ชาดก 500 ชาติ รวมนิทานชาดกพร้อมภาพประกอบ คติธรรม ข้อคิดสอนใจ

ชาดก 500 ชาติ : ชาดก 500ชาติรวมชาดก 500 ชาติพร้อมภาพประกอบ  ข้อคิดสอนใจ

ชาดก คือ เรื่องราวหรือชีวประวัติในอดีตชาติของพระโคตมพุทธเจ้า คือ สมัยที่พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีอยู่ พระองค์ทรงนำมาเล่าให้พระสงฆ์ฟังในโอกาสต่าง ๆ เพื่อแสดงหลักธรรมสุภาษิตที่พระองค์ทรงประสงค์ เรียกเรื่องในอดีตของพระองค์นี้ว่า ชาดก ชาดกเป็นเรื่องเล่าคล้ายนิทาน บางครั้งจึงเรียกว่า นิทานชาดก

ชาดก 500 ชาติ :: อรรถกถาจัมเปยยชาดก ว่าด้วยบำเพ็ญตบะเพื่อต้องการเกิดเป็นมนุษย์

อรรถกถาจัมเปยยชาดก

ว่าด้วยบำเพ็ญตบะเพื่อต้องการเกิดเป็นมนุษย์

 

                 บางครั้ง สิ่งที่เราปรารถนามากที่สุดอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราและบางครั้ง คนที่มีทุกอย่างอยู่แล้วกลับยอมทิ้งทุกอย่าง...เพียงเพื่อให้ได้สิ่งหนึ่งที่เงินทอง อำนาจ หรือแม้แต่วิมานอันงดงามก็ซื้อไม่ได้เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้น ณ ริมแม่น้ำสายหนึ่งที่มีโลกอีกใบซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำ...

                อาณาจักรใต้แม่น้ำในอดีตกาล ระหว่างแคว้นอังคะกับแคว้นมคธ มีแม่น้ำสายใหญ่ชื่อว่า จัมปานทีใต้แม่น้ำนั้น มีอาณาจักรลึกลับซ่อนอยู่มันคือนาคพิภพดินแดนอันเต็มไปด้วยวิมาน แก้วมณี และทรัพย์สมบัติมหาศาล มีพญานาคราชพระนามว่า จัมเปยยะ เป็นผู้ปกครอง

 

               ในเวลานั้น แคว้นอังคะกับแคว้นมคธทำสงครามกันอยู่บ่อยครั้งบางครั้งฝ่ายหนึ่งชนะบางครั้งอีกฝ่ายกลับมาเอาคืนจนวันหนึ่ง พระเจ้ามคธราชพ่ายแพ้สงครามอย่างหนักพระองค์ควบม้าหนีออกจากสนามรบ โดยมีทหารของฝ่ายอังคะไล่ตามมาติด ๆเมื่อมาถึงริมแม่น้ำจัมปานที พระองค์รู้ดีว่าไม่มีทางหนีต่อแล้วเบื้องหลังคือศัตรูเบื้องหน้าคือแม่น้ำ

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%871.png

 

               พระองค์ตัดสินพระทัย"ตายในแม่น้ำ ยังดีกว่าตายในมือศัตรู"แล้วกระโจนลงสู่แม่น้ำพร้อมม้าคู่พระทัยแต่แทนที่จะพบกับความตาย...พระองค์กลับจมลึกลงไปถึงนาคพิภพและที่นั่นเอง พระองค์ได้พบกับจัมเปยยนาคราชเมื่อพญานาคราชเห็นมนุษย์ผู้แต่งกายอย่างกษัตริย์ตกลงมาตรงหน้า จึงรีบเข้าไปช่วย"อย่ากลัวเลย มหาราช"

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%872.png

 

               เมื่อทราบเรื่องทั้งหมด จัมเปยยนาคราชก็รับปากว่า"เราจะช่วยพระองค์เอง"พระเจ้ามคธราชพักอยู่ในนาคพิภพถึงเจ็ดวันจากนั้นจัมเปยยนาคราชจึงพาพระองค์กลับขึ้นสู่โลกมนุษย์ และใช้อานุภาพช่วยให้พระองค์เอาชนะแคว้นอังคะได้

