กัณฑ์ที่ ๕๘ สังคหะวัตถุ

วันที่ 24 มค. พ.ศ.2561

กัณฑ์ที่ ๕๘
สังคหะวัตถุ

มรดกธรรม , พระมงคลเทพมุนี , ประวัติย่อ พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี , สด จนฺทสโร , หลวงปู่วัดปากน้ำ , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , สด มีแก้วน้อย , วัดปากน้ำภาษีเจริญ , วัดปากน้ำ , ธรรมกาย , วัดพระธรรมกาย , สมาธิ , กัณฑ์ , ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด , คำสอนหลวงปู่ , หลวงพ่อสดเทศน์ , เทศนาหลวงพ่อสด , พระธรรมเทศนาพระมงคลเทพมุนี , พระผู้ปราบมาร , ต้นธาตุต้นธรรม , พระเป็น , อานุภาพหลวงพ่อสด , เทปบันทึกเสียงหลวงพ่อวัดปากน้ำ , พระของขวัญ , ทานศีลภาวนา , สังคหะวัตถุ , กัณฑ์ที่ ๕๘ สังคหะวัตถุ

นโม ตสฺส ภควโต  อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสฯ (๓ ครั้ง)

ทานญฺจ เปยฺยวชฺชญฺจ

อตฺถจริยา จ ยา อิธ

สมานตฺตตา จ ธมฺเมสุ

ตตฺถ ตตฺถ ยถารหํ

เอเต โช สงฺคหา โลเก

รถสฺสาณีว ยายโต

เอเต จ สงฺคหา นาสฺสุ

น มาตา ปุตฺตการณา

สเภถ มานํ ปูชํ วา

ปิตา งา ปุตฺตการณา

ยสฺมา จ สงฺคหา เอเต

สมเวกฺขนฺติ ปณฺฑิตา

ตสฺมา มหตฺตํ ปปฺโปนฺติ

ปาสํสา จ ภวนฺติ เตติฯ

 

    บัดนี้ อาตมภาพจักได้แสดงธรรมิกถาแก้ด้วยสังคหะวัตถุ วัตถุเครื่องสงเคราะห์ซึ่งกันและกันเพราะเหตุว่าเราท่านทั้งหลายนั้น ทั้งเป็นคฤหัสถ์บรรพชิต อุบาสกอุบาสิกา จะอยู่บ้านก็ดีวัดก็ดี จักได้ชื่อว่าเป็นพุทธศาสนิกชนเหมือนกัน ควรต้องสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน สงเคราะห์ซึ่งกันและกันนั่นแหละเรียกว่าสังคหะวัตถุ สังคหะวัถุแปลว่าเครื่องสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน จะแสดงได้วันนี้นั้นตามวาระพระบาลี คลี่ความเป็นสยามภาษาตามมตยาธิบาย กว่าจะยุติการลงโดยสมควรแก่เวลา

    เริ่มขึ้นแห่งพระสูตรนี้

    ทานญฺจ เปยฺยวชฺชญฺจ    อตฺถจริยา จ ยา อิธ
    แปลเป็นสยามภาษา ทานการให้ก็ดี พูดวาจาไพเราะก็ดี ประพฤติให้เป็นประโยชน์แก่กันและกันดี๓อย่างนี้เรียกว่า สังคหะวัตถุ

    สมานตฺตตา จ ธมฺเมสุ    ตตฺถ ตตฺถ ยถารหํ
    ความประพฤติตนให้สม่ำเสมอในธรรมนั้นๆ ในบุคคลนั้นๆ ตามสมควร

    เอเต โข สงฺคหา โลเก    รถสฺสาณีว ยายโต
    ความสงเคราะห์ในโลกเหล่านี้แล เป็นประหนึ่งว่าลิ่มสลักของรถอันไปอยู่

    เอเต จ สงฺคหา
    ความสงเคราะห์ทั้งหลายเหล่านี้ไม่พึงมีไซร้

    ยสฺมา จ สงฺคหา เอเต    สมเวกฺขนฺติ ปณฑิตา
    เพราะเหตุใด บัณฑิตพิจารณาเห็นซึ่งความสงเคราะห์ทั้งหลายเหล่านี้

    ตสุมา    มหตฺตํ ปปฺโปนฺติ
    เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงถึงซึ่งความเป็นใหญ่

    ปาสํสา จ ภวนฺติ เตติ
    บัณฑิตทั้งหลายเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้ที่ควรนับถือด้วยประการดังนี้

    นี่เหนื้อความของพระบาลีในสังคหะวัตถุ แปลความเป็นสยามให้ความเท่านี้ ต่อจากนี้จะอรรถาธิบายขยายความเป็นลำดับไป

    เรียงเนื้อความออกจากบาลีเป็นภาษาไทยเสียชัดๆ ก่อน ตั้งแต่ตอนก่อนว่า ทานการให้ประการหนึ่ง ความพูดไพเราะประการหนึ่ง ความประพฤติให้เป็นประโยชน์กันและกันในโลกนี้เป็นประการหนึ่ง ความเป็นคนมีตนสม่ำเสมอในธรรมนั้นๆ ในบุคคลนั้นๆ ตามสมควร ความสงเคราะห์ในโลกเหล่านี้แล เป็นประหนึ่งว่าลิ่มสลักของรถอันไปอยู่ฉะนั้น ถ้าว่าความสงเคราะห์เหล่านั้นไม่มีแล้วไซร้มารดาบิดาย่อมไม่ได้ความนับถือและบูชาเพราะเหตุที่ตนมีบุตร เพราะเหตุนี้บัณฑิตทั้งหลายเห็นเสมอซึ่งความสงเคราะห์เหล่านี้ เหตุนั้นจึงถึงซึ่งความเป็นใหญ่ บัณฑิตทั้งหลายเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้ที่ควรนับถือด้วยประการดังนี้

     นี่เนื้อความเป็นสยามแท้ ต่อไปนี้ จะอรรถาธิบายขยายความเป็นลำดับไป

    ทาน การให้นี่เป็นนโยบายของบัณฑิตทั้งหลายแต่ไหนแต่ไรมา คนมีปัญญาแล้วก็ต้องให้ทาน ถ้าคนโง่แล้วเห็นว่าสิ้นไปหมดไป ถ้าว่าคนมีปัญญาแล้วเห็นว่ายิ่งให้ยิ่งมียกใหญ่ เห็นแก่อย่างนี้แหละ

    ทางไหนจะผิดจะถูกกันน่ะ การให้ ลองดูซิ แต่ว่าเป็นเหมือนกันเสมอหรือการให้นี่ว่าเป็นประโยชน์จริงๆ ให้ทุกคน แต่การให้นั้นแคบกับกว้างเท่านั้น การให้แคบๆให้แก่ตัวเองให้แก่สามีภรรยาให้แก่ครอบครัวให้แก่ลูกหญิงลูกชายของตนเอง นอกจากนั้นไม่ให้ กลัวหมด กลัวเปลือง กลัวสิ้นไป นี่ให้กลัวหมด กลัวสิ้นอย่างนี้ พวกที่เห็นกว้างออกไป ว่าเราให้ซึ่งกันและกันในสามีภรรยา ในบุตรและธิดา ถ้าว่าให้สามีก็ยินดีด้วยให้ภรรยาภรรยาก็ยินดีด้วย ถ้าให้แก่บุตรและธิดาๆก็ยินดีด้วย ถ้าจะให้มากเข้าไปกว่านี้กลัวสิ้น กลัวหมด กลัวเปลือง นี่ความเห็นแคบๆ อย่างนี้ได้รับความเคารพนับถือบูชาเฉพาะครอบครัวของตัวเท่านั้น ถ้าไม่ให้เล่าไม่ได้รับความเคารพนับถือบูชาทีเดียวให้กว้างขวางออกไปกว่านั้น กว้างออกไปเทียวเท่าใดเขาก็นับถือตนดุจกับมารดาบิดากว้างออกไปเท่านั้น การกว้างออกไปเช่นนั้นได้ประโยชน์ไรหรือให้แคบๆ วงแคบๆ ได้ประโยชน์หรอกแต่น้อย ไม่เหมือนให้กว้างออกไป ให้กว้างออกไปประโยชน์มาก ประโยชน์มากนักในทางพุทธศาสนาก็เช่นนั้น ชอบให้ในการกว้างๆไม่ชอบให้ในการแคบๆการให้แคบๆดีเหมือนกันแต่ว่าได้น้อย ไม่เหมือนกว้างๆออกไป ดังมารดาบิดาให้แก่บุตร ภรรยาสามีให้แก่กันและกันในครอบครัวกันและกันให้แล้วมุ่งบุตรในกันและกัน ให้ลูกหญิงลูกชายก็เพื่อให้ปฏิบัติตนต่อไป พอจะได้ดำรงตระกูลของตนต่อไป ก็มุ่งเท่านั้น เมื่อให้บุตรและธิดาได้เท่าไรให้ไป เขาก็ปฏิบัติตามหน้าที่ผู้ได้รับแล้ว ความให้ชนิดนี้ในทางโลกก็แคบ ยิ่งทางศาสนาก็ให้ดุจเดียวกัน เฉพาะพระเณรที่ชอบใจ ที่รู้จักเป็นเครือญาติของตน ที่เป็นที่สนิดชิดชอบกับตน ถ้าหากว่าคนนั้นไม่ให้ เห็นว่าจะมากเกินไปให้เพียงเท่านั้นก็ได้ประโยชน์เหมือนกันแต่ว่าแคบ ทางพุทธศาสนายินดีในการให้กว้างๆทางโลกล่ะก็ดุจเดียวกัน ถ้าให้กว้างๆออกไป จะเป็นชาวนาก็กว้างขวาง จะเป็นชาวสวนก็กว้างขวาง จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าก็กว้างขวางจะเป็นคนพลเรือนใดๆก็กว้างขวาง ยิ่งคนปกครองก็ยิ่งกว้างขวางออกไป จำเป็นต้องให้กว้างออกไปทีเดียว ชื่อเสียงก็กว้างออกไป หน้าที่ก็กว้างออกไป การให้นั่นแหละเป็นข้อสำคัญนัก ไม่ต้องไปขอไปร้องใครทำอะไรสำเร็จหมดด้วยการให้ แต่ว่าต้องฉลาดให้ ถ้าโง่ให้ยิ่งจนใหญ่ถ้าฉลาดให้ยิ่งให้ยิ่งรวยใหญ่มันเป็นอย่างนี้ ต้องฉลาดให้อย่างนี้ เพราะฉะนั้น ทานญฺ จ ทานเป็นวัตถุสำคัญสำหรับสงเคราะห์ซึ่งกันและกันเราเกิดมาในมนุษย์โลก หญิงชายคฤหัสถ์บรรพชิตไม่ว่า เกิดมาต่างคนต่างมีตัวเปล่าๆมีแต่บุญกุศลพิทักษ์รักษามา มาแสวงหาทรัพย์สมบัติได้เขตสำหรับในโลกนี้ ก็ย่อมเฉลี่ยซึ่งกันและกัน ตามมีตามจะเฉลี่ยได้ ตามสามารถที่จะทำได้เฉลี่ยได้ สามารถจะทำได้เพียงแค่ไหน ก็ทำไปแต่เพียงนั้น อย่าให้เกินกำลังกว่าตัว อย่าให้เดือดร้อน ทำพอสมควรแก่การ เพราะเรามาไม่นานเท่าใดนัก ก็จะต้องลาโลกนี้ผ่านโลกนี้ไป โลกอื่นอีกต่อไป การให้สำเร็จที่เป็นอัตภาพที่เป็นมนุษย์นี้ เมื่อพ้นอัตภาพมนุษย์นี้เสียแล้ว ก็ไม่ได้ให้กันให้กันไม่ได้ ไปเป็นรูปพรหมให้กันไม่ได้ไปเป็นอรูปพรรณให้กันไม่ได้ ทุกชั้นไปของสมบัติทิพย์ก็มีด้วยกันทั้งสิ้นไปนิพพานก็ให้กันไม่ได้ ให้กันได้แต่เฉพาะเป็นมนุษย์นี่เท่านั้น ที่ให้กันได้ เป็นสัตว์เดรัจฉานให้กันไม่ได้ เป็นเปรต อสุรกายให้กันไม่ได้ เป็นสัตว์นรกให้กันไม่ได้ ให้กันได้เฉพาะแต่ในมนุษย์นี้เท่านั้น

