วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ ศูนย์รวมใจสร้างบารมีไปเป็นทีม

ศูนย์รวมใจสร้างบารมีไปเป็นทีม
เรียบเรียงจากพระธรรมเทศนาของ
หลวงพ่อทัตตชีโว


         การที่ใครจะเข้าถึงธรรมะที่ละเอียดๆได้ ผู้นั้นจะต้องฝึกตัวและทำสมาธิแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันกันมาแล้วทั้งสิ้น แม้ในอดีตที่ผ่านมาพระอาจารย์หลายๆ ท่าน เวลาจะฝึกให้ลูกศิษย์เข้าถึงธรรมะละเอียด ก็ต้องดำเนินรอยตามการสร้างบารมีของพระโพธิสัตว์ คือไม่ว่าจะให้ลูกศิษย์ทำอะไร จะมีบทฝึกที่เรียกว่าให้เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ตั้งแต่ชาติต้นๆ กันมานั่นแหละ

           สำหรับพวกเรา เรื่องที่จะให้หมดกิเลสไปนิพพานกันในชาตินี้น่ะ ไม่ต้องคิด แต่ถ้าเราเอาชีวิต เป็นเดิมพันในการปฏิบัติธรรมก็มีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงพระธรรมกายภายในตัวได้ เพราะนิสัยที่ไม่ดีแต่ละชนิด ที่ยังมีติดตัวเราอยู่ ชาตินี้ไม่มีทางแก้ไขได้หมด และเพราะชาตินี้แก้ไขได้ไม่หมด และยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลากันอีกกี่ภพกี่ชาติจึงจะแก้ไขได้ ประเด็นนี้ทำให้หลวงพ่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อประมาณปีที่ผ่านมา วันหนึ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยได้มาปรารภกับหลวงพ่อว่า ท่านกำลังค้นอยู่ว่าทำอย่างไรถึงจะทำทานในชาตินี้ แล้วไม่ต้องไปทำอีกในชาติต่อๆ ไป แต่มีเสบียงพอใช้ไปจนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม 

        หลวงพ่อก็ถามท่านกลับ "ทำไมเราจะต้องตุนอะไรกันขนาดนั้น เราทำทานในชาตินี้แล้วก็ไปทำต่อในชาติหน้า ทำไปเรื่อยๆ จะต้องใช้เวลาอีกกี่ร้อยกี่พัน ชาติ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร"

           ท่านก็กล่าวว่า "แล้วคิดว่าชาติต่อๆ ไปจะได้ เจอเนื้อนาบุญอย่างนี้อีกหรือ แล้วถ้าไม่เจอเนื้อนาบุญ ทำทานกันเป็นหมื่นปียังสู้กับที่เขาตักบาตรทัพพีเดียว กับพระอรหันต์ไม่ได้นะ ก็อ่านพระไตรปิฎกมาแล้วไม่ใช่หรือ"

          หลวงพ่ออ่านพระไตรปิฎกมาแล้วก็หลายรอบ แต่ไม่เคยได้ฉุกคิด จริงของท่าน อังกุระมาณพทำทานอยู่ เป็นหมื่นปีกับบุคคลผู้ไม่มีศีล ในยุคที่พระพุทธศาลนายังไม่บังเกิดขึ้น เฉพาะเตาที่ก่อเอาไว้สำหรับหุงข้าว เรียง กันแล้วยาวเป็นร้อยโยชน์พันโยชน์ นํ้าข้าวที่รินออกมา กลายเป็นคลองเอาเรือแล่นได้ ทำทานกันขนาดนั้นยังได้ บุญสู้กับที่อินทกมาณพตักบาตรกับพระอรหันต์ซึ่งเป็นเนื้อนาบุญเพียงทัพพีเดียวไม่ได้เลย แล้วเราจะเอาอะไรมา เป็นประกันว่าชาติต่อไป ถึงแม้ทำบุญจนกระทั่งอายุยืน ได้ขนาดนั้น แต่ถ้าไม่เจอเนื้อนาบุญ เราจะเอาอะไรไป เป็นเสบียงกันในชาติต่อๆ ไป หมดเสบียงเมื่อไหร่ละก็แย่นะ ดูแค่ในชาตินี้ ถ้าไม่มีเงินในกระเป๋า ค่ารถมาวัดไม่มี อยากจะรักษาศีลให้บริสุทธิ์ก็ลำบาก จะนั่งหลับตาทำ สมาธิก็นั่งไม่ติดกันละ