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%873.png

 

               นับจากวันนั้น พระเจ้ามคธราชกับจัมเปยยนาคราชก็กลายเป็นสหายที่สนิทกันทุกปี พระเจ้ามคธราชจะจัดพิธีบูชาริมแม่น้ำส่วนจัมเปยยนาคราชก็จะออกมาจากนาคพิภพพร้อมบริวารจำนวนมากผู้คนจากทั่วสารทิศต่างเดินทางมาเพื่อชมความงดงามและความยิ่งใหญ่ของนาคพิภพและหนึ่งในคนเหล่านั้น...คือชายหนุ่มยากจนคนหนึ่งชายหนุ่มผู้นั้นคือพระโพธิสัตว์

 

                เมื่อเขาได้เห็นความรุ่งเรืองของจัมเปยยนาคราช ทั้งบริวาร วิมาน เครื่องประดับ และทรัพย์สมบัติมหาศาล ความปรารถนาก็เกิดขึ้นในใจ"ถ้าเราได้เกิดเป็นพญานาคราช และมีสมบัติเช่นนี้ก็คงดี"จากวันนั้น เขาจึงตั้งใจทำบุญ ให้ทาน และรักษาศีล โดยหวังว่าผลบุญจะนำเขาไปสู่สิ่งที่ปรารถนาและเมื่อสิ้นชีวิต...ความปรารถนานั้นก็กลายเป็นจริง

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%874.png

 

                เขาได้ไปเกิดเป็นจัมเปยยนาคราชองค์ต่อมาทันทีที่ลืมตาขึ้น เขาพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางวิมานอันงดงามรอบกายเต็มไปด้วยนางนาคกัญญา เสียงดนตรี และทรัพย์สมบัติมากมายเกินกว่าจะนับได้ทุกสิ่งที่เคยอยากได้...อยู่ตรงหน้าแล้วแต่เมื่อมองร่างของตัวเอง เขากลับรู้สึกสะเทือนใจเพราะถึงจะมีสมบัติมหาศาลเพียงใดเขาก็ยังเกิดมาในกำเนิดนาค"เหตุใดเราจึงปรารถนาสิ่งนี้กันนะ..."ในตอนแรก ความผิดหวังรุนแรงจนเขาแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่แต่เมื่อเวลาผ่านไป ท่ามกลางความสุข ความงดงาม และเหล่าบริวาร ความคิดนั้นก็ค่อย ๆ จางลงเขาปกครองนาคพิภพต่อไปจนวันหนึ่ง คำถามเดิมก็ย้อนกลับมาอีกครั้งสมบัติมากมายเหล่านี้ จะมีประโยชน์อะไร หากไม่สามารถนำเราไปสู่ความพ้นทุกข์ได้?

 

                คราวนี้เขาตัดสินใจแล้วเขาต้องการกลับไปเกิดเป็นมนุษย์และหนทางที่เขาเลือกคือการรักษาอุโบสถศีลการรักษาศีลในนาคพิภพไม่ง่ายอย่างที่คิดรอบตัวเต็มไปด้วยความสุข ความบันเทิง และนางนาคกัญญาที่คอยปรนนิบัติจัมเปยยนาคราชจึงตัดสินใจออกจากวังไปอยู่ในอุทยาน

 

                แต่เหล่านางนาคก็ตามไปอีกสุดท้ายพระองค์จึงคิดว่า"หากอยู่ที่นี่ เราคงรักษาศีลให้มั่นคงได้ยาก"เมื่อถึงวันอุโบสถ พระองค์จึงออกจากนาคพิภพขึ้นไปยังโลกมนุษย์บริเวณใกล้ทางเดินแห่งหนึ่ง มีจอมปลวกตั้งอยู่จัมเปยยนาคราชขดกายอยู่บนนั้น แล้วตั้งจิตว่า"หากผู้ใดต้องการหนัง เนื้อ หรืออวัยวะของเรา ก็จงเอาไป""หากผู้ใดต้องการนำเราไปเล่นเป็นงู ก็จงทำเถิด"

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%875.png

 

                 พระองค์ยอมสละแม้แต่ร่างกาย เพื่อรักษาศีลของตนชาวบ้านที่เดินผ่านมาพบเข้า ต่างเชื่อว่านี่คือนาคราชผู้มีฤทธิ์จึงนำดอกไม้ ของหอม และเครื่องสักการะมาบูชาบางคนมาขอบุตรบางคนมาขอธิดาบางคนมาขอพร  ส่วนจัมเปยยนาคราชไม่สนใจสิ่งเหล่านั้นพระองค์เพียงต้องการรักษาศีลให้บริสุทธิ์เมื่อถึงวันอุโบสถก็ขึ้นมายังโลกมนุษย์เมื่อพ้นวันจึงกลับสู่นาคพิภพเป็นเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า

 

                วันหนึ่งนางถามว่า"พระองค์เสด็จขึ้นไปยังโลกมนุษย์เพียงลำพัง หากเกิดอันตรายขึ้น พวกเราจะรู้ได้อย่างไร?" จัมเปยยนาคราชจึงพานางไปยังสระแห่งหนึ่งแล้วตรัสว่า"จงจำไว้""ถ้ามีใครทำร้ายเรา น้ำในสระนี้จะขุ่น""ถ้าครุฑจับเราไป น้ำจะเดือดพล่าน""แต่ถ้าหมองูจับเรา..." พระองค์ทอดพระเนตรผืนน้ำตรงหน้า"น้ำในสระจะกลายเป็นสีแดงราวกับเลือด"จากนั้นพระองค์ก็ออกจากนาคพิภพอีกครั้งโดยไม่มีใครรู้เลยว่า...ครั้งนี้ ลางประการที่สามกำลังจะเกิดขึ้น

 

               วันนั้น มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมาเขาเคยเดินทางไปศึกษาวิชาจับงูที่เมืองตักกสิลา และมีความรู้เรื่องมนต์กับยาสำหรับควบคุมงูเมื่อเห็นนาคราชสีขาวงดงามขดอยู่บนจอมปลวก ดวงตาของเขาก็เป็นประกาย"ถ้าเอางูตัวนี้ไปแสดงตามเมืองต่าง ๆ เราต้องได้เงินมหาศาลแน่"เขาหยิบยาออกมาเริ่มร่ายมนต์ทันทีที่เสียงมนต์ดังขึ้น จัมเปยยนาคราชรู้สึกราวกับมีเหล็กร้อนแทงเข้าไปในหู

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%876.png

 

                ความเจ็บแล่นเข้าสู่ศีรษะพระองค์ลืมตาขึ้นและเห็นหมองูยืนอยู่ตรงหน้าเพียงชั่วขณะ ความคิดหนึ่งก็เกิดขึ้น"พิษของเรารุนแรงนัก...""เพียงเราพ่นลมหายใจใส่ ชายคนนี้ก็อาจกลายเป็นเถ้าถ่านได้ทันที"แต่แล้วพระองค์ก็นึกถึงสิ่งที่สำคัญกว่าศีลหากทำร้ายชายผู้นี้สิ่งที่พยายามรักษามาทั้งหมดจะสูญเปล่าจัมเปยยนาคราชจึงหลับตาลงเก็บศีรษะไว้ในขนดและไม่ตอบโต้

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%877.png

               เมื่อเห็นว่านาคราชไม่สู้ หมองูก็ยิ่งได้ใจเขาใช้ยาและมนต์ทรมานร่างของจัมเปยยนาคราชลากหางออกมาบีบร่างกดศีรษะทำร้ายจนปากเต็มไปด้วยเลือดจากนั้นยังเหยียบไปบนร่าง บิดและทุบจนร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลความเจ็บปวดรุนแรงจนแทบเกินจะทนแต่จัมเปยยนาคราชยังคงหลับตาพระองค์รู้ดีว่า...หากโกรธเพียงครั้งเดียวหมองูตรงหน้าอาจไม่มีชีวิตเหลืออยู่แต่พระองค์ยอมให้ร่างกายถูกทำร้าย

 

                ดีกว่ายอมให้ศีลในใจแตกสลายสุดท้ายหมองูจับพระองค์ยัดลงในตะกร้า แล้วนำไปแสดงตามหมู่บ้าน"ดูให้ดี!""งูตัวนี้ทำได้ทุกอย่าง!" เมื่อหมองูสั่งให้เปลี่ยนสี พระองค์ก็ทำให้ขดเป็นวง ก็ทำให้แผ่พังพาน ก็ทำให้เล็ก ให้ใหญ่ ให้แสดงท่าทางต่าง ๆ ก็ทำตามฝูงชนต่างตื่นตาตื่นใจเงินทองไหลเข้ามาหาหมองูอย่างรวดเร็วเดิมทีเขาคิดว่า"ถ้าได้เงินสักพันหนึ่ง เราจะปล่อยมัน" แต่เมื่อได้เงินพันจริง ๆความคิดกลับเปลี่ยนไป"แค่หมู่บ้านเล็ก ๆ ยังได้เงินขนาดนี้ ถ้าเอาไปแสดงต่อหน้าพระราชา เราจะได้มากขนาดไหน?" ความโลภทำให้คำสัญญาที่เคยมีหายไปหมองูจึงพาจัมเปยยนาคราชเดินทางต่อไปยังกรุงพาราณสี

 

                ระหว่างทาง หมองูฆ่ากบแล้วนำมาให้นาคราชกินแต่จัมเปยยนาคราชไม่แตะต้องพระองค์คิดว่า "กบเหล่านี้ต้องตายเพราะเรา หากเรากิน เขาก็จะฆ่าสัตว์ต่อไป" หมองูจึงเปลี่ยนเป็นข้าวตอกคลุกน้ำผึ้งพระองค์ก็ยังไม่กินจัมเปยยนาคราชอดอาหารตลอดการเดินทางจนเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนในที่สุด หมองูก็พาพระองค์มาถึงกรุงพาราณสีข่าวเรื่องงูวิเศษแพร่กระจายไปทั่วเมืองแม้แต่พระเจ้าอุคคเสนก็ทรงสนพระทัยพระองค์จึงมีรับสั่งว่า

 

               "พรุ่งนี้ จงนำงูมาแสดงให้เราดู" ข่าวถูกประกาศไปทั่วพระนครรุ่งเช้า ผู้คนจำนวนมหาศาลหลั่งไหลมายังลานหลวงทุกคนต้องการเห็นนาคราชผู้เลื่องชื่อด้วยตาตัวเองขณะเดียวกัน ในนาคพิภพ...นางสุมนาเริ่มรู้สึกผิดปกติหนึ่งเดือนแล้วสามีของนางยังไม่กลับมานางรีบไปยังสระที่จัมเปยยนาคราชเคยบอกไว้แล้วหัวใจก็แทบหยุดเต้น

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%878.png

 

               น้ำในสระ...แดงราวกับเลือด"หมองู!"นางรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นสุมนารีบออกจากนาคพิภพ ไปยังจอมปลวกเมื่อเห็นร่องรอยการต่อสู้ นางก็ร้องไห้ออกมาจากนั้นจึงติดตามข่าวไปตามหมู่บ้านต่าง ๆจนรู้ว่า งูวิเศษกำลังจะถูกนำไปแสดงต่อหน้าพระราชาที่กรุงพาราณสีนางจึงรีบมุ่งหน้าไปที่นั่นทันที

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%879.png

               ลานหน้าพระราชวังเต็มไปด้วยผู้คนเสียงปรบมือดังสนั่นกลางลาน จัมเปยยนาคราชกำลังถูกบังคับให้แสดงท่าทางต่าง ๆแล้วทันใดนั้น...พระองค์เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและเห็นหญิงผู้หนึ่งลอยอยู่กลางอากาศนางสุมนาดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตาทันทีที่เห็นพระมเหสี จัมเปยยนาคราชรู้สึกละอายที่นางต้องมาเห็นตนในสภาพเช่นนี้

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%8710.png

 

               พระองค์หยุดแสดงแล้วเลื้อยกลับเข้าไปขดตัวในตะกร้าพระเจ้าอุคคเสนทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพระองค์เงยหน้าขึ้นและเห็นหญิงงดงามราวกับเทพธิดาลอยอยู่กลางอากาศจึงตรัสถามว่า"ท่านเป็นใคร?""เป็นเทพธิดา คนธรรพ์ หรือมนุษย์กันแน่?"สุมนาประนมมือ"หม่อมฉันไม่ใช่เทพธิดา ไม่ใช่คนธรรพ์ และไม่ใช่มนุษย์เพคะ" "หม่อมฉันเป็นนาคกัญญา"พระราชาทรงเห็นน้ำตาบนใบหน้าของนาง จึงถามต่อ"แล้วเหตุใดเจ้าจึงร้องไห้?" สุมนามองไปยังตะกร้า"นาคราชที่ถูกชายคนนั้นจับมา...""คือสามีของหม่อมฉัน"

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%8711.png

 

               พระราชาทรงประหลาดพระทัย"หากเขาเป็นนาคราชผู้มีฤทธิ์จริง เหตุใดจึงปล่อยให้มนุษย์ธรรมดาจับตัวมาได้?"สุมนาตอบว่า"เพราะพระองค์ทรงรักษาศีลเพคะ""หากสามีของหม่อมฉันต้องการ เขาสามารถทำลายชายคนนั้นได้ในพริบตา""แต่เขายอมถูกทรมาน""ยอมถูกจับ""ยอมอดอาหาร""เพราะไม่ต้องการให้ศีลที่ตั้งใจรักษาต้องแตก" พระราชานิ่งไปชายที่ทุกคนคิดว่าเป็นเพียงงูสำหรับการแสดง...แท้จริงแล้วสามารถฆ่าผู้จับได้ตลอดเวลาแต่กลับเลือกที่จะไม่ทำสุมนาจึงกราบทูลขอให้พระราชาช่วยปล่อยสามีของนาง

 

 

                พระเจ้าอุคคเสนทรงรับปากทันทีพระองค์เสนอทั้งทองคำ บ้าน โค และทรัพย์สมบัติมากมายให้แก่หมองู เพื่อแลกกับอิสรภาพของจัมเปยยนาคราชแต่เมื่อหมองูเห็นว่าพระราชาทรงต้องการปล่อยนาคราชจริง ๆ ก็รีบกราบทูลว่า"แม้พระองค์ไม่ประทานสิ่งใดแก่ข้าพระองค์เลย เพียงมีรับสั่งให้ปล่อย ข้าพระองค์ก็จะปล่อยทันที"ตะกร้าถูกเปิดออกจัมเปยยนาคราชเลื้อยออกมาท่ามกลางกองดอกไม้แล้วต่อหน้าทุกคน...ร่างของนาคราชก็เปลี่ยนไปกลายเป็นชายหนุ่มผู้สง่างาม ประดับด้วยเครื่องทรงอันงดงามนางสุมนาลงมายืนเคียงข้างทั้งสองประนมมือถวายความเคารพต่อพระราชา

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%8713.png

 

                จัมเปยยนาคราชกล่าวว่า"พระองค์ทรงช่วยชีวิตข้าพระองค์ไว้""ขอเชิญพระองค์เสด็จไปเยือนนาคพิภพของข้าพระองค์เถิด"แต่พระราชายังลังเลมนุษย์กับนาคไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกันใครจะรู้ว่า เมื่อลงไปในโลกของนาคแล้วจะเกิดอะไรขึ้น?จัมเปยยนาคราชจึงให้สัตย์ว่าต่อให้ภูเขาถูกลมพัดปลิวต่อให้พระอาทิตย์และพระจันทร์เผาโลกต่อให้แม่น้ำทุกสายไหลย้อนกลับหรือมหาสมุทรเหือดแห้งเขาก็จะไม่กล่าวคำเท็จและหากเขาลืมบุญคุณของผู้ที่ช่วยชีวิตตนไว้ ก็ขอให้ตนได้รับผลแห่งความอกตัญญูนั้น