     เขาว่าการให้นี้มีผลมากมายนัก มีฤทธิ์เดช ถ้าให้เสียมากๆ ให้เสียเต็มศรัทธาสามารถแล้วให้มากๆเสียแล้ว ชาติใดๆ ไปเป็นคนมากเป็นคนกว้างขวาง ต้องเป็นคนปกครองกว้างขวางใหญ่โตออกไป การให้นี้ให้สำเร็จประโยชน์ถึงเจ้าจักรพรรดิ์ธิราช เป็นเจ้าจักพรรดิ์ธิราชบ้าง ต่ำลงมากว่านี้นเป็นมหาราชาธิราชบ้างปกครองประเทศทั้งหมดชมพูทวีป หรือย่อยลงมากกว่านั้นเป็นพระยาประเทศราชเหมือนยังกับชมพูทวีปเวลานี้เป็นแต่เพียงพระยาประเทศราชเท่านั้น ทุกๆประเทศมีเจ้าแผ่นดินปกครองเป็นพระเจ้าประเทศราชทั้งนั้น ยังลดลงมากกว่านั้นเป็นผู้ปกครอง เป็นประธานชั่ว๔ปีๆเท่านั้นเลิกเป็นพระยาประเทศราชเสียแล้ว ถึงกระนั้นก็ยังมีพระยาประเทศราชอยู่แต่อยู่ใต้กฏหมาย นี่บุญวาสนาลดหย่อนผ่อนลงมาถึงขนาดนี้ ก็ต้องสำเร็จได้ด้วยการให้ เป็นเศรษฐี มหาราชก็สำเร็จด้วยทานการให้เป็นคหบดีมหาศาลมีทรัพย์สมบัติบริวาร ข้าทาสบริวารก็สำเร็จด้วยการให้ ถ้าไม่ให้ไม่สำเร็จอย่างนั้น เพราะฉะนั้นการให้ถ้าอยากมีสมบัติยิ่งใหญ่มหาศาลละก็ต้องอุตส่าห์บำเพ็ญทานบริจาคทานนี้ได้ชื่อว่า ทานญฺ จ ทานการให้

    เปยฺยวชฺชญฺจ เมื่อเป็นผู้มีพวกมากถึงขนาดนั้นเข้าแล้ว ต้องมีวาจาไพเราะอ่อนหวานพูดเพราะพูดประโยชน์ พูดแล้วผู้สดับตรับฟังรักใคร่ดูดดึงในใจ ไม่อยากออกไปห่างออกเข้ามาอยู่ในที่ใกล้ อยากจะสนิทชิดชมด้วยเสมอไป เพราะความพูดอันนี้เป็นตัวสำคัญนัก ถ้าว่าหัดวาจาไพเราะเสียในชาตินี้ชาติต่อๆไป วาจาของตนศักดิ์สิทธิ์ จะพูดอะไรสำเร็จกิจหมดทุกอย่าง ถ้าใช้วาจาหยาบก็เท่ากับวาจาชอบตัวเองในชาตินี้ก็ดี วาจาหมดอำนาจหมดสิทธิ์ไม่มีอำนาจอะไร พูดไปก็เท่ากับไม่ได้พูด พูดอะไรเป็นไม่สำเร็จ เพราะวาจาของตน ไม่ได้บำเพ็ญกุศลทางวาจาไว้ ถ้าบำเพ็ญกุศลทางวาจาไว้แล้ว กล่าววาจาใด วาจาศักดิ์สิทธิ์นี่ไม่ได้เป็นของพอดีพอร้าย เรื่องวาจาศักดิ์สิทธิ์นี้ เมื่อครั้งสมเด็จพระบรมศาสดาเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว กษัตริย์ทั้งหกพระนคร เจ็ดพระนคร แปดพระนคร ทั้งหกพระนครเกิดประหารซึ่งกันและกัน จะรบกันยกใหญ่ เมื่อครั้งแย่งพระบรมธาตุกันในครั้งนั้นไม่มีใครสามารถมีวาจาศักดิ์สิทธิ์จะเปลื้องความในครั้งนั้นได้มีพราหมณ์ผู้หนึ่งท่านโทษพราหมณ์ เข้าไปมีวาจาศักดิ์สิทธิ์ขึ้นในที่นั้น ห้ามพุทธกิจในการแย่งพระบรมธาตุในครั้งนั้นสำเร็จได้ นั่นเพราะอาศัยอะไร เพราะอาศัยอะไร เพราะอาศัยวาจาของท่านพราหมณ์อันศักดิ์สิทธิ์ วาจาศักดิ์สิทธิ์นั่นแหละท่านได้สร้างวาจาไพเราะของท่านไว้ ถ้ากษัตริย์ผู้ใดคือว่าผู้ใดฟังเข้าแล้วจะอ่อนน้อมตามวาจาของท่านเป็นเช่นนี้เพราะสร้างวาจาที่ดีของท่านไว้ สร้างวาจาที่ไพเราะอ่อนหวานไว้ ถ้าใครต้องการวาจาศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ ต้องพยายามห้ามวาจาทุจริตเสีย ให้มีวาจาสุจริตอยู่ร่ำไป เมื่อกล่าวขึ้นแล้ว เป็นประโยชน์แก่ตนบ้างประโยชน์แก่คนอื่นบ้าง เป็นประโยชน์ทั้งตนบุคคลอื่นได้ วาจาไม่เป็นประโยชน์แล้วเสียเวลา พวกที่พูดวาจาพล่อยๆเอาเรื่องเอาราวไม่ได้ วาจาเหลวไหล ชนิดนี้ ฆ่าวาจาของตัวเอง ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองไม่มีใครทำให้ นี้ต้องอุตส่าห์แก้ไขวาจาของตน ให้เป็นวาจาที่ไพเราะอ่อนหวานอยู่ร่ำไป นี้เป็นประโยชน์แก่ตนด้วย เป็นประโยชน์แก่บุคคลอื่นด้วย เป็นทั้งประโยชน์แก่กันและกัน

     ประพฤติให้เป็นประโยชน์ในโลกนี้ หรือประพฤติเป็นประโยชน์ในกันและกัน ในเพื่อนมนุษย์ก็ดีหรือกับสัตว์เดรัจฉานก็ดี ประพฤติให้เป็นประโยชน์ทีเดียว ลักษณะที่ประพฤติให้เป็นประโยชน์เป็นอย่างไรการประพฤติให้เป็นประโยชน์ ทำอะไรให้เป็นตัวอย่างดีทั้งนั้น จะทำสิ่งใดด้วยกายทุกอย่าง ให้เป็นตัวอย่างดีของเพื่อนมนุษย์ให้เป็นประโยชน์แก่มนุษย์ จะพูดสิ่งไรด้วยวาจาแล้ว ล้วนแต่ให้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ให้ได้ผลแก่เพื่อมนุษย์ให้เป็นตัวอย่างแก่เพื่อมนุษย์ การประพฤติทั้งกายทั้งวาจา เป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์แล้วทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะเป็นการทำลายตนใครใกล้เคียงก็แก้ไข มนุษย์ที่ทำนานั้นให้ได้ผลเกิดสุขให้ได้ผลดีเป็นลำดับขึ้นไป การทำสวนก็ดี ใครอยู่ใกล้เคียงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทำเป็นตัวอย่างให้เป็นประโยชน์ดีแก่เพื่อนมนุษย์แก่เพื่อฝูงที่ใกล้เคียงกัน หรือจะค้าขายก็ดี ผู้ที่ค้าขายใกล้เคียงกันให้เป็นประโยชน์แก่พวกที่ค้าขายใกล้เคียงกัน นี้ได้ชื่อว่าประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ เมื่อประพฤติตนให้เป็นประโยชน์แล้ว แก้ไขตัวเองไม่ให้มีตำหนิ จะเป็นภิกษุก็เป็นภิกษุที่ดีทีเดียว จะเป็นสามเณรก็เป็นสามเณรที่ดีทีเดียว จะเป็นอุบาสกก็เป็นอุบาสกที่ดีทีเดียว จะเป็นอุบาสิกาก็เป็นอุบาสิกาที่ดีทีเดียว เป็นตัวอย่างได้เช่นนี้ได้ชื่อว่า อตฺถจริยา ประพฤติตนให้เป็นกระสวน เป็นกระสวนนั่นเป็นอย่างไร ช่อฟ้า เขาทำช่อฟ้าเขามีกระสาน เอากระสานนั่นมาคาดเข้าแล้ว ทาตามรูปกระสวนนั่นเป็นช่อฟ้าได้ ประพฤติให้เป็นตัวอย่าง เขาเพียรทำสิ่งใดเป็นตัวอย่างมาแล้ว ก็เพียรเอาสิ่งนั้นเข้ามาทำ มาเป็นแบบแปลนเป็นตัวอย่างต่อไป ประพฤติตนให้เป็นแม่พิมพ์พ่อพิมพ์นั้นเป็นตำราทีเดียว ตำราพ่อพิมพ์แม่พิมพ์พระเหมือนพ่อพิมพ์รูปต่างๆสวยงามทุกสิ่งทุกประการนั้น ได้ชื่อว่าเป็นผู้ตามประพฤติเป็นประโยชน์ ประพฤติเป็นประโยชน์อย่างนี้แหละเรียกว่าสังคหะวัตถุ วัตถุเครื่องสงเคราะห์แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันทุกถ้วนหน้า ประพฤติตัวได้อย่างนี้ทำตามพ่อ

    ให้ท่าน กล่าววาจาไพเราะ ประพฤติตัวให้เป็นประโยชน์ในกันและกัน หรือในโลกนี้ทั้งหมดปราะกฏดังนี้ เมื่อประพฤติได้ดังนี้แล้ว เรียกว่าความเป็นผู้มีตนเสมอ มีตนเสมอเป็นอย่างไร ในธรรมนั้นในบุคคลนั้นๆ เมื่อมาประพฤติเป็นภิกษุประพฤติสม่ำเสมอในธรรมที่เป็นภิกษุ ประพฤติเป็นสามเณรสม่ำเสมอในธรรมที่เป็นสามเณร เมื่อเป็นอุบาสกอุบาสิกาประพฤติสม่ำเสมอในธรรมที่เป็นอุบาสกอุบาสิกาอยู่ในธรรมนั้นๆ ในบุคคลนั้นๆ เป็นภิกษุเข้าหมู่ได้ ไม่กระทบกระเทือนใครเลย เป็นสามเณรเข้าหมู่ใดสามเณรใด ไม่กระทบกระเทือนสามเณรหมู่นั้นเลย เป็นอุบาสก เข้าไปในอุบาสกใด ไม่กระทบกระเทือนอุบาสกผู้นั้นเลยเป็นอุบาสิกาเข้าไปในหมู่อุบาสิกาใด ไม่กระทบกระเทือนอุบาสิกานั้เลย นี้ได้ชื่อว่าสม่ำเสมอในบุคคลนั้นสม่ำเสมอทีเดียว ถ้าประพฤติได้ขนาดนี้ได้ชื่อว่า นั่นแหละเรียกว่าสงเคราะห์ซึ่งกันและกันละ ถูกหลักตามวาระพระบาลีดังแสดงมาแล้วละ เมื่อประพฤติได้อย่างนี้ เรียกว่า สังคหะวัตถุ

   สังคหะวัตถุในโลกเรานี้แล ในโลกต้องประพฤติ๓ประการนี้ การที่ทำอย่างเป็นสังคหะวัตถุสำคัญมาก

     เมื่อประพฤติได้ดังนี้แล้วเหมือนดังลิ่มสลักของรถ ที่ไถแล่นไปในหนทางของรถใกล้ไกลไม่ว่ารถนั้นคุมกันอยู่เป็นรถอยู่เสมอไม่เคลื่อนในความเป็นรถไม่ปรักหักพักแต่อย่างหนึ่งอย่างใดไปได้เป็นปกติจะเป็นรถส่วนตัวก็สะดวก จะเป็นรถโดยสารก็สะดวก ทุกสิ่งทุกประการ เพราะอาศัยลิ่มสลักนั้นไม่เคลื่อนไม่หลุดจากกัน

    เมื่อเป็นเช่นนั้นมารดาบิดาที่ได้ความบูชา  และได้ความนับถือจากบุตรและธิดาเพราะตนมีบุตรต้องประพฤติสงเคราะห์อย่างนี้ให้ ถ้าให้มีการพูดอ่อนหวานต้องทำตนให้เป็นประโยชน์เป็นตัวอย่างของลูกหญิงลูกชายต่อไป ถ้าเป็นเช่นนี้ลูกหญิงก็นับถือลูกชายก็นับถือ ถ้าว่าไม่เป็นดังนี้ ลูกหญิงก็ไม่นับถือ ลูกชายก็ไม่นับถือที่อาศัยนับถือก็เพราะสังคหะวัตถุนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นความนับถืออันนี้ที่เกิดจากลูกหญิงลูกชาย  ก็เพราะบิดามารดาเป็นผู้ประกอบด้วยปัญญาเป็นบัณฑิตชิตในการประพฤติสังคหะวัตถุนี้ สมด้วยบาลีท่านชี้ว่า

 บัณฑิตชาติผู้ประกอบด้วยความฉลาด ดำเนินด้วยคติของปัญญามาพิจารณาเห็นความสงเคราะห์เหล่านี้เข้าแล้วก็ประพฤติตามความเห็นอันนั้น เพราะเหตุนั้นจึงถึงซึ่งความเป็นใหญ่ที่เขานับถือเชิดชูบูชาก็เพราะสังคหะวัตถุนี้ ถ้าไม่ถูกสังคหะวัตถุเขาไม่นับถือเขาไม่บูชา ถ้าว่าคนมีปัญญาสอดส่องมองเข้าเนื้อเข้าในแนวปฎิบัติเช่นนี้ได้ จะเป็นภิกษุอยู่ในหมู่ภิกษุก็ต้องเป็นใหญ่ภิกษุนั้น จะเป็นสามเณรก็ต้องเป็นใหญ่ในสามเณรนั้น จะเป็นอุบาสกถ้าประพฤติถูกหลักนี้เข้าก็ถึงซึ่งความเป็นใหญ่ในอุบาสกนั้น จะเป็นอุบาสิกาประพฤติถูกหลักนี้เข้าก็เข้าถึงซึ่งความเป็นใหญ่ในอุบาสิกานั้น เพราะเหตุว่าถูกสังคหะวัตถุเข้าถ้าไม่ถูกสังคหะวัตถุเช่นนี้ อย่าว่าแต่ภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกาเลย ลูกหญิงลูกชายก็ไม่นับถือตัวเพราะประพฤติไม่อยู่ในสังคหะวัตถุ ผิดสังคหะวัตถุไปด้วยเหตุนี้ ลูกหญิงลูกชายก็ติเตียนตัว เพราะประพฤติไม่ถูกสังคหะวัตถุ ถ้าถูกสังคหะวัตถุย่อมถึงซึ่งความเป็นใหญ่ควรได้ความสรรเสริญแท้ ย่อมเป็นผู้ที่น่าสรรเสริญว่าเป็นตัวอย่างของคนดีในโลกนี้ บัณฑิตชาติผู้ฉลาดขนาดนี้ ประพฤติตนได้ความสรรเสริญเช่นนี้ แม้จะอยู่ในโลกนี้ก็ได้รับความนับถือในโลกอื่นต่อไป ไม่ว่าชาติไหนภาษาไหนไม่ว่าโลกไหน ประพฤติถูกหลักนี้แล้วก็เป็นที่บูชาทั้งนั้น เหตุนั้นต้องประพฤติสม่ำเสมอ จะประพฤติลุ่มๆดอนๆไม่ได้ เหมือนความเป็นพ่อเป็นแม่กัน ต้องปกครองลูกหญิงลูกชายสม่ำเสมอ ลุ่มๆดอนๆไม่ได้ สม่ำเสมอตามสมควร นี้ได้ชื่อว่าถึงซึ่งความเป็นใหญ่จริงอย่างนี้ เพราะว่าตนประพฤติถูกสังคหะวัตถุ

    ในสังคหะวัตถุนี้ไม่ใช่แต่ในพระพุทธศาสนานี้เท่านั้นในศาสนาไหนก็ช่างในชาติไหนภาษาไหนก็ช่างก็ย่อมได้รับความนับถือดุจเดียวกันในโลกอยู่อย่างเสมอไป เมื่อเข้าใจหลักอันนี้แล้ว ดัดแปลงแก้ตัวกันเสียใหม่ ว่าประพฤติอยู่นี้ มีการให้กันหรือเปล่า ไม่มีสังคหะวัตถุความเป็นใหญ่ก็ไม่มี พูดวาจาไพเราะในกันและกันน่ะ เป็นของที่เราทำบ้างหรือเปล่า หรือพูดแต่คำหยาบช้าในกันและกัน ถ้าพูดคำหยาบช้าในกันและกัน เลิกพูดคำหยาบช้า พูดไพเราะในกันและกัน กลับเสียใหม่ ประพฤติตนเป็นประโยชน์ในกันและกันมีอยู่บ้างหรือเปล่า ถ้าไม่ ว่ายังไม่เป็นประโยชน์ในกันและกัน ก็กลับใจเสีย ประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ในกันและกันเราเกิดมาเป็นมนุษย์ ถ้าปราศจากสมบัติมนุษย์ ใช้สมบัติมนุษย์ไม่เป็น ก็เพราะปราศจากสังคหะวัตถุ ไม่มีสังคหะวัตถุ ถ้ามีสังคหะวัตถุดังนี้แล้ว มนุษย์คนใดชั่วไม่มีเข้ามาใกล้ ใช้ได้ทุกคน เป็นสมบัติมนุษย์ของตัวทุกคน เป็นคนดีหมด ทำไม่เป็นดีหมดล่ะ เพราะสังคหะวัตถุต้องฉลาดในสังคหะวัตถุเมื่อขาดอะไรให้ ขาดผ้านุ่งให้ผ้านุ่งเสีย ขาดผ้าห่มให้ผ้าห่มเสีย ขาดข้าวปลาอาหารที่จะมาบริโภคในวันหนึ่ง ก็ให้เสีย ให้ทานแล้วก็พูดไพเราะ เมื่อได้ฟังถ้อยคำสำเนียงแล้วก็ไม่จากไปเลย อยากอยู่ใกล้ทีเดียว อยากรับใช้รับสอยทีเดียวนี้เพราะสังคหะวัตถุการช่วยเหลือซึ่งกันและกันละเป็นสำคัญ

     การพูด ไม่ใช่วาจาอันนั้นอันนี้ล่ะนะ ด่าก็ได้ก็เป็นวาจาไพเราะเหมือนกัน จะด่าไม่ให้ชั่วให้ทำดีเสียพ่อด่าลูกก้ไม่ให้ทำชั่วอย่างนี้แหละ นั่นแหละเป็นวาจาไพเราะของพ่อแม่ ที่ลูกได้ฟังเลยเลิกความชั่ว นั้นแหละเป็นวาจาไพเราะของพ่อแม่ ที่พ่อแม่ได้ทำเข้าแล้ว กลับตัวเป็นประพฤติดี นี้เป็นสังคหะวัตถุอย่างนี้ประพฤติให้เป็นประโยชน์น่ะ ทำอะไรให้ทำดังนั้นดังนี้ให้เป็นตัวอย่าง เมื่อเห็นตัวอย่างแล้วนั้น สำคัญที่จะเลี้ยงตัวของตัวได้ แก้ไขแนะนำให้ เวลามีโอกาสแนะนำสั่งสอนตักเตือนให้ ดังนี้ให้เห็นตัวอย่าง ชี้ตัวอย่างให้ดูดังนี้ได้ซึ่งประพฤติให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อยู่ในปกครองของตน เมื่อประพฤติตนเช่นนี้ได้ชื่อว่าเป็นเจติแบบแผนอันนี้ของกุลบุตรกุลสตรีต่อไปในภายหน้า เหตุนี้ตำรับตำราจึงวางไว้เป็นเนติแบบแผนในพระพุทธศาสนาถึงแม้พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานไปเป็นกาลช้านาน เมื่อเราประพฤติถูกหลักฐานเข้าเช่นนี้ เหมือนพระองค์มีพระชนม์อยู่ได้สั่งสอนเราต่อหน้าต่อตา เราจะประพฤติถูกหนักเจริญเช่นนี้ได้ ถ้าถูกหลักเจริญเช่นนี้แล้วไม่ต้องไปสงสัย เป็นภิกษุจะทำบุญทำกุศลอันใดประพฤติสิ่งใด เป็นสามเณรจะกระทำกองการกุศลอันใดทำความดีอันใด ทำได้อย่างใหญ่โต อุบาสกอุบาสิกาก็ดุจเดียวกัน กระทำการกิจการอันใดทำได้ใหญ่โตทั้งนั้น ไม่ขาดตกบกพร่องแต่อย่างหนึ่งอย่างใดเพราะสังคหะวัตถุนี้มีเต็มที่ ทำได้อย่างใหญ่โตทั้งนั้น ไม่ขาดตกบกพร่องแต่อย่างหนึ่งอย่างใด

    เหตุนี้ตามวาระพระบาลี ที่คลี่ความเป็นสยามภาษาตามเมตยาธิบาย พอสมควรแก่เวลา เอเตน สจฺจวชฺเชน ด้วยอำนาจความสัจที่ได้อ้างธรรมปฎิบัติตั้งแต่ต้นจนอวสานนี้ สทา โสตฺถี ภวนฺตุ เต ขอความสุขสวัสดีจงบังเกิดมีแต่ท่านทั้งหลาย บรรดามาสโมสรในสถานที่นี้ทุกถ้วนหน้า ด้วยอำนาจสัจวาจาที่ได้อ้างธรรมเทศนามาทุกประการ วันนี้ตัวอย่างเป็นหลักประธาน ท่านผู้เป็นเจ้ภาพได้ถวายทานไม่ใช่เป็นคนมั่งมีนะ เลี้ยงพระประจำได้ทุกปี ไปถึงบ้านเก็บลูกตุ้มลอยน้ำ เก็บเอาทิ้งไว้เป็นกองใหญ่ๆฟืนอันหนึ่งอันใดก็เก็บขึ้นมากองๆไว้ กองไว้มากๆ ถึงเวลาเขาต้องการ เขาก็มาเหมาเอาไป กองหนึ่ง ๔๐ บาท ๕๐ บาท ๘๐ บาท ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท ตามกองใหญ่กองเล็ก ได้หาเงินอย่างนี้ แกหาเงินมาเลี้ยงพระประจำได้ทุกปีๆที่เจ้าภาพเลี้ยงพระวันนี้น่ะ มีอำนาจแปลกประหลาดนัก ประพฤติสังคหะวัตถุเช่นนี้ เงินทองก็หาได้ง่าย หาได้สะดวก ใกล้จวนจะไม่มีก็เอาล่ะคิดถึงว่าวันนี้จะได้เงินที่ไหนมาเลี้ยงพระล่ะ เงินจะไม่พอ เอาคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง เขาก็สงสาร เขาก็รักใคร่ เขาก็นับถือบูชา ชวนใครๆเขาก็เข้าหุ้นด้วย ได้เลี้ยงพระทุกปี อัศจรรย์นักทีเดียว ทำอย่างนี้ได้ชื่อว่าเทกระเป๋าทำทุกทีไป แต่ว่าเห็นจะไม่ข้ามชาติละต้องร่ำรวยในชาตินี้ละ ด้วยสัจทานที่บันดาลให้เผื่อแผ่แก้ไข ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องสมบัติไม่ต้องไปสงสัยเถิดไม่เสียทีเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา ได้ทำเช่นนี้ถูกเป้าหมายใจดำของพระพุทธศาสนา ถูกสังคหะวัตถุทีเดียว ถึงวันนี้ได้เป็นโยมของพระเณร พระเณรมีเท่าไร อุบาสกอุบาสิกามีเท่าไร วันนี้เจ้าของทานเป็นแม่ตลอดวันเลี้ยงตลอดวันตลอดคืนเป็นแม่ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นพระเณรท่านจึงได้เรียกว่าโยม ผู้ชายก็เรียกว่าโยมผู้ชายผู้หญิงก็เรียกว่าโยมผู้หญิง พ่อผู้หญิงแม่ผู้หญิงนั้นเอง เพราะเลี้ยงดูด้วยสังคหะวัตถุคือทานการให้ ทานการให้นั่นเอง ประพฤติให้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนกันดังนี้

    ที่ชี้แจงแสดงมานี้พอสมควรแก่เวลา เอเตน สจฺจวชฺเชน ด้วยอำนาจความสัจที่ได้อ้างธรรมปฎิบัติตั้งแต่ต้น จนอวสานนี้ สทา โสตฺถี ภวนฺตุ เต ขอความสุขสวัสดีจงบังเกิดมีแก่ท่านทั้งหลายบรรดามาสโมสรในสถานที่นี้ทุกถ้วนหน้า อาตมภาพชี้แจงแสดงมาพอสมควรแก่เวลาสมมุติยุติธรรมมิกถา โดยอรรถนิยมความเพียงเท่านี้ เอวํ ก็มีด้วยประการฉะนี้