ชีวิตที่เกิดมาเพื่อค้นหาธรรมะ

วันที่ 20 กค. พ.ศ.2560

  ชีวิตที่เกิดมาเพื่อค้นหาธรรมะ,วาไรตี้,บทความประจำวัน

 


      ชีวิตที่เกิดมาเพื่อค้นหาธรรมะ

       ชาวโลกส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิตจึงได้ใช้ชีวิตไปอย่างสะเปะสะปะ ไม่มีสาระแก่นสาร ไม่มีจุดหมายปลายทาง แต่มีเพียงจำนวนน้อย ที่ได้ใช้วันเวลาในการสร้างบารมีสมกับที่ได้เกิดมาสร้างบารมี เราเป็นนักสร้างบารมีก็ต้องสร้างบารมีกันเรื่อยไป เพราะเราจะต้องเดินทางไกลไปสู่ที่สุดแห่งธรรม

      การที่จะไปสู่ที่สุดแห่งธรรมได้นั้นต้องมีบุญมากๆต้องทำที่สุดแห่งบุญ ไม่ว่าจะเป็นบุญกิริยาวัตถุ ๓ ประการก็ดี ๑๐ ประการ ก็ดี บารมี๓๐ ทัศก็ดี ต้องสร้างอย่างอุกฤษฏ์เป็นที่สุดของทุกบารมี จึงจะไปสู่ที่สุดแห่งธรรมได้ หลายๆท่านในที่นี้ได้มาสร้างบารมีอย่างสม่ำเสมอทุกอาทิตย์ เวลาปกติก็ปฏิบัติธรรมกันที่บ้าน ทุกวันอาทิตย์ก็มาปฎิบัติธรรมกันที่นี่ไม่เคยขาด ให้มีดวามปีติยินดี ภาคภูมิใจในต้วเองเอาไว้ให้ดีนะลูกนะ เมื่อได้ใช้วันเวลาที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์มาพบพระพทธศาสนา วิชชาธรรมกาย อย่างมีคุณค่า ได้สร้างบารมีกันอย่างเต็มที่ บุญกศลจะติดตามตัวเราไปทุกภพทกชาติไปจนถึงที่สุดแห่งธรรม

      ยามใดที่บุญให้ผล ยามนั้นจะมีความปีติยินดีในสิ่งที่เราได้ประกอบเหตุดีเอาไว้ เพราะฉะนั้น ก็เป็นวันดีอีกวันหนึ่ง ที่ลูกทุกคนยอดนักสร้างบารมีได้ใช้วันเวลาในการทำความดีครบถ้วนบริบูรณ์ ทั้งทาน ทั้งศีล ทั้งภาวนา และบุญที่อยู่ในบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ อีกทั้งบารมี ๑๐ ทัศในวันนี้ ให้เราได้ปลื้มใจในสิ่งที่เราทำเอาไว้ บุญนี้ก็จะติดอยู่ในกลางกาย เป็นดวงบุญใสๆ สว่างเหมือนดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน หรือยิ่งกว่านั้น

     บุญนี้จะส่งผลให้เรามีความสุขและความสำเร็จในชีวิตไปทุกภพทุกชาติ ตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม เยี่ยงอย่างพระบรมโพธิสัตว์ในกาลก่อน ที่ท่านได้ทำเอาไว้ แล้วบุญนี้ไม่มีใครที่จะแย่งชิงเอาจากตัวของเราไปได้ จะส่งผลให้เรามีความสุขไปทุกภพทุกชาติ โดยเฉพาะตอนใกล้จะละโลก ซึ่งเป็นตอนที่มีความสำคัญมาก ไม่มีใครช่วยเราได้ และในวันนั้นความดีที่เราได้ทำไวัจะเป็นบทสรุปของชีวิต เป็นงบดุลชีวิตของเรา จะมาปรากฏให้เราเห็นว่าอาจิณกรรม ความดีที่เราทำอย่างสม่ำเสมอนั้น เป็นอย่างไร จะมาฉายให้เราเห็น เห็นในวันนั้นด้วยตัวของเราเอง เห็นอยู่คนเดียว เราจะเห็นได้ชัดเจน ความปีติยินดีในวันนั้นจะกลบความหวาดหวั่นในมรณภัย จะทำลายกำแพงแห่งความกลัวตายของมัจจุราช จะมีแต่ความชื่นบาน แม้ลังขารจะถูกทำลายด้วยโรคภัยไข้เจ็บแต่ใจนั้นชื่นบาน เห็นภาพแห่งความดีปรากฏอยู่ หน้าตาของเราจะเบิกบานยิ้มแย้มแจ่มใส และจากโลกนี๋ไป ด้วยชัยชนะเป็นที่ยินดีต้อนรับของเทวดาทุกชั้น ที่เขาจะมาเชิญชวนให้เราได้ไปอยู่ในชั้นของเขา เขาอยากต้อนรับผู้ที่มีบุญอย่างพวกเรา ที่ได้ใช้วันเวลาในการสรัางบารมีอยู่นี้

     รัศมีแห่งความดีไปสว่างจับตาจ้บใจของชาวสวรรค์ เมื่อเขามองดูเราดวงตาเขาจะสดใสดวงใจจะชื่นบาน จะกล่าวขานถึงพุทธสาวก พุทธสาวิกาว่า สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งชายหญิงบังเกิดขึ้นอีกแล้ว เทวดาก็ปราโมทย์ใจเป็นต้นบุญต้นแบบแก่ชาวโลกทั้งหลาย เป็นที่สรรเสริญของผู้รู้ของเทวดาทั้งปวง
     
 เราเกิดมาสร้างบารมี แล้วบารมีที่สำคัญที่สุด คือการทำหยุดทำนิ่งการหยุดนิ่งจะทำให้เราได้เข้าถึงพระธรรมกาย พอเข้าถึงพระธรรมกายได้เราก็ปีดประตูอบายภูมิ มีความสุขในปัจจุบันทันทีที่ได้เข้าถึง สุขอย่างพูดไม่ออก บอกก็ไม่ถูกทีเดียว ปลื้มอกปลื้มใจ

    มีพระอยู่รูปหนึ่งท่านปฏิบัติธรรมเห็นดวงธรรมตอนตี ๒ พอพบดวงธรรมก็ปีติมากไม่นั่งสมาธิต่อ อยากจะทำทาน ลุกขึ้นไปดูในย่ามว่ามีปัจจัยเท่าใดแล้วก็ไปหาปฏิคาหก คือผู้ที่จะรับปัจจัย จะได้เป็นบุญกุศลของท่าน เพราะท่านมีปีติมาก เห็นดวงธรรมสว่างไสวมีความสุข

     มีโยมหลายท่านรัองห่มรัองไห้เข้ามา หลวงพ่อถามว่าเสียใจอะไร โยมก็ตอบว่า ไม่ได้เสียใจ แต่ดีใจปลื้มจนบอกไม่ถูก นํ้าตาไหลมีความสุข ถ้าเข้าถึงพระธรรมกายยิ่งกว่านั้น เพราะคุณยายท่านได้เช้าถึงธรรมกาย ท่านบอกว่าใครเอาทองมาให้เท่ากับนํ้าหน้กตัวของท่าน แล้วก็ยกให้เลย แลกกันว่าให้เลิกนั่งธรรมะ หรือบอกว่า ธรรมะ พระธรรมกายมีไม่จริง ท่านบอกว่า อย่าว่าแต่แค่นี้เลย เอาทองเท่าภูเขามานี่ แล้วมาบอกให้ท่านเลิกนั่งสมาธิ แล้วก็ให้บอกคนอื่นว่า พระธรรมกายไม่มีในตัว ท่านบอกว่าอะไรก็ไม่เอาทั้งนั้น

    พอท่านพูดอย่างนี้ทำให้หลวงพ่อนึกถึงเรื่องในพระไตรปิฎก มีคนยากจนขนาดเป็นมหาทุคตะ ได้เข้าถึงพระธรรมกายในตัว เป็นอ้นหนึ่งอันเดียวกัน พระอินทร์อยากจะลองใจดูว่า มหาทุคตะผู้เข้าถึงพระธรรมกาย จะง่อนแง่นคลอนแคลน จะหวั่นไหวไหมก้บทร้พย์ภายนอก พระอินทร์มาบอกว่าจะยกทร้พย์ให้ ถ้าบอกว่าพระรัตนตรัยไม่มีจริงในโลก ไม่มีในตัว ขนาดมหาทุคตะจนๆ อย่างนั้น ถามคำแรกว่าท่านคือใครบอกว่าเป็นพระอินทร์บอกว่าไปห่างๆไปไกลๆ เลยนะ พูดออกมาได้อย่างไร ขนาดเป็นพระอินทร์ว่า พระรัตนตรัยไม่มี เห็นเราจนทรัพย์ภายนอก แต่ความรู้สึกจนของเราไม่มี เราก็ยังจะยืนยันว่าพระธรรมกายมีจริง เพราะเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวก้บพระธรรมกายแล้ว ผู้เข้าถึงเขายืนยันกันอย่างนั้น

     เราเกิดมาหาพระธรรมกาย เพราะฉะนั้น ต้องพยายามทำความเพียรกันให้ดี เมื่อเข้าถึงพระธรรมกายแล้วมีความสุข มีความบริสุทธิ์มีความมั่นใจในชีวิตอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว ปิดประตูอบายภูมิ เปิดประตูสวรรค์ จะไปอยู่ชั้นไหนก็ได้ นอกจากนั้นยังจะได้อาศัยพระธรรมกายศึกษาวิชชาธรรมกาย วิชชาธรรมกายจะทำให้เราเข้าใจอะไรต่างๆได้ดี พอเราหลับตา โลกและจักรวาลจะอยู่ในสายตา หนทางที่จะไปสู่ที่สุดแห่งธรรมก็อยู่ในสายตา ในสายตาของพระธรรมกาย

   ถึงแม้พระธรรมกายมีอยู่ในตัว ถ้าไม่นั่งสมาธิ ไม่ฝึกใจให้หยุดนิ่ง ก็เข้าถึงไม่ได้ ต้องฝึกใจให้หยุดนิ่งให้สม่ำเสมอทุกวัน อย่าให้ขาดเลยแม้แต่วันเดียวให้สม่ำเสมอกันทุกๆวัน ฝึกให้ใจคุ้นเคยก้บศูนย์กลางกาย ก้บการหยุด การนิ่ง ในที่สุดเราก็จะคุ้นเคยและก็ชินกันศูนย์กลางกายการเข้าไปสู่ ณ จุดนั้นบ่อยๆจะทำให้เราเคยชินและเข้าไปได้เร็วขี้น ง่ายขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าเราจะทำบุญสูงเท่ากับภูเขาเลากาแค่ไหนก็แล้วแต่ ถ้านั่งสมาธิไม่เข้าถึง ได้แต่รวยอย่างเดียว แต่เข้าไม่ถึงธรรม ไม่พบความสุขที่แท้จริง ไม่พบความจริงแท้ของชีวิต

   เด็กที่มาส่งอาหารหลวงพ่อทุกวัน หลวงพ่อถามทุกวันว่า เจ้าหนูนั่งสมาธิเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าหนูก็ตอบว่า "เมื่อคืนไม่ได้นั่งสมาธิ เพราะอ่านพระไตรปิฎก" หลวงพ่อก็เลยบอกว่า "มีเวลาว่างค่อยอ่าน นั่งธรรมะให้ได้ทุกวัน" วันต่อมาหลวงพ่อก็ถามอีก เจ้าหนูนั่งสมาธิเป็นไง เจ้าหนูก็ตอบว่า "ไม่มีอะไรเลยนั่งนิ่งๆ แล้วหล่นวูบลงไป เห็นสว่างๆ" ถ้านั่งสมาธิทุกวันเราก็จะได้อย่างน้อย ก็อย่างนี้แหละ เพราะฉะนั้นยังมีสิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้อีกเยอะ และจะต้องอาศัยกายมนษย์หยาบนี้เท่านั้น

    ในสมัยหลวงพ่อวัดปากนํ้า ภาษีเจริญ มีบุคคลที่เข้าถึงพระธรรมกาย คือพระ ๓๐ รูป และฝ่ายหญิง ๓๐ คน ยังทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะ แล้วถ้าทุกคนทั้งสภาขนาดนี้เข้าถึงพระธรรมกาย ธรรมกาย effect จะเกิดขึ้นทันที สิ่งที่ดีงามที่เกิดขึ้นในตอนต้นกัปก็จะหวนคืนมา ในยุคที่มนุษย์มีความเจริญรุ่งเรืองทางจิตใจ เจอกันบนหนทางที่ไหนก็ถามกัน แต่เรื่องศีลเรื่องธรรมแทนเรื่องยาม้า ยาบ้า ถามว่าร้กษาศีลบริบูรณ์ไหม ปฏิบัติธรรมทุกวันหรือเปล่า เธอมีประสบการณ์ภายในเป็นอย่างไร

    ยุคนั้นเป็นยุคที่มนุษย์มีความเจริญทางจิตใจสูงสุด เพราะฉะนั้นอายุยืน ผิวพรรณวรรณะผ่องใส ฝนตกต้องตามฤดูกาล อาหารมีรสโอชา ประชาชนมีความสุขอยู่เย็นเป็นสุขกันทั้งนั้น ทั้งอายุ วรรณะ สุขะ พละปฏิภาณ ธรรม ๕ ประการเกิดขึ้นแก่มนุษย์ ในยุคที่มีความเจริญทางจิตใจสูงสุด

   ยิ่งต้นกัปแล้ว โรคกัยไข้เจ็บไม่มี มีโรคชนิดหนิ่งเกิดขึ้นในสมัยนั้น คือโรคง่วง โรคอะไรสารพัดต่างๆ ที่มีในสมัยนี้ สมัยโน้นไม่มี เราสามารถย้อนยุคได้ ถ้าเรามีความปรารถนา และก็ตั้งใจประกอบเหตุอย่างดี ความปรารถนานั้นก็สมหวังได้ เราสามารถทำให้ยุคเราเป็นยุคต้นกัปก็ได้ ยุคที่มนุษย์มีความเจริญทางจิตสูงสุดไม่ต้องอาศัยวัตถุ อาศัยศักยภาพของต้วเองเคลื่อนไหวเคลื่อนย้ายต้วเองไปได้ไม่ต้องอาศัยรถยนต์ เครื่องบิน เรือต่างๆ ทำอะไรก็ สมปรารถนา จะนึกอะไรก็สำเร็จเป็นอ้ศจรรย์ทีเดียว

    แต่สิ่งนี้ความรู้ชนิดนี้มันขาดการสืบทอดขาดการสืบต่อ แต่เมื่อหลวงพ่อวัดปากนํ้า ภาษีเจริญ ท่านค้นพบขึ้นมาใหม่ ด้วยการอุทิศชีวิตของท่าน ค้นพบวิชชานี้กลับคืนมาได้ ยุคเราต้องเป็นยุคที่จะต้องทำให้วิชชานี้คงอยู่และเจริญรุ่งเรืองขึ้น รุ่งเรืองขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งย้อนยุคไปสู่ในยุคที่ดีที่สุดของมนุษย์ที่อยู่ในโลกนี้ เราสามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับเราเท่านั้น มานั่งหยุดกับนิ่งให้ดีๆ เดี๋ยวจะมีสิ่งที่ดีๆจะเกิดขึ้นอย่างอัศจรรย์เป็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติ เหนือความนึกคิดอันมีขอบเขตของมนุษย์ เป็นอจินไตยจะเกิดขึ้นได้

  หลวงพ่ออยากจะให้ลูกทุกคนได้เห็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่มีในพระไตรปิฎกก็ดี นอกเหนือพระไตรปิฎกก็ดี บังเกิดขึ้นในยุคที่เรายังมีกายเนี้ออยู่ มีตามนุษย์อยู่อย่างนี้ แล้วเราจะได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์อันดีงามนี้ เป็นต้นแบบต้นบุญให้กับรุ่นหลังๆ ที่จะมาสืบทอดต่อๆ อันไป ให้ยืนยาวกันไปเรื่อยๆสมกับที่เราได้มาเกิดกันในภพนี้ชาตินี้ เพื่อที่จะมาสถาปนาสิ่งที่ดีๆให้บังเกิดขึ้น


 

 

 

จากหนังสือ แม่บท เดินทางข้ามวัฏสงสาร

วันอาทิตย์ที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๓