สีลวีมังสชาดก
ว่าด้วย ความลับไม่มีในโลก
ณ พระเชตวันมหาวิหาร ในคืนหนึ่ง ภิกษุประมาณ 500 รูปต่างพักอยู่ภายในวัดภายนอกเงียบสงบแต่ในใจของภิกษุหลายรูปกลับไม่สงบเลยบางรูปเริ่มคิดฟุ้งซ่านไปในเรื่องความอยากและกิเลสต่าง ๆพระพุทธเจ้าทรงตรวจดูเหล่าภิกษุอยู่เสมอ เมื่อทรงทราบสิ่งที่เกิดขึ้น จึงรับสั่งให้พระอานนท์เรียกภิกษุทั้งหมดมาประชุมกันเมื่อทุกคนนั่งพร้อมแล้ว พระองค์ตรัสว่า"ภิกษุทั้งหลาย""บัณฑิตในอดีตกาล ไม่กล้าทำความชั่ว แม้ในที่ที่คิดว่าไม่มีใครเห็น""เพราะเขารู้ว่า..."ที่ลับสำหรับการทำความชั่วนั้น ไม่มีจริงจากนั้น พระองค์จึงทรงเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง



"พวกเธอต้องเอามาในเวลาที่ไม่มีใครเห็น""หากมีใครเห็นตอนที่พวกเธอขโมย...""เราจะไม่รับของชิ้นนั้น"ศิษย์ทั้งหลายพยักหน้ารับแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านของที่ทยอยถูกนำมาหลังจากวันนั้นลูกศิษย์เริ่มนำของมาส่งทีละคนคนหนึ่งนำผ้ามา"เมื่อคืนทุกคนหลับหมดแล้วขอรับ ไม่มีใครเห็น"อีกคนนำสร้อยมา

"ข้าพเจ้าเอามาตอนในบ้านไม่มีคน"อีกคนหนึ่งนำเครื่องประดับมา"ไม่มีใครเห็นแน่นอนขอรับ"กองผ้าและเครื่องประดับจึงค่อย ๆ สูงขึ้นอาจารย์รับทุกชิ้นไว้แต่ไม่ได้พูดอะไร

จนเวลาผ่านไปศิษย์เกือบทุกคนนำของมาแล้วเหลืออยู่เพียงคนเดียวนั่นคือชายหนุ่มผู้มีปัญญาเขามาหาอาจารย์ตามปกติแต่ในมือกลับไม่มีอะไรเลย


"ตอนกลางคืนไม่มีเวลาที่ทุกคนหลับหรือ"ชายหนุ่มส่ายหน้าแล้วตอบอย่างสงบว่า"ท่านอาจารย์บอกว่า ของที่จะนำมา ต้องไม่มีใครเห็น""แต่ข้าพเจ้าคิดดูแล้ว...""ต่อให้ไม่มีพ่อแม่เห็น""ไม่มีญาติเห็น""ไม่มีคนอื่นเห็น""ข้าพเจ้าก็ยังเห็นตัวเองอยู่"

อาจารย์นิ่งฟังชายหนุ่มกล่าวต่อว่า"แม้อยู่คนเดียวกลางป่า""ต่อให้ไม่มีมนุษย์สักคนอยู่ใกล้""ที่แห่งนั้นก็ยังไม่ว่างเปล่า""เพราะอย่างน้อย..."ตัวข้าพเจ้าก็อยู่ตรงนั้นความลับที่หลอกได้เพียงคนอื่นชายหนุ่มกล่าวต่อว่า"คนเราสามารถหลอกคนอื่นได้""สามารถซ่อนสิ่งของได้""สามารถปิดบังเรื่องที่ทำไว้ได้""แต่เราไม่สามารถซ่อนความจริงจากตัวเอง""เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่พบสถานที่ใดเลย ที่สามารถทำความชั่วโดยไม่มีใครเห็น"

เมื่อพูดจบอาจารย์ก็ยิ้มออกมาเพราะนี่คือคำตอบที่เขารอคอยมาตั้งแต่ต้นความจริงของบททดสอบอาจารย์ลุกขึ้นแล้วเรียกลูกศิษย์ทุกคนมารวมกันจากนั้นกล่าวว่า"พ่อทั้งหลาย ความจริงแล้วเราไม่ได้ต้องการของพวกนี้เลย"ทุกคนต่างตกใจอาจารย์พูดต่อ"เราต้องการเพียงทดสอบว่า ใครจะรักษาความดีไว้ได้ เมื่อคิดว่าไม่มีใครเห็น"
แล้วเขาหันไปยังชายหนุ่มผู้ยืนมือเปล่า"ในพวกเธอทั้งหมด""มีเพียงคนเดียวที่เข้าใจว่า ความดีไม่ได้มีไว้แสดงต่อหน้าคนอื่น""แต่คือสิ่งที่ต้องรักษา แม้ในวันที่ไม่มีใครมอง"จากนั้นอาจารย์จึงนำสิ่งของทั้งหมดคืนให้แก่ลูกศิษย์พร้อมกล่าวว่า"พวกเธอจงนำของเหล่านี้กลับไปคืนเจ้าของเสีย"

เมื่อเล่าเรื่องจบ พระพุทธเจ้าจึงตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายว่า"มาณพเหล่านั้นพลาดไป เพราะคิดว่าสามารถซ่อนความผิดจากผู้อื่นได้""ส่วนบัณฑิตผู้มีศีล ได้สิ่งที่ดี เพราะรักษาความถูกต้องไว้"
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประกาศสัจจะ ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุ ๕๐๐ รูปนั้นตั้งอยู่ในพระอรหัต แล้วทรงประชุมชาดกว่า..
อาจารย์ในครั้งนั้น ได้เป็น พระสารีบุตร
ส่วนมาณพผู้บัณฑิตได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.