ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

วันที่ 05 กค. พ.ศ.2560

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
เริ่มธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

แม่บทแห่งธรรม , Dhamma , Pre-Degree , วัดพระธรรมกาย , DOU , ธรรมกาย , ปริญญาตรี , พรีดีกรี , พระพุทธศาสนา , พุทธศาสตร์ , พระไตรปิฎก , มัชฌิมา ปฏิปทา , ธัมมจักกัปปวัตตสูตร , พระสัมมาสัมพุทธเจ้า , อริยสัจสี่

อนุตฺตรํ อภิ สมฺโพธิ สมฺพุชฺฌิตฺวา ตถาคโต
พระตถาคตเจ้า ได้ตรัสรู้ซึ่งพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว


ปฐฺมํ ยํ  อเทเสสิ ธมฺมจกฺกํ อนุตฺตรํ
สมฺมเทว ปวตฺเตนฺโต โลเก อปฺปฏิวตฺติยํ

 เมื่อจะทรงประกาศธรรมที่ใคร ๆ ยังมิได้ให้เป็นไปแล้วในโลก
 ให้เป็นไปโดยชอบแท้ ได้ทรงแสดงพระอนุตตรธรรมจักรใดก่อน

 

ยตฺถากฺขาตา อุโภ อนฺตา ปฏิปตฺติ จ มชฺฌิมา
จตูสฺวาริยสจฺเจสุ วิสุทฺธํ สาณทสฺสนํ

 คือในธรรมจักรใด พระองค์ตรัสซึ่งที่สุด 2 ประการและข้อปฏิบัติเป็นกลาง
และปัญญาอันรู้เห็น อันหมดจดแล้วในอริยสัจทั้ง 4

 

เทสิตํ ธมฺมราเชน สมฺมา สมฺโพธิกิตฺตนํ
นาเมน วิสฺสุตํ สุตฺตํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ
เวยฺยากรณปาเฐน สงฺคีตนฺตมฺภณาม เส.

 เราทั้งหลายจงสวดธรรมจักรนั้น ที่พระองค์ผู้พระธรรมราชาทรงแสดงแล้ว
 ปรากฏโดยชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นสูตรประกาศพระสัมมาสัมโพธิญาณ
 อันพระสังคีติกาจารย์ร้อยกรองไว้โดยเวยยากรณปาฐะ เทอญ.

 

เอวมฺเม สุตํ
อันข้าพเจ้า (คือพระอานนทเถระ) ได้สดับมาแล้วอย่างนี้

 

เอกํ สมยํ ภควา
สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า

 

พาราณสิยํ วิหรติ อิสิปตเน มิคทาเย
เสด็จประทับอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันใกล้เมืองพาราณสี

 

ตตฺร โข ภควา ปฺจวคฺคิเย ภิกฺขู อามนฺเตสิ
ในกาลนั้นแลพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเตือนพระภิกษุปัญจวัคคีย์ว่า

 

เทฺว เม ภิกฺขเว อนฺตา
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายที่สุดสองอย่างนี้

 

ปพฺพชิเตน น เสวิตพฺพา
อันบรรพชิตไม่ควรเสพ

 

โย จายํ กาเมสุ กามสุขลฺลิกานุโยโค
 คือการประกอบตนให้พัวพันด้วยกาม ในกามทั้งหลายนี้ใด

 

หีโน
เป็นธรรมอันเลว

 

คมฺโม
เป็นเหตุให้ตั้งบ้านเรือน

 

โปถุชฺชนิโก
เป็นของคนมีกิเลสหนา

 

อนริโย
ไม่ใช่ไปจากข้าศึกคือกิเลส

 

อนตฺถสญฺหิโต
ไม่ประกอบด้วยประโยชน์อย่างหนึ่ง

 

โย จายํ อตฺตกิลมถานุโยโค
คือการประกอบความเหน็ดเหนื่อยด้วยตนเหล่านี้ใด

 

ทุกฺโข
ให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประกอบ

 

อนริโย
ไม่ใช่ไปจากข้าศึกคือกิเลส

 

อนตฺถสญฺหิโต
ไม่ประกอบด้วยประโยชน์อย่างหนึ่ง

 

เอเต เต ภิกฺขเว อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม มชฺฌิมา ปฏิปทา
 ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข้อปฏิบัติอันเป็นกลาง ไม่เข้าไปใกล้ที่สุด องอย่างนั่นนั้น

 

ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธา
อันตถาคตได้ตรัสรู้แล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง

 

จกฺขุกรณี ญาณกรณี
ทำดวงตา ทำญาณเครื่องรู้

 

อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตติ
 ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าไปสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้ดี เพื่อความดับ

 

กตมา จ สา ภิกฺขเว มชฺฌิมา ปฏิปทา
 ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ข้อปฏิบัติซึ่งเป็นกลางนั้นเป็นไฉน

 

ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธา
ที่ตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว ด้วยปัญญาอันยิ่ง

 

จกฺขุกรณี ญาณกรณี
ทำดวงตา ทำญาณเครื่องรู้

 

อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตติ
ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าไปสงบระงับ  เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้ดี เพื่อความดับ

 

อยเมว อริโย อฏฐงฺคิโก มคฺโค
ทางมีองค์ 8 เครื่องไปจากข้าศึก คือกิเลสนี้เอง

 

เสยฺยถีทํ สมฺมาทิฏิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต
สมฺมาอาชีโว สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ

กล่าวคือ ปัญญาอันเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ
ความเลี้ยงชีวิตชอบ ความเพียรชอบ ความระลึกชอบ ความตั้งจิตชอบ

 

อยํ โข สา ภิกฺขเว มชฺฌิมา ปฏิปทา
 ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันนี้แล ข้อปฏิบัติซึ่งเป็นกลางนั้น

 

ตถาคเตน อภิ สมฺพุทฺธา
ที่ตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว ด้วยปัญญาอันยิ่ง

 

จกฺขุกรณี ญาณกรณี
ทำดวงตา ทำญาณเครื่องรู้

 

อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย  สํวตฺตติ
 ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าไปสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้ดี เพื่อความดับ

 

อิทํ โข ปน ภิกฺขเว ทุกฺขํ อริยสจฺจํ
 ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็นี้แล เป็นทุกข์อย่างแท้จริง คือ

 

ชาติปิ ทุกฺขา
ความเกิดก็เป็นทุกข์

 

ชราปิ ทุกฺขา
ความแก่ก็เป็นทุกข์

 

มรณมฺปิ ทุกฺขํ
ความตายก็เป็นทุกข์

 

โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสาปิ ทุกฺขา
 ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์โทมนัสและความคับแค้นใจก็เป็นทุกข์

 

อปฺปิเยหิ สมฺปโยโค ทุกฺโข
ความประสบด้วยสิ่งที่ไม่เป็นที่รักทั้งหลาย เป็นทุกข์

 

ปิเยหิ วิปฺปโยโค ทุกฺโข
ความพลัดพรากจากสิ่งที่รักทั้งหลาย เป็นทุกข์

 

ยมฺปิจฺฉ น ลภติ ตมฺปิ ทุกฺขํ
ปรารถนาอยู่ย่อมไม่ได้ แม้อันใด แม้อันนั้นก็เป็นทุกข์

 

สํขิตฺเตน ปฺจุปาทานกฺขนฺธาทุกฺขา
โดยย่อแล้ว อุปาทานขันธ์ 5 เป็นทุกข์

 

อิทํ โข ปน ภิกฺขเว ทุกฺขสมุทโย อริย สจฺจํ
 ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็นี้แล เป็นเหตุให้ทุกข์เกิดขึ้นอย่างจริงแท้คือ

 

ยายํ ตณฺหา
ความทะยานอยากนี้

 

โปโนพฺภวิกา
ทำให้มีภพอีก

 

นนฺทิราคสหคตา
เป็นไปกับความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิน

 

ตตฺร ตตฺราภินนฺทินี
เพลิดเพลินในอารมณ์นั้น ๆ

 

เสยฺยถีทํ
กล่าวคือ

 

กามตณฺหา
คือความทะยานอยากในอารมณ์ที่ใคร่

 

ภวตณฺหา
คือความทะยานอยากในความมีความเป็น

 

วิภวตณฺหา
คือความทะยานอยากในความไม่มีไม่เป็น

 

อิทํ โข ปน ภิกฺขเว ทุกฺขนิโรโธ อริยสจฺจํ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็นี้แล เป็นความดับทุกข์อย่างจริงแท้ คือ

 

โย ตสฺสาเยว ตณฺหาย อเสวิราคนิโรโธ
ความดับโดยสิ้นกำหนัด โดยไม่เหลือแห่งตัณหานั้นนั่นเทียวอันใด

 

จาโค
ความ ละตัณหานั้น

 

ปฏินิสฺสคฺโค
ความวางตัณหานั้น

 

มุตฺติ
ความปล่อยตัณหานั้น

 

อนาลโย
ความไม่พัวพันแห่งตัณหานั้น

 

อิทํ โข ปน ภิกฺขเว ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจํ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็นี้แล เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์อย่างแท้จริง คือ

 

อยเมว อริโย อฏฐงฺคิโก มคฺโค
ทางมีองค์ 8 เครื่องไปจากข้าศึก คือกิเลสนี้แล

 

เสยฺยถีทํ สมฺมาทิฏิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา สมฺมากมฺมนฺโต
สมฺมาอาชีโว สมฺมาวายาโม สมฺมาสติ สมฺมาสมาธิ

กล่าวคือ ปัญญาอันเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ
ความเลี้ยงชีวิตชอบ ความเพียรชอบ ความระลึกชอบ ความตั้งจิตชอบ

 

อิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจนฺติ เม ภิกฺขเว
ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ
จกฺขุํ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ
ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก อุทปาทิ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว
แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า นี้เป็นทุกขอริยสัจ

 

ตํ โข ปนิททุกฺข อริยสจฺจํ ปริญฺเญยฺยนฺติ เม ภิกฺขเว
ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ
จกฺขุ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ
ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก อุทปาทิ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว
แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขอริยสัจนี้นั้นแล ควรกำหนดรู้

 

ตํ โข ปนิทํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ปริญฺญาตนฺติ เม ภิกฺขเว
ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ
จกฺขุํ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ
ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก อุทปาทิ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว
แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขอริยสัจนี้นั้นแล
อันเราได้กำหนดรู้แล้ว

 

อิทํ ทุกฺขสมุทโย อริยสจฺจนฺติ เม ภิกฺขเว
ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ
จกฺขุ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ
ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก อุทปาทิ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า นี้ทุกขสมุทัยอริยสัจ

 

ตํ โข ปนิทํ ทุกฺขสมุทโย อริยสจฺจํ ปหาตพฺพนฺติ เม ภิกฺขเว
ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ
จกฺขุ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ
ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก อุทปาทิ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขสมุทัยอริยสัจนี้นั้นแล ควรละเสีย

 

ตํ โข ปนิทํ ทุกฺขสมุทโย อริยสจฺจํ ปหีนนฺติ เม ภิกฺขเว
ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ
จกฺขุ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ
ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก อุทปาทิ

 ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่าก็ทุกขสมุทัยอริยสัจนี้นั้นแล อันเราได้ละแล้ว

 

อิทํ ทุกฺขนิโรโธ อริยสจฺจนฺติ เม ภิกฺขเว
ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ
จกฺขุ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ
ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก อุทปาทิ

 ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว
แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า นี้ทุกขนิโรธอริยสัจ

 

ตํ โข ปนิทํ ทุกฺขนิโรโธ อริยสจฺจํ สจฺฉิกาตพฺพนฺติ เม ภิกฺขเว
ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ
จกฺขุ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ
ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก อุทปาทิ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขนิโรธอริยสัจนี้นั้นแล ควรทำให้แจ้ง

 

ตํ โข ปนิทํ ทุกฺขนิโรโธ อริยสจฺจํ สจฺฉิกตนฺติ เม ภิกฺขเว
ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ
จกฺขุ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ
ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก อุทปาทิ

 ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า
ก็ทุกขนิโรธอริยสัจนี้นั้นแล อันเราได้ทำให้แจ้งแล้ว

 

อิทํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจนฺติ เม ภิกฺขเว
ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ
จกฺขุ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ
ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก อุทปาทิ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว
แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ

 

ตํ โข ปนิทํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจํ ภาเวตพฺพนฺติ เม ภิกฺขเว
ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ
จกฺขุ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ
ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก อุทปาทิ

 ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า
ก็ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจนี้นั้นแล ควรให้เจริญ

 

ตํ โข ปนิทํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจํ ภาวิตนฺติ เม ภิกฺขเว
ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ
จกฺขุ อุทปาทิ ญาณํ อุทปาทิ
ปญฺญา อุทปาทิ วิชฺชา อุทปาทิ อาโลโก อุทปาทิ

 ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า
ก็ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจนี้นั้นแล อันเราเจริญแล้ว

 

ยาวกีวฺญจ เม ภิกฺขเว อิเมสุ จตูสุ อริยสจฺเจสุ
เอวนฺติปริวฏฏํ ทฺวาทสาการํ ยถาภูตํ ญาณทสฺสนํ นสุวิสุทฺธํ อโหสิ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปัญญาอันรู้เห็นตามเป็นจริงแล้วอย่างไร ในอริยสัจ 4 เหล่านี้ของเรา
ซึ่งมีรอบ 3 มีอาการ 12 อย่างนี้ ยังไม่หมดจดเพียงใดแล้ว

 

เนว ตาวาหํ ภิกฺขเว  สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก
สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย
อนุตฺตร สมฺมาสมฺโพธิ อภิสมฺพุทฺโธ ปจฺจญฺญาสิ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราได้ยืนยันตนว่า เป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะซึ่งปัญญาเครื่องตรัสรู้ชอบ
ไม่มีความตรัสรู้อื่นจะยิ่งกว่าในโลก เป็นไปกับด้วยเทวดา มาร พรหม
ในหมู่สัตว์ ทั้งสมณะ พราหมณ์ เทวดา มนุษย์ ไม่ได้เพียงนั้น

 

ยโต จ โข เม ภิกฺขเว อิเมสุ จตูสุ อริยสจฺเจสุ 
เอวนฺติปริวฏฏํ ทฺวาทสาการํ ยถาภูตํ ญาณทสฺสนํ สุวิสุทฺธํ อโหสิ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใดแล ปัญญาอันรู้เห็นตามเป็นจริงอย่างไร
ในอริยสัจ 4 เหล่านี้ของเรา ซึ่งมีรอบ 3 มีอาการ 12 อย่างนี้ หมดจดดีแล้ว

 

อถาหํ ภิกฺขเว สเทวเก โลเก สมารเก พฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา
ปชาย สเทวมนุสฺสาย อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธิ อภิสมฺพุทฺโธ ปจฺจญฺญาสิ

เมื่อนั้น เราจึงได้ยืนยันตนว่า เป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะซึ่งปัญญาเครื่องตรัสรู้ชอบ ไม่มีความตรัสรู้
อื่นจะยิ่งกว่าในโลก เป็นไปกับด้วยเทวดา มาร พรหม ในหมู่สัตว์ทั้งสมณะ พราหมณ์ เทวดา มนุษย์

 

ญฺาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ
 ก็แล ปัญญาอันรู้เห็นได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา

 

อุกุปฺปา เม วิมุตฺติ อยมนฺติมา ชาติ นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ
ว่าความพ้นวิเศษของเราไม่กลับกำเริบ ชาตินี้เป็นที่สุดแล้ว บัดนี้ไม่มีภพอีก

 

อิทมโวจ ภควา
พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสธรรมปริยายนี้แล้ว

 

อตฺตมนา ปฺญจวคฺคิยา ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุํ
ภิกษุปัญจวัคคีย์ก็มีใจยินดี เพลินภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า

 

อิมสฺมิญจ ปน เวยฺยากรณสฺมิ ภญฺมาเน
ก็แลเมื่อเวยยากรณ์นี้ อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอยู่

 

อายสฺมโต โกณฺฑญฺญสฺส วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุ อุทปาทิ
จักษุในธรรม อันปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดขึ้นแล้วแก่พระผู้มีอายุโกณฑัญญะ

 

ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ
ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีอันเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งทั้งปวงนั้น มีอันดับไปเป็นธรรมดา

 

ปวตฺติเต จ ภควตา ธมฺมจกฺเก
ก็ครั้นเมื่อธรรมจักร อันพระผู้มีพระภาคเจ้า ให้เป็นไปแล้ว

 

ภุมฺมา เทวา สทฺทมนุสฺสาเวสุํ
เหล่าภุมเทวดา ก็ยังเสียงให้บันลือลั่น

 

เอตมฺภควตา พาราณสิยํ อิสิปตเน มิคทาเย อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ
อปฺปฏิวตฺติยํ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา
มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมินฺติ

ว่านั่นจักร คือธรรม ไม่มีจักรอื่นสู้ได้ อันพระผู้มีพระภาคเจ้าให้เป็นไปแล้ว 
ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา
มาร พรหม และใคร ๆ ในโลกยังให้เป็นไปไม่ได้ ดังนี้

 

ภุมฺมานํ เทวานํ สทฺทํ สุตฺวา จาตุมฺมหาราชิกา เทวา สทฺทมนุสฺสาเวสุํ
เทวดาเหล่าชั้นจาตุมหาราช ได้ฟังเสียงของเทวดาเหล่าภุมเทวดาแล้ว ก็ยังเสียงให้บันลือลั่น

 

จาตุมฺมหาราชิกานํ เทวานํ สทฺทํ สุตฺวา ตาวติสา เทวา  สทฺทมนุสฺสาเวสุํ
เทวดาเหล่าชั้นดาวดึงส์ ได้ฟังเสียงของเทวดาเหล่าชั้นจาตุมหาราชแล้ว ก็ยังเสียงให้บันลือลั่น

 

ตาวติสานํ เทวานํ สทฺทสุตฺวา ยามา เทวา สทฺทมนุสฺสาเวสุํ
เทวดาเหล่าชั้นยามา  ได้ฟังเสียงของเทวดาเหล่าชั้นดาวดึงส์แล้ว ก็ยังเสียงให้บันลือลั่น

 

ยามานํ เทวานํ สทฺทสุตฺวา ตุสิตา เทวา สทฺทมนุสฺสาเวสุํ
เทวดาเหล่าชั้นดุสิต ได้ฟังเสียงของเทวดาเหล่าชั้นยามาแล้ว ก็ยังเสียงให้บันลือลั่น

 

ตุสิตานํ เทวานํ สทฺทํ สุตฺวา นิมฺมานรตี เทวา สทฺทมนุสฺสาเวสุํ
เทวดาเหล่าชั้นนิมมานรดี ได้ฟังเสียงของเทวดาเหล่าชั้นดุสิตแล้ว ก็ยังเสียงให้บันลือลั่น

 

นิมฺมานรตีนํ เทวานํ  สทฺทสุตฺวา ปรนิมฺมิตวสวตฺตี เทวา สทฺทมนุสฺสาเวสุํ
เทวดาเหล่าชั้นปรนิมมิตวสวัตดี ได้ฟังเสียงของเทวดาเหล่าชั้นนิมมานรดีแล้วก็ยังเสียงให้บันลือลั่น

 

ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ เทวานํ สทฺทํ สุตฺวา พฺรหฺมกายิกา เทวา สทฺทมนุสฺสาเวสุํ
เทวดาเหล่าที่เกิดในหมู่พรหม ได้ฟังเสียงของเทวดาเหล่าชั้นปรนิมมิตวสวัตดีแล้วก็ยังเสียงให้บันลือลั่น

 

เอตมฺภควตา พาราณสิยํ อิสิปตเน มิคทาเย อนุตฺตรํ
ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ อปฺปฏิวตฺติยํ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา
มาเรน วาพฺรหฺมุนา  วา เกนจิ วา โลกสฺมินฺติ

 ว่านั่นจักร คือธรรม ไม่มีจักรอื่นสู้ได้ อันพระผู้มีพระภาคเจ้าให้เป็นไปแล้ว
ในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา 
มาร พรหม แลใคร ๆ ในโลกยังให้เป็นไปไม่ได้ ดังนี้

 

อิติห เตน ขเณน เตน มุหุตฺเตน ยาว พฺรหฺมโลกา สทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉิ
 โดยขณะครู่เดียวนั้น เสียงขึ้นไปถึงพรหมโลก ด้วยประการฉะนี้

 

อยฺญจ ทสสหสฺสี โลกธาตุ
โลกธาตุ ทั้งหมื่นโลกธาตุ

 

สงฺกมฺปิ สมฺปกมฺปิ สมฺปเวธิ
ได้หวั่นไหวสะเทือนสะท้านลั่นไป

 

อปฺปมาโณ จ โอฬาโร โอภาโส โลเก ปาตุรโหสิ
ทั้งแสงสว่างอันยิ่งไม่มีประมาณ ได้ปรากฏแล้วในโลก

 

อติกฺกมฺเมว เทวานํ เทวานุภาวํ
ล่วงเทวานุภาพของเทวดาทั้งหลายเสียหมด

 

อถ โข ภควา อุทานํ อุทาเนสิ
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงเปล่งอุทานว่า

 

อญฺญาสิ วต โภ โกณฺฑฺโญ อญฺญาสิ วต โภ โกณฺฑฺญโญติ
อิติหิทํ อายสฺมโต โกณฺฑญฺญโญติ อญฺญาโกณฺฑญฺโญ เตฺวว นามํ อโหสีติ.

โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ ผู้เจริญ โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ ผู้เจริญ เพราะเหตุนั้น นามว่า อัญญาโกณฑัญญะนี้นั่นเทียวได้มีแล้วแก่พระผู้มีอายุโกณฑัญญะ ด้วยประการฉะนี้แล

 

 

จบ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

 

*----------------------------------------------------------------------------------------------------------*
หนังสือ PD 006 แม่บทแห่งธรรม
หนังสือเรียน DOU หลักสูตร Pre-Degree