คุณกนธี นิธิพรเดชะ เปลี่ยนเด็กเกรียนเป็นเด็กเรียน

วันที่ 06 ตค. พ.ศ.2559

คุณกนธี นิธิพรเดชะ , เปลี่ยนเด็กเกรียนเป็นเด็กเรียน , สัมมาอะระหัง , วัดพระธรรมกาย , ภาวนา

คุณกนธี นิธิพรเดชะ
เปลี่ยนเด็กเกรียนเป็นเด็กเรียน

    เมื่อก่อนผมเป็นคนใจร้อนมาก ในบรรดาพี่น้อง ๖ คน ผมเป็นคนที่ใจร้อนวู่วามมากที่สุดผมได้ไปเรียนหนังสือที่ภูเก็ต ก่อนจะเรียนจบก็มีปัญหาชกต่อยกับพี่ชาย จนโดนพี่ชายไล่ออกจากบ้าน ผมเลยไปอยู่กับเพื่อนที่ติดยาคลุกคลีอยู่กับพวกที่ติดยาเสพติดจนชีวิตผมเหลวแหลกมาก

    โรงเรียนที่ผมเรียน คือ โรงเรียนสตรีภูเก็ตครับ เป็นโรงเรียนหนึ่งที่มีนักเรียนเก่งเยอะที่สุดแต่ผมเป็นนักเรียนที่ติดศูนย์มากที่สุด ไม่เอาไหนเลยครับ คล้อยตามเพื่อนในทางที่ไม่ดีหมดเลยจนวันหนึ่งผมเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย นิสัยก็ยังเหมือนเดิมครับ ติดเพื่อน ชอบไปเที่ยวกับเพื่อน ไปกินเหล้ากัน

     วันหนึ่งผมได้รู้จักกับชมรมพุทธฯ จากเพื่อนคนหนึ่งที่หอพัก เขาชอบเอาบุญมาฝาก
เพื่อนอีกคนหนึ่ง แต่ไม่เคยมาฝากผมนะครับเพื่อนคนนั้นเขาไม่สนใจผม แต่ผมเริ่มสนใจเลยบอกเพื่อนว่า “ขอไปชมรมฯ บ้างได้ไหม” เขาก็พาไปครับ

  ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไปสวดมนต์ ทำกิจกรรมกับพี่ ๆ ทุกวัน พวกพี่ ๆ เป็นกัลยาณมิตรให้จนผมได้เป็นคณะกรรมการชมรมฯ

    แล้ววันหนึ่งผมก็ได้ไปสัมมนาชมรมฯ ที่ ชพส. ได้เจอกับหลวงพี่ปรเมษฐ์ หลวงพี่สอนให้ภาวนา “สัมมาอะระหัง” วันละ ๕๐๐ ครั้งตอนนั้นผมไม่คิดอะไร ลองภาวนามาเรื่อย ๆ จนชีวิตผมจากที่เคยเรียนได้เกรดเฉลี่ย ๒ ต้น ๆเมื่อพยายามภาวนาทุกวัน พอจบเทอม ๒ เกรดเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น ๓.๐๐ และจากที่เคยเป็นเด็กใจร้อนมาก เข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยยังไม่ถึงเดือน เพื่อนมาแกล้ง ผมคิดว่าเพื่อนมาหาเรื่องจึงลากไม้หน้าสามไปถามว่ามีปัญหาอะไร ผมอารมณ์ร้อนมากครับ มีปัญหาเยอะมาก ไม่ว่าเพื่อนจะโดนใครชกต่อยมา ผมก็นำหน้าไปเอาคืนตลอด

     จากที่ผม “สัมมาอะระหัง” ชีวิตก็เริ่มเปลี่ยนไป ผมมีสติมากขึ้น คิดอะไรได้มากขึ้นจากที่เป็นเด็กอารมณ์ร้อน ตอนนี้ไม่ว่าใครทำอะไรผมก็เฉย ๆ ตามสบายครับ ผมเปลี่ยนไปจริง ๆ จากการภาวนา “สัมมาอะระหัง” และผลการเรียนก็ดีขึ้น ได้เกรด ๓.๐๐ มาตลอดและได้งานเป็นคนแรกของเมเจอร์เลยครับได้ทำงานที่โรงงานน้ำตาลมิตรผล เขาให้ทุนเล่าเรียน ๑๒๐,๐๐๐ บาท จ่ายค่าเล่าเรียนให้หมดเลย และผมยังเป็นเด็กในโครงการของคูโบต้าด้วย เขาคัดเด็กจากทั่วประเทศ ๒,๐๐๐คน ให้เหลือ ๑๐๐ คน ผมก็ติดหนึ่งในนั้นที่ได้เข้าไปดูงานกับคูโบต้าครับ

    ผมคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้มาจากความสามารถของตัวผมเป็นหลักหรอกครับแต่มาจากผลของการภาวนา “สัมมาอะระหัง”ทำให้ผมได้อะไรที่แตกต่างจากคนอื่น ตอนนี้ครอบครัวของผมก็ไม่ค่อยเป็นห่วงผมแล้วครับเขารู้สึกว่าผมโตขึ้นมาก จากที่เป็นเด็กวู่วามจะมอบหมายอะไรให้ทำก็ไม่มั่นใจ แต่เดี๋ยวนี้ผมจะทำอะไรเขาก็สนับสนุนตลอดเลยครับ