           การที่เราจะแก้นิสัยไม่ดีแต่ละอย่างให้หมดได้ ไม่ใช่สิบชาติร้อยชาติหรือพันชาติหมื่นชาติ แต่อีกกี่ล้านชาติ ยังไม่รู้ถ้าไม่เตรียมเสบียงให้พอ ต่อไปข้างหน้าแม้อยาก จะรักษาศีล อยากจะนั่งหลับตาทำสมาธิก็ทำได้ยาก

         หลวงพ่อก็เลยถามท่านว่า ท่านคิดออกหรือยัง ท่านก็บอกว่า ก็คิดออกมาได้ระดับหนึ่งแล้ว คือต้องหา ทางให้สร้างบุญใหญ่ๆ สร้างให้เต็มอิ่มเต็มที่ เต็มมือเต็มใจ แล้วพระภิกษุผู้เป็นเนื้อนาบุญ คนที่รักการปฏิบัติธรรม รักการสร้างบารมี มีอยู่ในแผ่นดินไทยเท่าไร ต้องไปตามมาให้หมด แล้วมาร่วมสร้างบุญพร้อมๆ กัน อย่างนี้จึงจะ ได้บุญใหญ่มากพอที่จะเกิดไปอีกกี่ชาติๆ เสบียงจะได้พร้อม ไม่ไปหมดกลางทาง

          พอฟังท่านพูดแล้วก็ชักเหนื่อยแทน ให้ไปนิมนต์ พระที่เป็นเนื้อนาบุญทั้งแผ่นดินมาให้หมด ความรู้สึกเมื่อ ๑๕ ปีก่อนโน้น เอาแค่ร้อยวัดก็แย่แล้ว ก็นึกไม่ถึงเหมือน กันว่า เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๕ ในงานสลายร่างคุณยายอาจารย์ พวกเราได้ไปนิมนต์เจ้าอาวาส ๓๐,๐๐๐ วัด มากันได้อย่างไร เมื่อ ๑๕ ปีก่อนนั้นนึกไม่ ออกจริงๆ แม้ครั้งนี้ทำเสร็จแล้วยังนั่งงงๆ อยู่เลยว่า เป็นไปได้อย่างไร

         ความคิดของท่านไม่เหมือนคนอื่น ภาพของท่าน ชัดเกินกว่าที่คนอื่นจะตามทัน ไหนๆ จะต้องทำบุญเพื่อเก็บเสบียงแล้ว มองเป้าสุดท้ายโน่นเลยว่า ถ้าทำครั้งนี้ แล้วก็ไม่ต้องทำอีก ซึ่งการคิดอย่างนี้นักบริหารปัจจุบัน เพิ่งมาใช้กัน คือจะทำอะไรก็มองภาพสุดท้ายแล้วถอย หลังกลับมา ซอยงานออกมา จากวันนี้ไปจนกระทั่งงานเสร็จ แต่งานทางโลกเสร็จมันแค่ในชาตินี้ ไม่กี่ปีก็เสร็จ ส่วนงานสร้างบารมีมองข้ามชาติไปอีกกี่อสงไขยชาติก็ตาม ภาพสุดท้ายอยู่ตรงโน้น

         พอเห็นภาพสุดท้ายแล้วว่าต้องการให้เสบียงพอถึง จุดสุดท้ายโน่น แล้วในที่สุดท่านก็คิดออก คือต้องสร้าง พระเจดีย์ แล้วการที่จะสร้างพระเจดีย์ให้ทรงคุณค่าให้มากที่สุด ท่านนั่งค้นอยู่หลายปีก็พบว่า พระเจดีย์นั้นต้อง มีพระพุทธรูปประดิษฐาน และอุดมด้วยลักษณะมหาบุรุษ ซึ่งก็ใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี กว่าจะได้อย่างที่เรากราบไหว้อยู่ทุกวันนี้

          งานแต่ละอย่างท่านได้วางผังมาแล้ว มหาธรรมกายเจดีย์ที่เราได้ร่วมกันสร้างนี้มีประโยชน์อย่างที่เห็น มีพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับเนื้อนาบุญ คือพระภิกษุสงฆ์ขึ้นไปประกอบพิธีกรรมบนนั้น และเมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อย แล้วก็คิดวางแผนว่า จะให้มีคนเป็นล้านมากราบไหว้ มาสวดมนต์ มานั่งสมาธิได้พร้อมๆ กัน

       เมื่อท่านคิดที่จะเอาบุญใหญ่ถึงจุดสุดท้ายโน้นจึง กระจายงานออกมาอย่างนี้ แล้วท่านก็คิดของท่านต่อว่า จะไปตามพวกเรามาเป็นล้านคนได้อย่างไร ถ้าตามมาแล้ว ไม่ฝึกให้ดี เดี๋ยวก็เกิดความวุ่นวาย มาแล้วก็จะไม่ได้บุญ กันเต็มที่

          ไม่ทราบว่าพวกเราได้รู้ตัวกันหรือเปล่า ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านให้พิมพ์พระ หลวงพ่อเองชอบใจคำนี้จริงๆ "พอเราพิมพ์พระเลร็จแล้ว ทำ ความสะอาดอุปกรณ์ทุกอย่างให้เรียบร้อย จนกระทั้ง คนที่มาพิมพ์ต่อจากเรา มีความรู้สึกว่าเขาคือคนแรกที่ เข้ามานั่งพิมพ์พระ" ตรงนี้เป็นความละเอียดในการฝึกคน เป็นการบังคับให้เราต้องทำด้วยความละเอียดประณีต เป็นระเบียบ

         เมื่อจะเอาคนมาเป็นล้าน มีทางเดียวต้องฝึกคน ให้ละเอียดให้ได้ เพราะฉะนั้นท่านจะใช้คำพูดนี้อยู่เสมอ พิมพ์พระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำความสะอาดอุปกรณ์ ทุกอย่าง ให้คนต่อไปมีความรู้สึกว่าฉันเป็นคนแรกที่มาพิมพ์พระ ถ้ายังฝึกให้ผู้ที่มาวัดเป็นประจำเป็นหมื่นเป็นแสน มีความเป็นระเบียบอย่างนี้ไม่ได้ทั้งหมด อย่าว่าแต่จะเอา คนเป็นล้านมาร่วมสร้างบุญ หลวงพ่อว่าสัก ๓-๔ แสน คนเท่านั้น เดี๋ยวได้มีการเหยียบกันตาย

        หลวงพ่อรู้จักกับท่านมา ๓๐ กว่าปี ถ้าว่าไปแล้ว ก็ไม่ได้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขอะไรกับท่าน ท่านก็ทนฝึกหลวงพ่อมา ..ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงทิ้งหลวงพ่อไปนานแล้ว พระภิกษุสามเณรในวัดเดี๋ยวนื้ก็มีพันกว่ารูป ซึ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ ท่านก็เคี่ยวเข็ญลูกพระลูกเณรมาตามลำดับๆ เคี่ยวเข็ญพวกเราที่มาวัดกันเป็นประจำ ให้มีความเป็นระเบียบ มีความละเอียดประณีตให้ได้ เพราะถ้าทำงานหยาบๆ ให้ละเอียดๆ ได้อย่างนี้ ชาตินี้จีงจะมีสิทธิ์เข้าถึงธรรมกายได้ ไม่งั้นอย่าไปหวังเลยนะ

        ถ้าไม่ฝึกให้ดี แม้เรื่องการเข้าห้องน้ำแล้วไม่ช่วย กันรักษาความสะอาด จนกระทั้งคนที่เข้ามาใช้ต่อจาก เราแล้วไม่เกิดความรู้สึกว่า ฉันมาเข้าเป็นคนแรก ถ้ายัง ไม่สะอาดระดับนั้นล่ะก็ การรวมคนจำนวนมากมาปฏิบัติธรรมคงทำไม่ได้ เมื่อรวมคนจำนวนมากมาปฏิบัติธรรมไม่ได้ รวมคนจำนวนมากมาเป็นเจ้าภาพไม่ได้ รวมพระจำนวนมากมาเป็นเนื้อนาบุญไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นการที่จะเก็บเสบียงข้ามชาติให้พอไปถึงวันสุดท้ายนั่นก็เป็นไปไม่ได้ แต่เพื่อจะเก็บเสบียงให้ได้จนกระทั่งวันสุดท้าย ถึงที่สุดแห่งธรรมนั่นน่ะ วิธีการต่างๆ เหล่านี้จึงได้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นต่อแต่นี้ไป ไม่ว่าหยิบอะไร จะหยิบเหมือนช่าง เจียระไนเพชร เจียระไนพลอย คือต้องเจียระไนให้ดีที่สุด เพราะเมื่อเราคิดอย่างนี้ หยิบอะไรแล้วต้องดีที่สุดวิชานี้ต้องถือว่าได้หลักการมาจากคุณยาย เพราะคุณยายใช้คำว่า "ของหยาบๆ ยังทำให้ละเอียดไม่ได้ แล้วของ ละเอียดอย่างวิชชาธรรมกาย จะไปทำได้อย่างไร"