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%8714.png

                เมื่อได้ยินเช่นนั้น พระเจ้าอุคคเสนจึงยอมรับคำเชิญภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ทุกคนแทบลืมหายใจกำแพงแก้วทอดยาวพื้นดินระยิบระยับด้วยทรายทองปราสาทส่องระกายราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้ากลิ่นดอกไม้หอมอบอวลไปทั่วเสียงดนตรีดังขึ้นจากทุกทิศนางนาคกัญญาร่ายรำต้อนรับอยู่ตามทางพระเจ้าอุคคเสนและบริวารได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติอาหารทิพย์ถูกนำมาถวายเครื่องดื่มรสเลิศมีไม่ขาดพระองค์ประทับอยู่ในนาคพิภพอย่างมีความสุขถึงเจ็ดวันแต่ยิ่งเห็นความงดงามมากเท่าไรคำถามหนึ่งก็ยิ่งรบกวนพระทัยในที่สุด พระองค์จึงถามจัมเปยยนาคราชว่า"เรายังไม่เข้าใจ""เจ้ามีวิมานงดงาม มีทรัพย์สมบัติมหาศาล มีบริวาร และมีความสุขทุกอย่างที่มนุษย์แทบไม่มีวันได้พบ""แล้วเหตุใด...""เจ้าจึงยอมทิ้งสิ่งเหล่านี้ ขึ้นไปนอนอยู่บนจอมปลวกในโลกมนุษย์?"

 

%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%8715.png

 

                จัมเปยยนาคราชตอบว่า"ข้าพระองค์ไม่ได้รักษาศีลเพื่อให้ได้บุตร""ไม่ได้ทำเพื่อทรัพย์สมบัติ""และไม่ได้ทำเพื่อให้มีชีวิตยืนยาว"พระองค์หยุดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า"ข้าพระองค์ทำทั้งหมดนี้ เพราะปรารถนาจะได้เกิดเป็นมนุษย์"พระราชายิ่งประหลาดพระทัย"มนุษย์อย่างนั้นหรือ?""เหตุใดเจ้าจึงอยากเป็นมนุษย์ ในเมื่อที่นี่ดีกว่าโลกมนุษย์แทบทุกอย่าง?"จัมเปยยนาคราชตอบว่า"เพราะกำเนิดมนุษย์มีโอกาสที่จะฝึกตนให้ถึงความบริสุทธิ์"

 

                "ข้าพระองค์ปรารถนาจะเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อเดินไปให้ถึงที่สุดแห่งการเกิดและความตาย"พระเจ้าอุคคเสนได้ฟังก็นิ่งไปตอนแรกพระองค์คิดว่า ผู้ที่มีสมบัติมากมายเช่นนี้คงไม่ต้องการอะไรอีกแล้วแต่บัดนี้พระองค์เข้าใจว่าสิ่งที่จัมเปยยนาคราชต้องการ...ไม่ใช่สมบัติที่มากกว่าเดิมแต่คือ อิสรภาพจากความทุกข์เมื่อถึงเวลาที่พระเจ้าอุคคเสนจะเสด็จกลับ จัมเปยยนาคราชกล่าวว่า"พระองค์โปรดเลือกทรัพย์สมบัติที่ต้องการไปเถิด"จากนั้นจึงเปิดคลังสมบัติให้ทอดพระเนตรกองเงินกองทองสูงใหญ่แก้วมุกดาและไพฑูรย์มากมายจนต้องใช้เกวียนนับพันเล่มขนจัมเปยยนาคราชสั่งให้เหล่านาคช่วยกันขนทรัพย์เหล่านั้นขึ้นไปยังโลกมนุษย์พระเจ้าอุคคเสนจึงเสด็จกลับกรุงพาราณสีพร้อมทรัพย์สมบัติและบริวารส่วนจัมเปยยนาคราชยังคงตั้งมั่นในสิ่งที่ตนเลือก

 

                เพราะหลังจากได้ครอบครองแทบทุกอย่างแล้วพระองค์เข้าใจว่า...ความมั่งคั่งทำให้ชีวิตสะดวกสบายได้แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องนี้จบ จึงตรัสให้เห็นว่าแม้ในอดีต บัณฑิตผู้มีสมบัติมหาศาลก็ยังยอมละความสุขเหล่านั้น เพื่อรักษาศีลและบำเพ็ญความดีจากนั้นทรงเฉลยบุคคลในเรื่องว่า

หมองูในครั้งนั้น คือ พระเทวทัต

นางสุมนา คือ พระมารดาของพระราหุล

พระเจ้าอุคคเสน คือ พระสารีบุตร

และจัมเปยยนาคราช...คือ พระพุทธองค์เอง

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

* * ชาดก 500 ชาติ แนะนำ * *

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล