อัศจรรย์ ยอดขายรายวันจาก ๒๐๐ เป็น ๓,๐๐๐ กัลยาณมิตรน้ำทิพย์ หินดำ

วันที่ 09 พค. พ.ศ.2559

อัศจรรย์ ยอดขายรายวันจาก ๒๐๐ เป็น ๓,๐๐๐

กัลยาณมิตรน้ำทิพย์ หินดำ

      ก่อนที่จะภาวนา “สัมมา อะระหัง” ความเป็นอยู่ไม่ค่อยดีเท่าไร มีอาชีพขับรถพ่วงขายลูกชิ้นตรงที่มีคนเยอะ ๆ พอมาได้คำแนะนำของพระอาจารย์ปรเมษฐ์เรื่องการภาวนา “สัมมาอะระหัง” ก็เลยลองเอาไปปฏิบัติดูเริ่มภาวนาตั้งแต่วันที่ ๒ สิงหาคม สมัครร่วมโครงการเลย ภาวนาวันแรกได้เกิน ๕,๐๐๐ ครั้ง เพราะว่าอยากให้ชีวิตดีขึ้น จึงภาวนาทุกวันบางทีก็มีลืมบ้าง แต่ช่วงที่ภาวนาไป ขายของไปรู้สึกว่ายอดขายเพิ่มขึ้น ตอนแรกยอดขายประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ บาทต่อวัน ก็ขึ้นเป็น ๔๐๐-๕๐๐ บาท ตอนนี้มีที่ขายประจำอยู่ ๒ ที่ คือ ที่โรงเรียนกับหน้าวัด ตอนนี้รายได้ขึ้นไป ๓,๐๐๐ กว่าบาทต่อวัน

     วันที่ประทับใจก็คือ วันที่ภาวนาได้ ๑๒,๐๐๐ ครั้ง เยอะที่สุด ผลปรากฏว่า วันนั้นลูกค้ามาแย่งกันซื้อของเยอะมาก ปลื้มค่ะทำไมอัศจรรย์อย่างนี้ ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจว่าเราต้องภาวนาให้ได้มากกว่านี้ พอเราภาวนาได้มากกว่า ๑๒,๐๐๐ ครั้ง ก็เริ่มขึ้นไปที่ ๕๐,๐๐๐ ครั้ง ๖๐,๐๐๐ ครั้ง ผลปรากฏว่าจากเมื่อก่อนที่ต้องวิ่งขายตะลอน ๆ ไปทั่ว ไม่มีที่ขาย ก็ได้ที่ขายประจำ ขายอยู่ที่โรงเรียน มีนักเรียนประมาณ ๕๐๐ คน แต่ร้านค้ารวมเราด้วยประมาณ ๑๐ ร้าน มีลูกชิ้นขายแทบทุกร้านเขาขายหลายอย่างรวมทั้งลูกชิ้นด้วย เพราะเด็กชอบทาน แต่ปรากฏว่าเด็กมาซื้อร้านเราเยอะขึ้น ๆ ก็เลยอธิษฐานกับหลวงปู่ว่า ด้วยบุญที่ลูกภาวนา “สัมมาอะระหัง” น้อมถวายเป็นพุทธบูชา และบูชาพระเดชพระคุณหลวงปู่หลวงพ่อ คุณยาย ลูกอยากสร้างบารมีอย่างง่าย ๆ ขอให้ลูกขายของดี มีเงินมาง่าย ๆ ให้ลูกค้าที่มาอุดหนุนมีส่วนแห่งบุญทุก ๆ บุญที่เราทำ และให้เทวดาที่ปกปักรักษาลูกค้ามีส่วนแห่งบุญนี้ด้วย ปรากฏว่ามีลูกค้ามาเยอะขึ้น ๆ อย่างอัศจรรย์ ไปขายที่ไหนก็มีแต่คนเรียกจนเรางงว่าลูกค้าจำเราได้ เขาทักว่าทำไมวันนี้ไม่ไปขายแถวบ้านเขาเลย เราจำไม่ได้เพราะลูกค้าเยอะมาก

 

" สิริมงคลทั้งหลายเริ่มที่ใจ
ใจที่หยุดได้ นิ่งได้ คือ ใจที่เป็นมงคล "


      เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้รับข่าวดีจากลูกชาย ซึ่งเราเพิ่งมาทราบว่าเขาเป็นเด็กพิเศษ ก่อนหน้านี้ก็พาเขามาวัด แต่ไม่รู้ เพิ่งมารู้ตอน ๙ ขวบพาไปหาหมอก็หมดเงินไปเยอะมาก แต่ไม่หายเราก็เลยใช้บุญช่วยกับภาวนา “สัมมาอะระหัง” และปฏิบัติธรรมน้อมถวายหลวงปู่ไปด้วยผลปรากฏว่า เขาอาการดีขึ้นและยังสามารถติดต่อหาที่เรียนให้เขาได้ด้วย พอเขาไปเรียนยังไม่ถึงปีก็ได้ทุนของคุณพุ่ม ซึ่งเป็นทุนพระราชทาน เราก็ไม่ได้คาดหวังเลยว่าจะได้เพราะคุณครูบอกว่า อย่าคาดหวังนะคุณแม่เพราะว่าไม่ได้ให้ทุนทุกคน เราก็ขายของไปเรื่อย ๆ ภาวนา “สัมมาอะระหัง” ไปเรื่อย ๆพอภาวนาได้ ๒๐๐,๐๐๐ ครั้งเท่านั้นแหละ มีโทรศัพท์เข้ามาให้เราติดต่อไปที่โรงเรียนบอกว่าลูกได้ทุนพระราชทาน เราปลื้มมากเลยเพราะเราต้องหาค่าใช้จ่ายในการดูแลลูก ดูแลคนในครอบครัว พอรู้ว่าลูกเป็นออทิสติกก็ต้องหาหมอ หาครูที่จะสอนเขา ตัวเราเองก็ต้องทำมาหากินมากขึ้นกว่าเดิม ช่วงแรก ๆ ต้องกลับบ้านมืดทุกวัน แต่ในช่วงที่ภาวนา “สัมมาอะระหัง” แค่ครึ่งวันก็ขายหมด ได้กลับมาพักผ่อน ได้กลับมานั่งสมาธิ