พระเทวทัตผู้มีใจริษยา

วันที่ 22 ตค. พ.ศ.2558

พระเทวทัตผู้มีใจริษยา


           ในช่วงที่อชาตศัตรูราชกุมารได้เสด็จไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเอง เป็นเวลาที่พระเทวทัตผู้เป็นสาวกองค์หนึ่งของพระพุทธองค์กำลังคิดหาทางเป็นใหญ่ ทั้งที่ตนเองมิได้บรรลุมรรคผลอันใดดังเช่นพุทธสาวกสำคัญองค์อื่นๆ จะบรรลุก็เพียงโลกียฌานเท่านั้น พระเทวทัตมีใจริษยาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอสีติมหาสาวก ทั้งหลาย ที่มีผู้คนหลั่งไหลนำเครื่องสักการะไปน้อมถวายพร้อมบริบูรณ์ส่วนตนเองนั้นไม่ใคร่มีโอกาสได้รับเครื่องสักการะใดๆ เลย


           ด้วยฤทธิ์แห่งเพลิงริษยา ที่แผดเผาใจให้ร้อนรุ่มอยู่ตลอดเวลา พระเทวทัตจึงคิดวางแผนด้วยเล่ห์เพทุบายให้อชาตศัตรูราชกุมารเลื่อมใสศรัทธาในตน เพื่อเป็นขุมกำลังในการล้มล้างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะเห็นว่าอชาตศัตรูราชกุมารทรงอยู่ในวัยหนุ่ม มีความทะเยอทะยาน ย่อมชักจูงให้หลงเชื่อได้โดยไม่ยากเมื่อกำหนดแผนร้ายไว้ในใจเช่นนั้นแล้ว พระเทวทัตจึงรีบเดินทางไปยังกรุงราชคฤห์ ใช้อำนาจฌานสมาบัติสำแดงฤทธิ์แปลงเพศเป็นเด็กน้อย มีงูพิษพันที่มือ เท้า คอ ศีรษะ และบ่า ปรากฏกายบนพระเพลาของอชาตศัตรูราชกุมาร เป็นเหตุให้อชาตศัตรูราชกุมารทรงตกพระทัยหวาดกลัวยิ่งนัก ครั้นต่อมาอชาตศัตรูราชกุมารทรงทราบจากเด็กน้อยคนนั้นว่า เขาคือพระเทวทัต อชาตศัตรูราชกุมารจึงทรงขอร้องให้กลับกลายร่าง เป็นสมณะตามเดิม

 

            เมื่ออชาตศัตรูราชกุมารทอดพระเนตรเห็นเด็กน้อยคนนั้นกลับกลายร่างเป็นสมณะดูน่าเลื่อมใสจึงทรงบังเกิดความรู้สึกเลื่อมใสศรัทธาในปาฏิหาริย์ของพระเทวทัตยิ่งนัก ทรงหลงเชื่ออย่างสนิทพระทัยว่าพระเทวทัตเป็นผู้มีอานุภาพยิ่งกว่าผู้ใดในโลก นับแต่นั้นมาจึงทรงเป็นอุปัฏฐากสำคัญของพระเทวทัต ถวายการบำรุงด้วยปัจจัยไทยทานอย่างพร้อมบริบูรณ์ อีกทั้งทรงยอมทำตามคำแนะนำของพระเทวทัตทุกอย่างโดยมิได้ทรงไตร่ตรองให้ถ่องแท้


            เมื่อได้รับลาภสักการะและพลังสนับสนุนจากเจ้าชายผู้เป็นรัชทายาทแห่งแคว้นมคธแล้ว พระเทวทัตก็มีใจกำเริบคิดการใหญ่อันชั่วร้าย ถึงขั้นจะยึดอำนาจการปกครองสงฆ์แทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอำนาจกิเลสที่เข้าครอบงำใจ ทำให้ฌานโลกีย์ที่เคยมีอยู่กลับเสื่อมสิ้นไปหมด คุณธรรมที่พระเทวทัตได้พากเพียรปลูกฝังอบรมตนมาตั้งแต่เริ่มบวชได้อันตรธานไปสิ้น จิตใจในขณะนั้นเศร้าหมอง ขุ่นมัว ด้วยอำนาจมิจฉาทิฏฐิ เสมือนความมืดที่เข้ามาแทนความสว่าง เพราะไฟดับฉะนั้น

 

           วันหนึ่ง ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับนั่งทรงแสดงธรรม อยู่ท่ามกลางพุทธบริษัท และพระราชาจากเมืองต่างๆ พระเทวทัตได้เข้าไปกราบทูลขอปกครองสงฆ์แทนพระพุทธองค์ โดยอ้างเหตุผลว่าพระพุทธองค์ทรงชราภาพแล้ว ถึงเวลาที่ควรจะทรงพักผ่อนให้สบาย แม้พระพุทธองค์จะทรงปฏิเสธ พระเทวทัตก็ยังดึงดันกราบทูลซ้ำถึง 3 ครั้ง การปฏิเสธในครั้งที่ 3 พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า"ดูก่อนเทวทัต แม้แต่สารีบุตรและโมคคัลลานะ เรายังไม่มอบภิกษุสงฆ์ให้ ไฉนจะพึงมอบให้เธอผู้เช่นซากศพ ผู้บริโภคปัจจัย เช่นก้อนเขฬะ(น้ำลาย)เล่า"คำปฏิเสธและคำตำหนินี้ ทำให้พระเทวทัตขุ่นเคืองยิ่งนัก และผูกใจอาฆาตพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตั้งแต่นั้นมา

-----------------------------------------------

SB 304 ชีวิตสมณะ

กลุ่มวิชาพุทธวิธีในการพัฒนานิสัย

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0012729008992513 Mins