวดล้อมมีเสียงสวดมนต์ แผ่เมตตา ถ้อยคำที่ดีจะมีผลึกใสและสวยงามในร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำ 60% - 70%,น้ำในร่างกายจะใสไปด้วย ทำให้ดูมีออร่า, เล่าถึงพระผู้ปฏิบัติดีสามารถกลั่นกระดูกที่เป็นแคลเซียม ให้เป็นรัตนชาติได้นำนั่งสมาธิสอนวิธีการอุทิศบุญให้ คนที่เรารักที่ละโลกไปทำอย่างไร

จนนั่งเสร็จ น้ำใสขึ้นระดับหนึ่ง ถามเขาว่า “ทำอย่างไร ถึงจะใสเหมือนเดิม ?”ส่วนใหญ่บอกว่า “ต้องทิ้งไว้ให้นานกว่านี้” “เรามีวิธีที่ง่ายและสั้นกว่านี้ไหม ?”มีคนตอบถูก “เทมันทิ้ง” (ใช่แต่เราดื่มแทน)แล้วเติมน้ำใสใหม่ใส่เข้าไป ก็คือ การเปลี่ยนวิถีชีวิตเป็นแบบพระใช้เวลาส่วนใหญ่กับการฝึกสมาธิ,
คำถาม “ทำไมพระถึงกินอาหารน้อยเพราะกลัวอ้วนหรือ ? หรือมีความเชื่อแบบบางลัทธิที่อดอาหาร 24 วันคําตอบ “เพราะพระฉันอาหารเพื่อความอยู่รอดไม่ให้มีพลังงานเหลือ
การอดอาหารยาวนานหลายวัน เป็นเรื่องที่คนทั่วไปทำได้ยากมันไม่ใช่ทางสายกลาง” (Silvia ชอบคําตอบมากบอกว่า เป็นประเด็นสำคัญ เพราะมันไม่ใช่ทางสายกลางนั่นเอง) มีคนเสริมว่า “เหมือนพระโพธิสัตว์อดอาหารจนเกือบเสียชีวิตแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผล” (รู้พุทธประวัติด้วยนะ)
มีสมาชิกถาม “ทำไมถึงตัดสินออกบวช ?” ตอบ “ ที่จริงฝึกสมาธิมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาเพราะเข้าร่วมโครงการอบรมของที่วัด, เมื่อทํางานก็ยังไปวัดในวันอาทิตย์และเวลาว่างถามตัวเองว่า “ต้องการอะไรในชีวิต ? ต้องการเงินเยอะๆเพื่อซื้อของต่างๆ ที่อยากได้ แล้วบอกว่ามีความสุขหรือ ?” เมื่อมาบวช สามารถหาความสุขได้ทุกที ทุกเวลา, จึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิต ซึ่งก็คือ การเปลี่ยนน้ำใหม่ในแก้วเดิมเก็บเวลาในชีวิตมาฝึกสมาธิให้มาก เพื่อให้มีความสุขมากขึ้น” Silvia ชอบประโยคนี้ (เธอนั่นแหละเป็นคนแรกที่ต้องทำก่อน) มีการสนทนากันระหว่างสมาชิกนอกรอบช่วงทานอาหาร (เราไม่ได้อยู่ด้วย และฟังไม่ออก) ชอบการบรรยายให้ความรู้ที่สำคัญคือ Silvia เข้าใจเรื่องราวอะไรเพิ่มแม้จะชอบเรียกชื่อพระผิดอยู่บ่อยๆ
วันศุกร์ ขึ้นไปชั้นบน เร็วกว่าทุกวัน เจอทั้งทีมนั่งอยู่หน้าเตาผิงหันมาทักว่า “Good Morning แทนที่จะทักเป็นภาษาโปรตุกีสว่า “Bom Dai
เช้านี้ตื่นกันเร็ว ก่อน 7 โมงพร้อมน้ำดีท็อกซ์คนละขวดลงไปที่ห้องพักเอา Samsung Note 8 & Power Bankมาฉายสื่อ คุณยายจันทร์ฯ, หนูน้อยยูกิถวายภัตตาหาร,ลานมหาธรรมกายเจดีย์วันมาฆะลงไปที่ห้องพักอีกรอบ เอา Postcard ไปให้ดู Silvia สนใจที่จะสร้างองค์พระประจำตัวแต่ยังไม่รู้ว่าทําบุญเท่าไหร่จึงจะได้จารึกชื่อ, เช้านี้เหลือแค่ 2 คน นั่งโซฟาหน้าเตาผิง, Silvia นั่งบนเบาะพนักพิงส่วนเรานั่งที่เก้าอี้เล่นเปียโน, เปิดเพลงเบาๆ ออกลำโพง Bose sound link ของ Silvia, นั่งเสร็จให้ดูภาพการขยายขององค์พระจาก Samsung Note 8,ดวงแก้วเพื่อนสาว Silvia เช้านี้นั่งดี ได้ระดับลึกกว่าทุกวันSilvia เล่าว่า “เพื่อนเธอสามารถเห็นกายละเอียด เทพยดา”
วันเสาร์วันสุดท้าย อากาศอุ่นขึ้นหน่อย แต่ก็ยังมีหมอก มีแดดเลยกลับไปนั่งสนามหญ้ากลางแจ้งอีกครั้งตอนเช้า กลุ่มนี้ตื่นเช้ามาก อาจจะเป็นเพราะนอนเยอะแล้วไม่รู้จะทําอะไร

วันนี้เล่าถึงกรณีทีมฟุตบอลหมูป่า 13 รวมโค้ช 1 (ถ้าเล่าเมื่อวานศุกร์ 13 จะขลังขึ้น) คนติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย 10 วันแต่มีนักดำน้ำจากอังกฤษ พบเป็นคนแรกเขารู้สึกประหลาดใจ และประทับว่า เด็กๆ มีความสงบยังแข็งแรง ยิ้มได้ ทักทายภาษาอังกฤษได้อีกต่างหากข่าวนี้ดังไปทั่วโลก BBC, CNN, Fox, ญี่ปุ่น, แม้แต่ที่บราซิล
ป้าเสริมว่า “ช่วยอธิษฐานจิตด้วย” “ถ้าเป็นพวกเรา ติดอยู่ในถ้ำ ทั้งหนาว มืด ไม่มีอาหาร ไม่มีน้ำ ไม่สามารถติดต่อใครภายนอกได้ ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน ถ้าเป็นเราจะทำอย่างไร ?”
มี 2 ประเด็นที่อยากเล่าเพิ่ม
1. อะไรเป็นสาเหตุที่คนเหล่ายังมีชีวิตรอดสมาธิคือคำตอบ ที่ทำเด็กทุกคนสงบ ไม่ตื่นตะหนก
แล้วก็เล่าถึงรุ่นน้องที่ส่งธรรมบท เรื่องพระสมัยพุทธกาล 7 รูปที่ติดอยู่ในถ้ำ 7 วัน อดอาหาร 7 วัน ว่าคล้ายกับกรณีนี้มากพอท่านออกจากถ้ำาได้ ก็ไปเฝ้าพระศาสดาแล้วทูลถามถึงสาเหตุพระศาสดา ใช้สมาธิระดับสูง ตรวจดูพบว่าพระทั้ง 7 ชาติในอดีตเคยเป็นเด็กเลี้ยงโคมีคราวหนึ่งจะจับตัวเหี้ย มันมุดลงรูหนีเด็กทั้งหมดเลยหาไม้ มาปิดปากถ้ำแล้วลืมจากไป 7 วันต่อมากลับมาที่เดิม นึกขึ้นได้ เปิดปากรูไว้ตัวเหี้ยคลานออกมาอย่างอ่อนแรง เพราะอดอาหาร 7 วันนี่คือ กฎแห่งกรรม ทำอย่างไรในอดีตจะส่งผลในปัจจุบันเมื่ออ่านเรื่องนี้แล้ว ก็พอคาดการณ์ได้มาว่าถ้าในอดีต เด็กกลุ่มนี้ไม่ฆ่าสัตว์ ครั้งนี้ก็รอดถ้าในอดีตเคยฆ่าสัตว์ ครั้งนี้ก็คงไม่รอดชีวิต
2. เรื่องที่สอง นักประดาน้ำชาวอังกฤษที่พบเด็กทั้งหมดให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า “ในอดีตเขาก็ไม่เข้าใจว่า เขาทำไมต้องฝึกฝนการเป็นนักดำน้ำไปทำไมจนเมื่อเขามาค้นพบเด็กกลุ่มนี้เป็นคนแรกเขาก็เข้าใจทันที “ว่าที่เขาฝึกมาทั้งหมดเพื่อภารกิจนี้ภารกิจที่จะมาช่วยชีวิตคนนั่นเอง”เหมือนตัวเรา ก็ไม่เข้าใจว่า “ทำไมอยากเป็นนักบวช ? ทําไมต้องฝึกฝนสมาธิมากมาย ?จนเมื่อได้เดินทางไปทั่วโลก ได้มีโอกาสพบคนไทยและชาวต่างชาติ จึงเริ่มเข้าใจว่า แท้ที่จริงมีคนที่เขารอคอยความรู้อย่างหนึ่งจากเราอยู่
หลายคนประทับใจ ชอบมากกันเรื่องราวที่เล่าให้ฟังในวันนี้เสียดายเพื่อน Silvia ไม่ได้มาฟัง มาตอนหลังช่วงนั่งสมาธิแต่ไอมาก จนต้องใช้ยาอมแก้ไอกับเธอ เธอเลยลุกออกไปจากวง Silvia บอกชอบมาก เป็นความรู้ที่ไม่เคยได้ฟังมาก่อนเลยบอกว่า “นี่แค่ความรู้เบื้องต้นของชาวพุทธเท่านั้น เรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด”
แล้วก็สรุปให้ฟังว่าความรู้หลายๆ อย่างที่เราเล่าเรียนมาจากโรงเรียนจากมหาวิทยาลัย ในยามวิกฤต ไม่สามารถช่วยเหลือเราได้เลยแม้แต่ตอนเราป่วย ใกล้ตาย ก็ไม่มีใครช่วยเราได้หมอ คนในครอบครัว ก็แค่ให้กำลังใจ แต่ช่วยอะไรไม่ได้มีแต่สมาธิที่ฝึกฝนตอนแข็งแรง ตอนมีชีวิตเมื่อใกล้ตายให้ทําใจให้ใสๆ สว่างๆ ก็จะไปสุคติโลกสวรรค์ป้าที่นับถือฮินดู หริกฤษณะ ก็บอกว่า เหมือนของเธอ (จริงๆ พราหมณ์ เอาพุทธมาแปลงเป็นฮินดู)
มีคนเสริมว่า “เคยได้ยินมาว่า ภาพในใจเหมือนวีดีโอจะกรอกลับคนผู้นั้นเห็นคนเดียว ภาพที่เห็นจะดึงกลับไปในอดีตได้” (ความรู้ไม่สมบูรณ์) เลยเล่าให้สมบูรณ์ว่า เรื่องราวแค่ในปัจจุบันที่จะกรอกลับ (ภพชาติขวางไว้) ถ้าเป็นเรื่องดี ก็ดีใจ ใจใสแต่ถ้าเห็นเป็นเรื่องไม่ดี ก็เศร้าใจดังนั้นเราก็ระวัง ความคิด คำพูด การกระทำ ให้ดีอยู่เสมอเพราะมันจะส่งผลเสมอ
ก่อนจะเริ่มนั่งก็สรุปเทคนิคต่างๆ จากวันก่อนๆ ให้ฟังอีกครั้งก่อนจะจบวันนี้ ก็จะให้พรเป็นภาษาบาลีทุกคนสามารถอธิษฐานจิต ตอนที่พระให้พรได้ด้วยการพนมมือขึ้นรับพร มือที่พนมจะเหมือนดอกบัวแล้วก็เปิดเพลงบรรเลง นั่งสมาธิไป แล้วให้พร แปลบทให้พร
แล้วกำลังจะเล่าต่อว่า “นอกจากการดูแลสุขภาพแบบที่ทำแล้วการนอบน้อม ต่อผู้สูงวัย หรือผู้มีความดีมากกว่าก็จะทำให้อายุยืนเหมือนกัน”
Silvia ตะโกนเรียกคนให้ถ่ายรูปและวีดีโอ เลยต้องหยุดเล่าพากันนั่งสมาธิ พอถ่ายรูปเสร็จ ลืมตาขึ้นมา ก็พากันแยกย้ายจบไม่ค่อยสมบูรณ์
ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่มีโอกาสเล่าธรรมะแบบกลุ่มเดียวต่อเนื่อง 5 วัน (วันศุกร์ไปดีท็อกซ์กัน) ทำให้ค่อยๆ เพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจไปทีละขั้น ได้คนมีสัมมาทิฏฐิเพิ่มขึ้นจะกี่คนก็ตามก็ถือว่าประสบความสําเร็จ (พระศาสดา เสด็จไปโปรดคนเดียวเพื่อบรรลุโสดาบันก็เสด็จไป ไม่ว่าใกล้ ไกล) แต่ถ้าได้มากกว่านั้น มาเป็นกำลังสนับสนุนก็ถือว่าทำหน้าที่ได้สมบูรณ์
