เนมิราชชาดก พระเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี

วันที่ 22 สค. พ.ศ.2559

พระชาติที่ ๔
เนมิราชชาดก
พระเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี

 

เนมิราชชาดก , พระเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี , ทศชาติชาดก , พุทธประวัติ , พระสัมมาสัมพุทธเจ้า , บารมี 10 ทัศ , ศาสนาพุทธ , ศาสดา

     เนมิราชชาดกเป็นเรื่องราวในพระชาติที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมียิ่งกว่าพระชาติใด ๆ คือ ทรงตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการทำความดี โดยการเสด็จออกผนวชเพื่อกำจัดทุกข์ของตนเองและผู้อื่น แม้เป้าหมายจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อทรงตั้งจิตอธิษฐานเอาไว้แล้วก็จะทรงพยายามทำให้สำเร็จให้จงได้ ในพระชาตินี้พระเนมิราชทรงละทิ้งความสุขในพรหมโลก ยอมจุติ (ตาย) มาบังเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อสืบทอดวงศ์บรรพชิต (ตระกูลนักบวช) ของพระองค์ไว้ ดังที่ทรงเคยอธิษฐานไว้ในอดีตชาติการบำเพ็ญอธิษฐานบารมีของพระโพธิสัตว์ในพระชาตินี้ จึงเข้าทำนองว่า “ยอมตาย ไม่ยอมเปลี่ยนใจ” นั่นเอง

 

เนมิราชชาดก , พระเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี , ทศชาติชาดก , พุทธประวัติ , พระสัมมาสัมพุทธเจ้า , บารมี 10 ทัศ , ศาสนาพุทธ , ศาสดา

พรหมโพธิสัตว์ จุติเพื่อสืบวงศ์บรรพชิต

     ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงบังเกิดเป็นกษัตริย์แห่งมิถิลานครวันหนึ่งพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระเกศา (ผม) หงอกเพียงเส้นเดียวก็ทรงออกผนวชเป็นฤๅษี เพราะทรงเห็นความไม่เที่ยงของสังขาร ซึ่งเป็นสัญญาณว่า
ความตายได้คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ และทรงอธิษฐานว่า “ขอให้ราชตระกูลของเราสืบทอดเชื้อสายแห่งวงศ์บรรพชิตเช่นนี้ตลอดไป” เมื่อสวรรคตแล้วไปบังเกิดในพรหมโลก ลูกหลานของพระองค์ ได้ออกผนวชสืบวงศ์บรรพชิตต่อกันมาประมาณ ๘๔,๐๐๐ พระองค์ ต่อมาพระโพธิสัตว์ทรงตรวจดูด้วยฌานสมาบัติพบว่า กษัตริย์พระองค์ต่อไป จะไม่สามารถรักษาประเพณีนี้ไว้ได้ จึงตัดสินใจละทิ้งความสุขในพรหมโลกจุติมาบังเกิดเป็น “เนมิราชกุมาร” เพื่อสืบทอดวงศ์บรรพชิตดังที่ทรงเคยอธิษฐานไว้

 

เนมิราชชาดก , พระเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี , ทศชาติชาดก , พุทธประวัติ , พระสัมมาสัมพุทธเจ้า , บารมี 10 ทัศ , ศาสนาพุทธ , ศาสดา

พระเนมิราช ผู้เป็นที่รักของมนุษย์และเทวา

   ต่อมาเมื่อพระราชบิดาของพระเนมิราชเสด็จออกผนวชตามราชประเพณีพระเนมิราชได้ทรงขึ้นครองราชย์แทน พระองค์ทรงชักชวนราษฎรให้หมั่นสั่งสมบุญกุศล บ้านเมืองจึงสงบสุขร่มเย็นตลอดมาชาวเมืองนี้เมื่อถึงแก่กรรมก็ไปบังเกิดเป็นเทวดาจำนวนมากทำให้พระเจ้าเนมิราชทรงเป็นที่รักของทั้งมนุษย์และเทวดาโดยเฉพาะเทวดาชั้นดาวดึงส์ ต่างก็ปรารถนาจะได้ฟังธรรมจากพระเจ้าเนมิราชท้าวสักกะ (พระอินทร์) จึงทรงส่งมาตลี สารถีของพระองค์นำเทวรถมาอัญเชิญพระเจ้าเนมิราชเสด็จไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
เพื่อทรงแสดงธรรม ณ สุธรรมมาเทวสภา

 

เนมิราชชาดก , พระเนมิราช ผู้ยิ่งด้วยอธิษฐานบารมี , ทศชาติชาดก , พุทธประวัติ , พระสัมมาสัมพุทธเจ้า , บารมี 10 ทัศ , ศาสนาพุทธ , ศาสดา

ท่องนรกสวรรค์ ยืนยันผลบุญและบาป

    ก่อนที่จะนำเสด็จไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มาตลีได้นำเสด็จพระเจ้าเนมิราชไปทอดพระเนตรอบายภูมิ ทรงเห็นสัตว์นรกที่กำลังถูกทรมานอย่างแสนสาหัสด้วยผลบาปที่เคยทำไว้ จากนั้นนำเสด็จไปทอดพระเนตรวิมาน
และสมบัติทิพย์ของเทวดาในสวรรค์ ที่เกิดจากบุญที่เคยทำไว้เมื่อตอนเป็นมนุษย์เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงแสดงธรรมแก่เหล่าเทวดาแล้วทรงนำเรื่องราวต่าง ๆ ที่ทรงพบเห็นในนรกและสวรรค์มาเล่าให้มนุษย์ฟังเพื่อให้รู้ซึ้งถึงผลของบุญและบาปว่ามีจริงต่อมา เมื่อพระเจ้าเนมิราชทรงมีพระเกศาหงอกเพียงเส้นเดียวก็ทรงออกผนวช และเป็นกษัตริย์พระองค์สุดท้ายที่สืบต่อราชประเพณีนี้เมื่อสวรรคตทรงไปบังเกิดในพรหมโลกดังเดิม