ผลของธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

วันที่ 05 กค. พ.ศ.2560

ผลของธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

แม่บทแห่งธรรม , Dhamma , Pre-Degree , วัดพระธรรมกาย , DOU , ธรรมกาย , ปริญญาตรี , พรีดีกรี , พระพุทธศาสนา , พุทธศาสตร์ , พระไตรปิฎก , มัชฌิมา ปฏิปทา , ธัมมจักกัปปวัตตสูตร , พระสัมมาสัมพุทธเจ้า , อริยสัจสี่ , ผลของธัมมจักกัปปวัตตนสูตร , มรรคมีองค์ 8

   ครั้นเมื่อสมเด็จพระผู้ทรงพระภาคเจ้าตรัสเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตรจบลงแล้ว แผ่นพื้นปฐพีก็กัมปนาทป่วนปันหวั่นไหวไปทั่ว ประดุจเครื่องจักรยนต์กำลังทำงาน มหาสมุทรก็บันลือลั่นด้วยเสียงคลื่นอันซัดด้วยแรงลม เขาพระสุเมรุก็โอนอ่อนน้อมค้อมลงดุจดังจะก้มศิโรตม์น้อมถวายอภิวาทนมัสการ เสียง นั่นครั่นครื้นตลอดถึงพรหมโลก ประกอบกับแสงสว่างกระจ่างไปในอนันตโลกธาตุบดบังรัศมีแห่งเทพบุตรและเทพธิดา อินทร์พรหมทั้งปวงความมหัศจรรย์ต่าง ๆ บังเกิดขึ้นมากมายเป็นอเนกอนันต์

   ในขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสพระธรรมเทศนาพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตรจบลงนั้น พรหมทั้งหลายจำนวนสิบแปดโกฏิ เทพยดาอื่น ๆ อีกเป็นอันมาก และพระโกณฑัญญเถรเจ้าก็ได้สำเร็จอริยมรรคอริยผล มีดวงตาเห็นธรรม บรรลุพระโสดาปัตติมรรคพระโสดาปัตติผล เป็นพระโสดาบันผู้ประหารเสียซึ่งอาสวกิเลสเป็นสมุจเฉทได้ 3 ประการ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามา เป็นพระอริยบุคคลในพระศาสนา

        สักกายทิฏฐิ หมายถึง ความเห็นเป็นเหตุถือตัวถือตน เช่น เห็นรูปเป็นตน เห็นเวทนาเป็นตน เป็นต้น

        วิจิกิจฉา หมายถึง ความสงสัยเคลือบแคลงในกุศลธรรมทั้งหลาย

   สีลัพพตปรามาส หมายถึง ความยึดถือว่าบุคคลจะบริสุทธิ์หลุดพ้นได้ด้วยศีลและวัตรคือถือว่า เพียงประพฤติศีลและวัตรให้เคร่งครัดก็พอที่จะบริสุทธิ์หลุดพ้นได้โดยไม่ต้องอาศัยสมาธิและปัญญา รวมทั้งการถือศีลและวัตรอย่างงมงาย โดยสักแต่ว่าทำตาม ๆ กันไป หรือโดยนิยมว่าขลัง ว่าศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่เข้าใจความหมายและความมุ่งหมายที่แท้จริง

      เมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตรจบลงแล้ว พระปัญจวัคคีย์ทั้งห้าต่างก็มีจิตชื่นชมยินดีในพระพุทธภาษิตของพระองค์ยิ่งนัก เหล่าเทพยดาทั้งหลายต่างก็ร้องป่าวประกาศให้ได้ยินขึ้นไปว่า อันว่าธัมมจักกัปปวัตตนสูตรอันประเสริฐหาสิ่งใดเสมอเหมือนมิได้นี้ เหล่าสมณะ พราหมณ์ เทพยดา มาร และพรหม พวกใดพวกหนึ่งในโลกนี้มิอาจแสดงได้ แต่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงให้ปรากฏในราวป่าอิสิปตนมฤคทายวันใกล้กันกับพระนครพาราณสีในกาลบัดนี้แล้ว

  เมื่อเหล่าเทพยดาทั้งหลายร้องป่าวประกาศกัน ดังขึ้นไปถึงเทพยดาทั้งหลายที่อยู่ในชั้นจาตุมหาราชิกาเทวโลกนั้น เหล่าเทพยดาในชั้นจาตุมหาราชิกาก็ป่าวประกาศกันกึกก้องให้ได้ยินต่อขึ้นไปถึงเทพยดาในชั้นดาวดึงส์ เทพยดาทั้งหลายในชั้นดาวดึงส์ก็ช่วยกันประกาศต่อ ๆ ไปให้ได้ยินขึ้นไปถึงเทพยดาชั้นยามา เทพยดาแต่ละชั้น ๆ ก็ป่าวประกาศต่อ ๆ ไปจนถึงชั้นดุสิตตราบเท่าถึงอกนิฏฐภวัคคพรหม พร้อมกันนั้นโลกธาตุนี้ก็กึกก้องกัมปนาทปันป่วนหวั่นไหวไปทั้งเบื้องบนและเบื้องล่าง ตลอดทั่วทุกทิศานุทิศ แสงสว่างโชติช่วงอันยิ่งใหญ่ก็ปรากฏไปทั่วโลกธาตุ ล่วงลบกลบเทวานุภาพของเทพยดาทั้งหลายในโลก

     ลำดับนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงเปล่งอุทานวาจาชมเชยว่า "อัญญาสิ วตโภ โกณฑัญโญ อัญญาสิ วตโภ โกณฑัญโญ" แปลว่า "ดูก่อนท่านผู้เจริญทั้งหลาย โกณฑัญญะกำลังมีดวงตาเห็นธรรมแล้ว ๆ" และพระบรมพุทธอุทานวาจานี้ได้กลายเป็นชื่อของพระโกณฑัญญะในกาลต่อมาว่า พระอัญญาโกณฑัญญเถระ อรรถาธิบายในธัมมจักกัปปวัตตนสูตรก็จบลงแต่เพียงเท่านี้

    พระบรมพุทธอุทานวาจาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันนั้นย่อมเป็นการยืนยันในอริยผล เป็นพระโ ดาบันบุคคลของพระโกณฑัญญะในขณะนั้นแล้ว พร้อมกันนั้นย่อมเป็นการประกาศความมหัศจรรย์แห่งสัมมาสัมโพธิญาณอันประเสริฐสุด ซึ่งพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้แล้วให้สัตว์ทั้งหลายได้รับทราบกันทั่วอนันตโลกธาตุ ซึ่งนอกจากจะสามารถกำจัดความแคลงใจสงสัยของเหล่าปัญจวัคคีย์แล้ว ยังจะเป็นกำลังใจอันยิ่งใหญ่ให้นักบวชทั้ง 5 นั้น เร่งน้อมรับและปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของพรพุทธองค์อย่างเคร่งครัด

    หากจะย้อนรำลึกถึงประวัติของนักบวชโกณฑัญญะ นักศึกษาคงจะจำได้ว่า ท่านเป็นบุคคลคนเดียวกันกับโกณฑัญญพราหมณ์ ซึ่งเป็นพราหมณ์หนุ่มที่สุดในบรรดาพราหมณ์ 8 คน ผู้ทำนายลักษณะของสิทธัตถกุมาร จากเกียรติประวัติของท่านในครั้งนั้นย่อมแสดงให้เห็นว่าโกณฑัญญพราหมณ์เป็นผู้มีการศึกษาดีทั้งทางโลกและในเรื่องฌานสมาบัติ เพราะเป็นผู้เดียวที่ทำนายว่าสิทธัตถกุมารจะได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ประกอบกับการศึกษาปฏิบัติฌานสมาบัติในช่วงเวลาประมาณเกือบ 6 ปี ที่ออกบวชตามปฏิบัติรับใช้พระสิทธัตถะนั้นโกณฑัญญพราหมณ์น่าจะได้บรรลุฌานสมาบัติขั้นสูงแล้ว ครั้นเมื่อได้รับการชี้แนะจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็สามารถบรรลุอริยผลเป็นโสดาบันบุคคลท่านแรกในพระพุทธศาสนา ทั้งยังเป็นประจักษ์พยานสนับสนุนว่า พระพุทธองค์ทรงเป็นสัมมาสัมพุทโธ คือ ผู้ตรัสรู้เองอย่างแท้จริง และธรรมที่ทรงสั่งสอนนั้นเป็นสิ่งประเสริฐสุดจริง ยังไม่เคยมีสมณพราหมณ์ผู้ใดในสมัยนั้นล่วงรู้มาก่อนเลย