      มีอยู่วันหนึ่ง หลวงพ่อธัมมชโยท่านปรารภขึ้นว่า "ยังไงก็ตาม ก่อนตายจะฝึกผู้ที่มาวัดให้เข้าถึงวิชชาธรรมกายไปเยอะๆ" คุณยายก็ถอนใจแล้วพูดกับท่านว่า "คนยุคนี้ใจหยาบนะ ไหวเหรอ จะตายเปล่านะท่านนะ"

         ท่านก็ตอบยายไป "พระมาไม่ทันหลวงปู่วัดปากนํ้า ถ้าพระไม่คิดทำอย่างนี้ แล้วทำอย่างไรล่ะ พระจะได้บุญละเอียดๆ ตามหลวงปู่ท่านทันเหมือนอย่าง ที่ยายทันน่ะ มันก็ต้องเอาชีวิตเป็นเติมพันกันอย่างนี้แหละ"

           ยายก็ว่า "ตามใจ แต่ยายบอกก่อนนะ เหนื่อย ซี่โครงบานเลยละ"

         เมื่อท่านมีปณิธานอย่างที่ว่ามานี้ โครงการต่างๆ ที่เราฟังแล้วแต่ละเรื่องเหลือเชื่อทั้งนั้น แต่ว่ากลายเป็นจริงได้ เพราะว่าก่อนที่ท่านจะตั้งโครงการ ท่านมองไป เป้าสุดท้ายคือชาติสุดท้ายที่จะถึงที่สุดแห่งธรรม แล้วค่อยแตกงานมาเป็นชิ้นย่อยๆ ตามลำดับ

        ปีนี้ หลวงพ่อธัมมชโยท่านคงเดินตามรอยยาย ตัวท่านเองก็จะอายุ ๖๐ ปีแล้ว ตั้งใจเก็บเสบียงให้มาก ที่สุดเท่าที่จะมากไต้ เพื่อให้พอที่จะเลี้ยงตัวเอง แล้วก็ เลี้ยงพวกเราที่ตามมาในภายหลัง จนกระทั่งไปให้ถึงจุด สุดท้าย เพราะฉะนั้นก่อนจะถึงจุดนั้น ก็ขอให้พวกเรามา ช่วยกันเตรียมเสบียงให้เต็มที่ ให้เป็นเสบียงต่อเสบียงไป ใครทำบุญของตัวเองเต็มที่แล้ว ก็ให้ไปทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรให้พ่อแม่พี่น้องพรรคพวกเพื่อนฝูงให้สมบูรณ์ จะไต้เป็นเสบียงของส่วนรวมต่อไป ทั้งชาตินี้ ชาติหน้า ชาติต่อๆ ไปจนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม ตราบใดยังต้อง เวียนว่ายในวัฏสงสาร มาแก้นิสัยที่ใม่ดี มาสร้างบารมีกันอีก ก็ยังมีเสบียงให้สู้กันต่อไป เมื่อถึงตอนนั้นเราคง จะได้ไปถึงที่สุดแห่งธรรมพร้อมๆ กันทุกคน

       ขอให้ทุกท่านได้บุญเยอะๆ ในการบุญครั้งนี้ และ ขอให้บุญนี้จงส่งผลให้ได้สร้างบุญสร้างบารมีร่วมกับพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย และคุณยายอาจารย์ไปทุกภพทุกชาติ ได้ช่วยกันปราบมาร ประหารกิเลลให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษได้โดยง่ายตลอดไป ตราบวันถึงที่ลุดแห่งธรรม เทอญ 

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร