แก่ดีกรี (ตอนจบ)

วันที่ 31 มค. พ.ศ.2547

luangtia.jpg

 

.....พระธรรมเทศนา แสดงโดยพระธรรมราชานุวัตร สมัยดำรงสมณศักดิ์ พระราชโมลี วัดพระเชตุพน ในพิมพ์ไทยอาทิตย์ คอลัมน์ ธรรมนอกธรรมาสน์ เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๔

 

.....มีครอบครัวอันมั่นคง คือมีภรรยาเป็นเนื้อเป็นตัว ซึ่งจะออกหน้าออกตาไปวัดไปวาได้ไม่ใช่หญิงแพศยามาเลี้ยงไว้สำหรับความพอใจชั่วคราว และไม่ใช่มีเมียแต่ด้วยความมุ่งหมายจะปอกลอกเอาทรัพย์สมบัติของหญิง แล้วละทิ้งไปหาใหม่ ไม่ควรที่จะเห็นเป็นของง่าย ๆ หรือสำหรับความพอใจชั่วคราว ควรคิดหาผู้ที่จะได้เป็นคู่ชีวิตและฝากเหย้าเรือนเป็นหูเป็นตา แทนสามีในเมื่อสามีต้องไปทำการงาน ดังนี้จึงจะเรียกว่ามีครอบครัวเป็นหลักเป็นฐาน ผู้ที่มีภรรยาเป็นหลักฐานย่อมเป็นศรีแก่ตัว และเป็นที่น่าไว้วางใจ เพราะอย่างไร ๆ ก็จำจะต้องนึกถึงบุตรภรรยานอกจากตนเอง จะประพฤติเหลวไหลไปก็ไม่สู้ถนัด แต่ผู้ที่มีเมียไม่เป็นหลักฐาน ย่อมมีแต่หนทางที่จะพากันไปสู่ความพินาศฉิบหายจึงไม่เป็นที่น่าไว้วางใจ

.....
ตั้งตนไว้ในที่ชอบ คือไม่ประพฤติเป็นคนสำมะเลเทเมา สูบฝิ่น กินเหล้า หรือเป็นนักเลงเล่นเบี้ยและเล่นผู้หญิง ซึ่งล้วนเป็นอบายมุขบ่อเกิดแห่งความพินาศฉิบหายทั้งสิ้น ผู้ที่ประพฤติเป็นนักเลงต่าง ๆ มักพอใจอ้างว่าเอาอย่างฝรั่ง แต่จะต้องถามว่าฝรั่งอะไร เพราะฝรั่งมิใช่ดีทั้งหมดก็หามิได้ ถ้าฝรั่งเป็นคนดีทั้งหมดแล้ว ที่เมืองฝรั่งคงไม่ต้องมีคุกมีตาราง แต่นี่ก็มีอยู่บริบูรณ์ทุกแห่งและไม่ใช่อยู่ว่างเปล่าด้วย มีนักโทษเต็มไปทุกแห่ง ถ้าใครเข้าใจว่าการอ้าง เอาอย่างฝรั่งเป็นเครื่องแก้ตัว พอแล้วสำหรับจะประพฤติ สำมะเลเทเมาก็นับว่าเข้าใจผิด

.....ยกมากล่าวแต่ย่อพอสังเขปเท่านี้ และจะแลเห็นได้ว่าแท้จริงทุก ๆ คนมีโอกาสเท่า ๆ กันที่จะกระทำตนให้เป็นผู้มีหลักฐาน แต่ถ้าใครไม่ถือเอาโอกาสนั้นแล้ว แม้ว่าต้องเสียเปรียบผู้ที่เขาได้พยายามแล้วจะโทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเอง


.....
ความจงรักภักด นี่เป็นคุณวิเศษอันหนึ่ง และแปลว่า “ความยอมสละตนเพื่อประโยชน์แห่งท่าน” คือถึงแม้ว่าตนจะต้องได้รับความเดือดร้อนรำคาญ ระกำลำบาก หรือจนถึงสิ้นชีวิตเป็นที่สุดก็ยอมได้ทั้งสิ้น เพื่อมุ่งประโยชน์อันแท้จริงให้มีแก่ชาติศาสนา และพระมหากษัตริย์

.....ผู้ที่จะยอมเสียสละเช่นนี้ได้โดยมิได้รู้สึกเสียดายเลย ต้องเป็นผู้ที่ถึงแล้วซึ่งความรุ่งเรืองชั้นสูง จึงจะเข้าใจซึบซาบว่าตนเองนั้นแท้จริงเปรียบเสมือนปรมาณูผงก้อนเล็กนิดเดียว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งแห่งภูเขาใหญ่ อันเราสมมตินามเรียกว่าชาติ และถ้าชาติของเราแตกสลายไปเสียแล้ว ตัวเราผู้เป็นผงก้อนเดียวนั้น ก็จะต้องล่องลอยตามลมไป สุดแท้แต่ลมจะหอบไปตรงไหน เมื่อเข้าใจเช่นนี้โดยแน่ชัดแล้ว จึงจะเข้าใจได้แท้จริงราคาของตนนั้นที่มีอยู่แต่เล็กน้อยปานใด ก็เพราะอาศัยเหตุที่ยังคงเป็นส่วนหนึ่งแห่งชาติ ซึ่งยังเป็นเอกราชไม่ต้องเป็นข้าใครเท่านั้น และเพื่อเหตุฉะนี้ ผู้ที่เข้าใจจริงแล้ว จึงไม่รู้สึกเลยว่าการเสียสละส่วนตัวใด ๆ จะเป็นข้อความเป็นห่วงหวงแหนนี้เป็นความจงรักภักดีแท้จริง

.....และความจงรักภักดีแท้จริงนี้เอง คือความรักชาติ ซึ่งคนไทยสมัยใหม่พอใจพูดอยู่จนติดปาก แต่ซึ่งหาผู้เข้าใจซึบซาบจริงได้น้อยนัก

.....ข้อความแสดงคุณวิเศษ ๑๐ ประการ ซึ่งได้กล่าวมาแล้วนี้ได้กล่าวมาแต่โดยย่อพอเป็น เครื่องเตือนใจผู้ที่ตั้งหน้าที่จะทำการ ให้เป็นคุณประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองโดยแท้จริง ไม่ใช่รักชาติแต่ปาก

 

.....ข้อความที่แสดงมาแล้วนี้จะพอแสดงให้เห็นว่า แท้จริงผู้ที่จะเป็นใหญ่หรือมีตำแหน่งหน้าที่มั่นคงจริงแล้ว จะอาศัยแต่วิชาความรู้อย่างเดียวเท่านั้นหาพอไม่ และเพราะเหตุที่มีผู้มักเข้าใจผิดในข้อนี้ จึงมีผู้ที่ต้องรับความไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ถ้าแม้ผู้อ่านหนังสือนี้ใช้วิจารณญาณไตร่ตรองให้ดีแล้ว หวังใจว่าจะเห็นจริงด้วย ตามความเห็นที่ได้แสดงมาข้างบนนี้ และเมื่อเข้าใจแล้วหวังใจว่าจะช่วยกันเพราะความเห็นใจทางที่ถูกที่ควรขึ้นบ้าง เชื่อว่าคงจะเป็นคุณประโยชน์แก่เราและท่านทั้งหลาย ผู้มีความมุ่งดีต่อชาติไทยอยู่ด้วยกันทุกคนนั้นเป็นแน่แท้ ๆ