    อนึ่ง การที่พรหมทั้งหลายจำนวนมากมายบรรลุโสดาปัตติผล ในขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตรจบลงนั้น ย่อมแสดงอย่างชัดแจ้งว่า ธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นสิ่งประเสริฐสุดโดยแท้ ไม่มีคำสั่งสอนในลัทธิใด ๆ เทียบเท่า แม้พรหมซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในสมัยนั้นว่าเป็นผู้ประเสริฐสุด และผู้ที่จะได้ไปบังเกิดเป็นพรหมนั้น จะต้องเคยเจริญฌานสมาบัติมาก่อน เช่นนี้ย่อมชี้ให้เห็นว่า พรหมทั้งหลายยังมิได้เป็นอริยบุคคล ทั้งยังขาดความรู้ในเรื่องอริยมรรคอริยผล เมื่อจุติจากพรหมโลกแล้วยังจะต้องเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารอีกมิรู้จบสิ้นเช่นเดียวกับชาวโลกทั้งหลาย นอกจากจะสามารถเจริญฌานสมาบัติจนบรรลุกายธรรมอรหัตสามารถกำจัดอาสวกิเลสให้สูญสิ้นโดยเด็ดขาดเท่านั้นจึงจะบรรลุความหลุดพ้น

    อย่างไรก็ตาม จากปรากฏการณ์ในวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเทศนาธัมมจักกกัปวัตตนสูตรนั้น คงจะทำให้เข้าใจได้ว่า การที่สัตว์ได้ไปบังเกิดใน วรรค์ชั้นต่าง ๆ ก็ดี การได้ไปบังเกิดในพรหมโลกก็ดี หรือแม้การที่พระโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม บรรลุอริยผลเพียงได้ฟังพระธรรมเทศนาในเวลาอันสั้นก็ดี เหล่านี้ล้วนเป็นผลจากการสั่งสมกุศลธรรมมาโดยตลอด ซึ่งอาจจะเป็นการสั่ง มข้ามภพข้ามชาติ ประกอบกับการสั่งสมในปัจจุบันชาติ และแม้การสั่งสมบุญกุศลนั้นจะนานแสนนานเพียงใดก็ตาม หากไม่มีโอกาสพบสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือคำสั่ง อนอันถูกต้องแม่นยำตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้แล้ว การบรรลุอริยผลถึงซึ่งความหลุดพ้นของเหล่าสัตว์ทั้งหลายย่อมไม่สามารถบังเกิดขึ้นได้เลย

    ดังนั้น จึงนับว่าเป็นบุญมหาศาลของเหล่าศาสนิกชนทั้งหลายที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ได้ศึกษาและปฏิบัติพระศาสนาจนเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ แล้วทุ่มเทชีวิตปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์โดยมิได้ย่อหย่อน จงมั่นใจเถิดว่า ท่านกำลังเดินถูกทางแล้ว แต่จะบรรลุจุดหมายปลายทางเมื่อใดนั้น คงจะมีองค์ประกอบหลายอย่างหลายประการเป็นตัวกำหนด

    โปรดได้ลองพิจารณาการปลูกต้นไม้ใหญ่สักต้นดูเถิด กว่าไม้นั้นจะให้ผลคงเป็นเวลานานพอสมควร หากไม้นั้นปลูกในดินดีได้รับการดูแลเอาใจใส่ให้ปุ๋ยให้น้ำเป็นอย่างดี ปลอดจากการรบกวนของเหล่าศัตรูพืชทั้งหลาย ไม้นั้นก็คงจะผลิดอกออกผลได้รวดเร็ว หากไม้นั้นอยู่ในสภาพตรงข้ามกับที่กล่าวแล้ว การผลิดอกออกผลก็คงจะเนิ่นนานออกไป หรืออาจจะเฉาตายไปเลยก็ได้ ข้อนี้มีอุปมาฉันใด การศึกษาและปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนาก็มีอุปไมยฉันนั้น

     อนึ่ง ทั้ง ๆ ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตั้งพระทัยตรัสเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตรโปรดปัญจวัคคีย์ทั้งหมด แต่ก็มีพระโกณฑัญญะเพียงผู้เดียวที่บรรลุอริยผลเป็นพระโสดาบันบุคคลส่วนนักบวชอีก 4 รูปนั้นยังมิได้บรรลุอริยผลอันใดเลย เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะบารมีของแต่ละท่านแก่กล้าต่างกัน ตามประวัติของพระโกณฑัญญะนั้นปรากฏว่า เมื่อครั้งพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกนี้ ครั้งนั้นพระอัญญาโกณฑัญญะบังเกิดเป็นชาวนาผู้มีอันจะกิน มีชื่อว่า มหากาล ทำนาแต่ละคราวก็สามารถขวนขวายนำผลผลิตไปทำอาหารถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสงฆ์หมู่ใหญ่ได้ถึง 9 ครั้ง ตามลำดับแห่งความงอกงามของรวงข้าว

    กล่าวคือ ครั้งแรกถวายทานเมื่อข้าวเป็นน้ำนม ครั้งที่สองถวายทานเมื่อข้าวเป็นลูกหวายครั้งที่สามเมื่อเกี่ยวครั้งแรก ครั้งที่สี่เมื่อมัดต้นข้าวเป็นกำ ครั้งที่ห้าเมื่อทำเป็นฟ่อน ครั้งที่หกเมื่อขนเข้าลาน ครั้งที่เจ็ดเมื่อขนเข้าลอมเป็นวง ครั้งที่แปดเมื่อนวด ครั้งที่เก้าเมื่อขนเข้ายุ้ง

   ทุกครั้งที่ถวายทานก็ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ตนได้สำเร็จมรรคผลนิพพานเป็นคนแรกก่อนคนทั้งปวง ในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์เบื้องหน้า ลักษณะการสร้างกุศลกรรมดังกล่าวแล้วได้สั่งสมเป็นนิสัยเช่นนี้ สืบมาทุกภพทุกชาติ เมื่อมีโอกาสสร้างกุศลธรรม พระโกณฑัญญะก็เร่งกระวีกระวาดทำก่อนผู้อื่น ทำด้วยความจริงใจ ทำอย่างทุ่มเท ไม่ใช่ทำอย่างเสียไม่ได้วาสนาบารมีที่ท่านสั่งสมมาดีตั้งแต่ภพชาติในอดีต ประกอบกับวาสนาบารมีที่บำเพ็ญในปัจจุบันชาติของท่าน ได้ส่งผลให้พระโกณฑัญญะบารมีแก่กล้าเหนือกว่านักบวชทั้งหลาย

     ครั้นได้ฟังพระธรรมเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตรจบลง ท่านจึงตื่นก่อนผู้อื่น ได้บรรลุอริยผลก่อนนักบวชร่วมทางอีก 4 รูปส่วนนักบวชทั้ง 4 รูปนั้น แม้มิได้บรรลุอริยมรรคอริยผลอันใด ท่านก็มิได้รู้สึกท้อแท้ แต่กลับทวีความเลื่อมใสศรัทธา เคารพเทิดทูน และเพียรพยายามปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ยิ่งขึ้นอีก ดังปรากฏหลักฐานในพระไตรปิฎกว่าในเวลาต่อมาอีกไม่นาน เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนาอนัตตลักขณสูตร ภิกษุปัญจวัคคีย์ทั้งหมดก็ได้บรรลุอรหัตตผล เป็นพระอรหันตสาวกรุ่นแรกในพระพุทธศาสนา

    นักศึกษาทั้งหลาย เมื่อได้ศึกษาวิชาแม่บทแห่งธรรมจบลงแล้ว ก็อย่าปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ ได้โปรดลงมือเจริญภาวนาตามวิธีที่ได้เคยศึกษามา อันธรรมปฏิบัตินั้น นอกจากจะสามารถน้อมนำจิตใจของผู้ปฏิบัติให้บริสุทธิ์ผ่องใสดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบันด้วยความสงบสุข แม้ประสบปัญหาใด ๆ นอกจากจะสามารถแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยสติและปัญญาอันสุขุมคัมภีรภาพแล้ว ยังเป็นการสั่งสมบุญวาสนาบารมี เพื่อแผ้วถางทางไปสู่มรรคผลนิพพานอีกด้วย แม้จะยังไม่สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานในชาตินี้ ก็มีโอกาสไป
บังเกิดในโลกสวรรค์ หรือแม้พรหมโลก ตามกำลังบุญวาสนาบารมีของตน

  ครั้นเมื่อมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาบังเกิดในโลกนี้ และวาสนาบารมีของท่านแก่กล้าพอก็อาจจะได้บรรลุอริยผลเป็นบุคคลแรกในพระศาสนาดังเช่นพระโกณฑัญญะ หรือมิฉะนั้นหากสถิตอยู่ในสวรรค์ หรือพรหมโลก ก็คงจะได้บรรลุอริยผลเช่นเดียวกับพรหมทั้ง 18 โกฏิ ซึ่งสำเร็จอริยมรรคอริยผลเป็นพระอริยบุคคลอันวิเศษ พร้อมกับพระอัญญาโกณฑัญญะในครั้งกระโน้นได้เป็นแน่แท้

 

 

*----------------------------------------------------------------------------------------------------------*
หนังสือ PD 006 แม่บทแห่งธรรม
หนังสือเรียน DOU หลักสูตร Pre-Degree

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร