เกิดมาทำไม

วันที่ 17 กค. พ.ศ.2560

 เกิดมาทำไม,วาไรตี้,บทความประจำวัน


     เกิดมาทำไม

      ๔๙. เกิดมาทำไม

      ถาม
      คนเราเกิดมาทำไมครับหลวงพ่อ?

       ตอบ
       ก่อนอื่นคุณควรเข้าใจให้ถูกในเรื่องโลกและชีวิตเสียก่อนว่า

 ๑. คนเราตายแล้วไม่สูญ ตายแล้วยังต้องเกิดอีกนับชาติไม่ถ้วน ตราบใดยังปราบกิเลสในตัวเองยังไม่หมด
     ก็ยังต้องเกิดอีก

 ๒. กรรมดีกรรมชั่ว ทำแล้วมีผลแน่นอน และจะส่งผลทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ไม่หายไปไหน

 ๓. นรก สวรรค์มีอยู่จริง


     เมื่อทำความเข้าใจถูกต้องถูกต้องถึงจุดนี้แล้ว เรื่องแรกที่เราควรนึกถึงก็คือ ทำอย่างไรจึงจะปิดนรกให้ตัวเองได้ หรือมีทางใดบ้างที่เมื่อตายไปแล้ว จะทำให้ไม่ตกนรก และมีแต่สุคติเป็นที่ไป

     คุณถามว่าคนเราเกิดมาทำไม  ตอบแบบรวบรัดว่าคนเราเกิดมาเพื่อพัฒนาตนเอง เพื่อยกระดับจิตใจของตนให้สูงขึ้นและเพื่อสั่งสมบุญบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไปตามลำดับ เมื่อบุญบารมีเต็มส่วนแล้ว ก็สามารถปราบกเลสในตัวได้หมด พ้นจากทุกข์อย่างถาวร เข้าพระนิพพานตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ในที่สุดเป้าหมายสุดท้ายของมนุษย์ทุกคนเป็นอย่างนี้ แต่คนเราโดยมากมักจะไม่ค่อยรู้กัน

     คุณเองก็เช่นกัน  ในขณะทนี้คุณยังไม่ได้บวช ยังต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ดูแลครอบครัวอยู่ จึงจำเป็นจะต้องมีแนวทาง หรือหลักในการดำรงชีวิตอยู่ในโลก ซึ่งมีอยู่ ๔ ประการ ดังนี้

      ๑.มีสัจจะ คือต้องเป็นคนจริง  คนตรง ซื่อสัตย์  คนส่วนมากในสังคมปัจจุบันมีนิสัยชอบโกหก พูดไม่จริง พูดเหลาะแหละเอาตัวรอดไปวันๆ จนไม่น่าเชื่อถือ เราต้องไม่เป็นอย่างนั้น ต้องเป็นคนตรงและจริงต่อหน้าที่ จริงต่อการงาน ตรงต่อเวลา จริงใจและซื่อสัตย์ต่อบุคคลอื่นและจริงต่อหลักธรรมตลอดจนคุณความดีต่างๆ ความไม่เหลาะแหละเหลวไหล จะช่วยลดความหวาดระแวงของผู้อื่นได้ ทำให้เราเป็นคนมีเครดิตดี มีความน่าเชื่อถือ เป็นผู้เดินอยู่บนหนทางแห่งเกียรติยศตลอดชีวิต

  ๒.ต้องหมั่นฝึกฝนตนเอง ด้านการงานอาชีพต้องฝึกฝีมือให้พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ จากคนธรรมดาที่ช่วยตนเองได้ เลี้ยงตัวรอดเป็นคนมีฝีมือเชี่ยวชาญ เฉลียวฉลาด ทันโลกทันคน รวมทั้งสามารถหยุดตนเองไม่ให้ถลำลงสู่ความชั่วได้ และเมื่อมีกิเลสกำเริบ ก็ให้สามารถข่มใจตนเองได้ไม่ทำอะไรที่ไม่สมควร นี้ คือหนทางแห่งปัญญา

   ๓.มีความอดทน อดกลั้น ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าต้นเหตุจะมาจากเหตุภายนอกหรือเหตุภายในกล่าวคือสามารถทนต่อ่ความลำบากตรากตรำจากสายลมและแสงแดด ทนร้อนทนหนาว ทนต่อความเหนื่อยเมื่อยล้า เจ็บปวด ทนต่อการกระทบกระทั่้งเจ็บใจจากคนอื่นได้

    แม้ที่สุด ทนต่อความยั่วเย้ายวนอารมณ์จากกิเลสในใจเราได้ ใครที่ทนต่อสิ่งเหล่านี้ได้ ย่อมเป็นคนแข็งแกร่ง บุคลิกสง่างาม ทำการงานใหญ่ให้สำเร็จได้ นี้เป็นหนทางของการได้ทรัพย์

  ๔.สามารถสละอารมณ์บูดเน่า  สะความตระหนี่ออกจากใจได้ เป็นคนมีอารมณ์แจ่มใสเป็นปกติ มีความเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นเป็นนิจ เป็นที่รักของมหาชน ผู้ที่ปฏิบัติตนได้อย่างนี้ จะทำให้เป็นที่รักของมหาชนผู้ที่ปฏิบัติตนได้อย่างนี้ จะทำให้ผู้อื่นช่วยเหลือกิจการงาน และคอยป้องกันเหตุเภทภัยต่างๆให้ นี้เป็นหนทางการได้มิตร

    หากผู้ใดสามารถประพฤติปฏิบัติตามหลัก ๔ ประการนี้ได้แล้วก็จะรู้ว่าชีวิตมีค่า คือทำประโยชน์ได้ และแม้จะไม่รู้ว่าเป้าหมายสุดท้ายของชีวิตมนุษย์ ถึงเวลาก็จบรรลุถึงเป้าหมายนั้นเอง  เพราะได้เดินเข้ามาตามเส้นทางที่ถูกต้องนี้แล้วตามลำดับ


 

 

จากหนังสือ ไขข้อข้องใจ      

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร