บทความบทความวาไรตี้ : วัดพระธรรมกาย  : คำสอน

วัดพระธรรมกาย  : คำสอน

วันที่ 04 มค. พ.ศ.2559

วัดพระธรรมกาย  : คำสอน

          ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายเป็นที่ยอมรับในความสุภาพเรียบร้อย  มีระเบียบวินัย  มีมารยาทดี  มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแน่นแฟ้น  แต่แปลกประหลาดที่ในขณะเดียวกัน ก็มีผู้โจมตีวัดพระธรรมกายว่าสอนผิดจึงน่าศึกษาว่า  จริงๆแล้วคำสอนของวัดพระธรรมกายเป็นอย่างไร

 

แนวการสอนของวัดพระธรรมกายยึดหลักอนุปุพพิกถา  ซึ่งเป็นแนวการสอนที่พระพุทธเจ้าทรงใช้มากที่สุด
  เป็นการสอนไปตามลำดับ  5  ข้อ คือ 

      1. ทานกถา  สอนเรื่องคุณค่าความสำคัญของการให้ทาน  การมีน้ำใจเอื้อเฟื้อแบ่งปันกัน  การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

           จะเป็นคนรวยคนจนก็ต้องรู้จักการให้ทาน  ทรัพย์จะมากน้อยไม่สำคัญ  ขอให้ทำด้วยจิตที่เลื่อมใส  เพราะเมื่อมีจิตเลื่อมใสมากย่อมได้บุญมาก  ทำเต็มกำลังศรัทธาของตน  เศรษฐีเมื่อมีจิตเลื่อมใสก็ทำมาก  คนจนมีทรัพย์น้อยก็ทำน้อย  แต่เมื่อมีจิตเลื่อมใสมากก็ได้บุญมากเหมือนกันอีกทั้งให้คนรวยคนจนเอื้อเฟื้อกัน  เศรษฐีมีทรัพย์ก็ทำบุญค่าอาหาร  บ้างก็ยกข้าวหม้อแกงหม้อใส่รถมาวัด  ทางวัดก็จะเลี้ยงข้าวฟรีกับทุกคนที่มาวัด  และทุกวันอาทิตย์ก็จัดรถมาวัดฟรี ภายใต้แนวคิดว่า  “ทั้งคนรวยคนจนควรมีโอกาสมาวัดศึกษาธรรมะเหมือนกัน”  ดังนั้น คนจนที่สุดก็มาวัดได้  เพราะค่ารถฟรีเลี้ยงข้าวฟรี  และก็มีญาติโยมจำนวนมากที่แรกมาวัด  ฐานะยากจน แต่เมื่อตั้งใจศึกษาธรรมะ ทำความดี ไม่ยุ่งอบายมุข ฐานะก็ดีขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นเศรษฐี  จึงซาบซึ้งในคุณค่าธรรมะ  ตั้งใจทำบุญเต็มที่  เพื่อสนับสนุนเปิดโอกาสให้คนอื่นๆได้มาศึกษาธรรมเพิ่มขึ้น เหมือนที่ตนเคยได้รับโอกาส

 

        2.  ศีลกถา  สอนเรื่องคุณค่าความสำคัญของการรักษาศีล  
            วัดพระธรรมกายจะอบรมตอกย้ำให้ญาติโยมตั้งใจรักษาศีล 5 เป็นพื้นฐานอย่างเอาจริงเอาจัง  
และยังชักชวนให้รักษาศีล 8 ในวันพระ  เป็นการฟื้นฟูประเพณีอันดีงาม  ซึ่งพุทธศาสนิกชนได้ปฏิบัติมาแต่ครั้งพุทธกาลอาทิ  ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีนอกจากการรักษาศีลโดยตรงแล้ว  ทางวัดยังอบรมกิริยามารยาท  การกราบ  การไหว้  การลุก  การนั่ง  การปฏิบัติตนต่อพระภิกษุ  การให้ความเคารพพระรัตนตรัย  ในเขตวัดจะไม่มีการสูบบุหรี่  ไม่มีการเล่นการพนันและอบายมุข

 

          3.  สัคคกถา  พรรณนาเรื่องสวรรค์  พระพุทธเจ้าจะทรงสอนให้รู้ว่า  
              เมื่อได้ให้ทาน รักษาศีลแล้ว  อานิสงส์จะส่งผลให้ไปเกิดในสวรรค์  มีวิมานและทิพยสมบัติที่วิจิตรงดงามเพียงใด  แต่ถ้าทำบาปก็จะไปตกนรก ลงอบาย ซึ่งมีความทุกข์มาก  น่ากลัวยิ่งนักวัดพระธรรมกายก็สอนตามแนวทางของพระพุทธเจ้าและใช้เทคโนโลยีทันสมัยทั้งภาพนิ่ง  ภาพแอนนิเมชั่น  แสดงถึงลักษณะของนรก  สวรรค์   เพื่อให้พุทธศาสนิกชนตระหนักถึงคุณค่าของบุญ  และความน่ากลัวของบาปกรรมอกุศล  เกิดแรงบันดาลใจในการทำความดีละเว้นความชั่ว

 

           4.  กามาทีนพ  ทรงสอนเรื่องโทษของกามว่าเผ็ดร้อน  มีทุกข์มากมีความพอใจน้อย  เป็นบ่อเกิดของการทะเลาะวิวาทกัน

                ทางวัดได้สอนตอกย้ำให้ทุกคนรู้โทษของกาม  และรู้จักหลีกเร้นจากกามแม้เป็นช่วงเวลาหนึ่งก็ตามด้วยการรักษาศีล 8  ประพฤติพรหมจรรย์ในวันพระ  วันเกิด  เป็นต้น  และให้ผู้มาวัดแต่งชุดขาว  เพื่อจะได้ไม่แต่งตัวประดับประดามาอวดกันเป็นการยั่วกิเลส  

 

          5.  เนกขัมมานิสงส์  ทรงสอนเรื่องอานิสงส์ของการออกบวช
               วัดพระธรรมกายพยายามฟื้นฟูประเพณีการบวชของชายไทยให้กลับมาอีกครั้ง  โดยในช่วงชีวิตของชายไทย  ควรมีครั้งหนึ่งที่ได้บวชตลอดพรรษาเพื่อจะได้ศึกษาธรรมะอย่างเต็มที่  ไม่ใช่บวชเพียง 7 วัน  15  วัน  เพราะอ้างว่างานยุ่ง  จึงปรากฏเป็นโครงการอุปสมบทหมู่หนึ่งแสนรูปทุกหมู่บ้านทั่วไทยส่วนเยาวชนนักเรียน  นักศึกษา  ก็บรรพชาอุปสมบทในช่วงปิดภาคฤดูร้อน  ศึกษาธรรมะ  เพื่อจะได้เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่  เป็นพลเมืองดีของชาติต่อไปหลักธรรมปฏิบัตินั้น  ทางวัดได้สอนการปฏิบัติธรรมตามหลักวิชชาธรรมกาย  ของพระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อสด  วัดปากน้ำภาษีเจริญ)  ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน 4  ของพระพุทธเจ้า  คือ การพิจารณากายในกาย  เวทนาในเวทนา  จิตในจิต  และธรรมในธรรม

             ประเด็นเรื่องนิพพานว่าเป็นอัตตาหรืออนัตตานั้น  ทางวัดบอกว่า  ให้เราถือว่า “นิพพาน คือ นิพพาน”  แล้วเลิกทะเลาะกันเรื่องนี้  ปฏิบัติเข้าถึงเมื่อใดก็จะรู้ด้วยตนเอง  ปัญหาสังคมไทยปัจจุบัน  ไม่ได้อยู่ที่เรื่องนี้  แต่อยู่ที่อบายมุขท่วมเมือง  เด็กติดยากันเกลื่อน  อย่าว่าแต่นิพพานเลย  สวรรค์ยังไม่ได้ไป  จะตกนรกกันหมดแล้ว  ชาวพุทธเลิกทะเลาะกัน  แล้วเอาเวลามาทุ่มเทให้กับการรณรงค์ต่อต้านอบายมุข  ชวนคนมาทำความดีกันให้มากๆ ดีกว่า  สังคมจะได้สงบร่มเย็น  เยาวชนเป็นคนดี  ครอบครัวอบอุ่นเป็นสุข

 

เอกลักษณ์ของการสอนวัดพระธรรมกาย
          คือ  การถือธรรมเป็นใหญ่  ทางวัดจะไม่เอาใจโยม  ไม่ดึงวัดไปหาโยม  แต่จะดึงโยมเข้าสู่ธรรมะ เช่นโยมชอบดูหมอ  ใบ้หวย  ทางวัดก็จะไม่ดูหมอ  ไม่ใบ้หวย  แต่สอนให้โยมรู้ว่าการเล่นหวยเป็นอบายมุขควรเลิก การดูหมอพระพุทธเจ้าไม่ทรงสรรเสริญ  แต่ทรงสอนให้ทำความดี  มีวิริยะอุตสาหะ  ทุกอย่างเป็นเรื่องกรรมลิขิตไม่ใช่พรหมลิขิต  คนทำดีดวงดาวก็ทำอะไรไม่ได้ ทางวัดจึงไม่มีมหรสพ  ไม่มีเซียมซี  ไม่มีกุมารทอง ไม่มีนางกวัก ไม่มีรูปปั้นเจ้าพ่อ เจ้าแม่  ไม่มีรูปเคารพอื่นใดนอกจากพระรัตนตรัย  ไม่มีบุญเขตอื่นนอกพระพุทธศาสนา

 

         โดยสรุป  หลักคำสอนของวัดพระธรรมกาย  เดินตามแนวทางของพระพุทธเจ้า  แต่ทำอย่างจริงจังและได้ผล  เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ถ้าเราตั้งใจศึกษาและสอนญาติโยมตามแนวทางของพระพุทธเจ้าอย่างจริงจังแล้วจะได้ผลดีธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่เคยล้าสมัย  เป็นอกาลิโก  ผู้ใดปฏิบัติตามก็จะได้ผลดี  โดยไม่ต้องไปพึ่งเจ้าพ่อ เจ้าแม่ เซียมซี  การดูหมอ  ใบ้หวย  มหรสพมาดึงคนเข้าวัดเลย  แนวทางที่วัดพระธรรมกายเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างจริงจังและได้ผล   ทำให้มีศิษยานุศิษย์มากมายนับล้านคนนี้  อาจเป็นเหตุให้ดูโดดเด่น  จึงเป็นเป้าแห่งการวิพากษ์วิจารณ์  ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ทางวัดจะต้องสื่อสารให้สังคมเข้าใจต่อไป

 

Cr.Fb พุทธสามัคคี