พระพุทธศาสนาขจรขจาย

วันที่ 26 กพ. พ.ศ.2561

พระพุทธศาสนาขจรขจาย

ธรรมกาย , วัดพระธรรมกาย , พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) , พระผู้ปราบมาร , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , วัดปากน้ำภาษีเจริญ , หลวงปู่สด , หลวงพ่อสด , ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย , วิชชาธรรมกาย , ธรรมกาย , ตามรอยพระมงคลเทพมุนี , วิสุทธิวาจา , ประวัติหลวงพ่อสด , ประวัติพระมงคลเทพมุนี , รวมพระธรรมเทศนา หลวงพ่อวัดปากน้ำ , สมาธิ , วิปัสสนา , สัมมาอะระหัง , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , อานุภาพพระของขวัญวัดปากนํ้า , ยิ่งรู้จัก ยิ่งเคารพรักท่าน , วิธีปฏิบัติธรรม ให้เข้าถึงพระธรรมกาย , พระพุทธศาสนาขจรขจาย

        หลวงปู่เคยพูดถึงความสําคัญของ “ธรรมกาย” อยู่เสมอ ๆ ว่า

     “...อานุภาพธรรมกายเปรียบประหนึ่งปุ๋ยที่บํารุงต้นไม้ให้เจริญงอกงาม การปลูกต้นไม้ให้ได้ดอกผลตามที่เราต้องการนั้นเราจะปลูกโดยไม่รดน้ําพรวนดินและใส่ปุ๋ยนั้นไม่ได้ เพราะต้นไม้จะไม่งอกงามให้ดอกผลตามที่เราต้องการ ชีวิตมนุษย์ก็เช่นกัน ถ้าอยากให้เจริญรุ่งเรืองก็ต้องทําตนให้เข้าถึงธรรมกาย ต้นไม้ก็ต้องใส่ปุ๋ย ชีวิตคนเราก็ต้องใส่ปุ๋ย...”

       ด้วยเหตุนี้ การเผยแผ่วิชชาธรรมกายจึงเป็นสิ่งที่หลวงปู่ให้ความสําคัญอย่างยิ่ง


สอนธรรมปฏิบัติด้วยตนเอง
      หลวงปู่เปิดสอนธรรมปฏิบัติแก่พระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา รวมทั้งประชาชนทั่วไปอย่างจริงจัง และเนื่องจากท่านมีความชํานาญทั้งภาคปฏิบัติและปริยัติคือรู้แจ้งเห็นจริงในธรรมด้วยตนเองอย่างแจ่มชัด และรู้พระบาลีแตกฉานในระดับที่สามารถแปลคัมภีร์มูลกัจจายน์ได้หมดทุกตัวอักษร ดังนั้นขณะสอนธรรมปฏิบัติท่านจึงนําความรู้พระบาลีมาใช้ในการสอนด้วย โดยเริ่มต้นยกพระบาลีพุทธพจน์ขึ้นแสดงก่อน แล้วแปลและขยายความพระบาลีชี้แนวปฏิบัติภาวนาไปตามลําดับขั้นตอน จนกระทั่งทําให้จิตผู้ฟังเป็นสมาธิน้อมใจไปตามคําเทศน์สอนของท่านได้จากนั้นท่านก็จะบอกลําดับผลของปฏิเวธหรือผลการปฏิบัติธรรมในตัวที่จะเกิดขึ้นตามลําดับขั้นตอนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ผลที่เกิดในกายมนุษย์จนกระทั่งกายธรรมอรหัตหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ เป็นผลการปฏิบัติภาวนาในตัวที่พิสูจน์ได้ว่าการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีจริงมนุษย์ธรรมดาสามารถหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ได้จริง ผู้เรียนมีหน้าที่กําหนดใจตามที่ท่านบอก ส่วนใครจะมีผลการปฏิบัติธรรมถึงขั้นไหน ย่อมรู้ได้ด้วยตนเอง

   เนื่องจากบทเทศน์สอนของหลวงปู่เพียบพร้อมสมบูรณ์ทั้งด้านปริยัติปฏิบัติปฏิเวธ ผู้ที่เคยไปเรียนการทําสมาธิภาวนากับท่าน จึงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ว่าหลวงปู่จะเทศน์กี่ครั้งหรือกี่เรื่องก็ตาม ท่านสามารถเชื่อมโยงจากภาคปริยัติเข้าสู่ภาคปฏิบัติจากภาคปฏิบัติเข้าสู่ภาคปฏิเวธ และจากภาคปฏิเวธสู่ภาคเทศนาได้อย่างน่าอัศจรรย์จึงทําให้ผู้เรียนได้รับผลดีของการปฏิบัติเป็นจํานวนมาก รวมแล้วเป็นเรือนแสน

   กิตติศัพท์ในด้านการสอนภาวนาของท่านโด่งดังข้ามทวีปไปยังหลาย ๆ ประเทศในยุโรป เป็นเหตุให้พระพุทธศาสนาขจรขจายกว้างไกลออกไปอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของวงการคณะสงฆ์ไทยจนกระทั่งมีชาวต่างชาติบางคนเดินทางมาบวชกับท่านถึงวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เลยทีเดียว

       อย่างไรก็ตาม เมื่อวิชชาธรรมกายแพร่หลายออกไปก็มีผู้วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา ในสมัยนั้น คําว่า “ธรรมกาย” ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพราะวิชชาธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่หลวงปู่ค้นพบนั้น มิได้มีผู้สอนมานานเกือบ ๒,๐๐๐ ปีผู้ที่ไม่รู้จักจึงยกเอาคํานี้ขึ้นมาเสียดสีโจมตีหวังให้ผู้ที่สนใจวิชชาธรรมกายคลายความศรัทธา แต่หลวงปู่ท่านไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เพียงแต่พูดว่า “น่าสงสาร พูดไปอย่างไร้ภูมิไม่มีที่มาเขาจะบัญญัติขึ้นได้อย่างไร เป็นถ้อยคําของคนเซอะ”

     คราวหนึ่งท่านพูดกับสมเด็จพระวันรัต วัดพระเชตุพนฯ เกี่ยวกับการถูกโจมตีเรื่องธรรมกายว่า “คนเช่นเราไม่ใช่ไร้ปัญญา ชั่วก็รู้ดีก็เห็น เราจะฆ่าตัวเองเพราะความปรารถนาทําไม ที่เขาพูดหาว่าเราอย่างนั้น บางคนคงจะไม่รู้จักคําว่า ‘ธรรมกาย’ มีอยู่ที่ไหน หมายเอาใคร เขาอาศัยความไม่รู้มาว่าเราผู้ตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เมื่อผู้ไม่รู้มาติเตียนเรา ความไม่รู้ของเขาจะลบล้างสัจธรรมของพระพุทธศาสนาได้อย่างไร ถ้าจะกลบก็กลบได้เพียงชั่วคราวไม่ช้าดวงแก้วของพระพุทธศาสนาก็จะเปล่งรัศมีให้ผู้มีปัญญาเห็นด้วยสายตาของตนเอง การที่เขานําไปพูดเช่นนั้นเป็นผลแห่งการปฏิบัติที่เราได้กระทํากันอยู่ แสดงให้เห็นว่าคณะวัดปากน้ําไม่ได้กินแล้วนอน เป็นสํานักที่เคร่งในการปฏิบัติธรรม การที่เขานําไปพูดเช่นนั้น เท่ากับเอาสํานักไปเผยแพร่ดีเสียกว่าการโฆษณาทางหนังสือพิมพ์เพราะการที่เขานําไปพูดนั้น เป็นการกระทําของผู้พูดเอง เราไม่ได้จ้างไม่ได้วานใคร เมื่อพูดทางไม่ดีได้ก็ต้องมีคนพูดทางดีได้เหมือนกัน ธรรมะจะต้องชนะอธรรมเสมอ เราไม่เดือดร้อนใจ เพราะธรรมกายของพระพุทธศาสนาเป็นของแท้ไม่ใช่ของเก๊หรือของเทียม ธรรมกายจะปรากฏเป็นความจริงแก่ผู้เข้าถึงธรรม เรื่องอย่างนี้เราไม่หวั่น เราเชื่อในคุณพระพุทธศาสนา”


ส่งลูกศิษย์ออกเผยแผ่
       นอกจากสอนธรรมปฏิบัติด้วยตนเองแล้ว หลวงปู่ยังส่งพระภิกษุสามเณร และแม่ชีที่มีความสามารถออกไปเผยแผ่วิชชาธรรมกายทั้งในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยและในต่างประเทศ

     ในประเทศไทย ศิษย์ของท่านประสบความสําเร็จในการเผยแผ่เป็นอย่างยิ่ง คือสามารถสร้างความศรัทธาเลื่อมใสแก่ประชาชน ทําให้พระภิกษุ สามเณร และฆราวาสจากจังหวัดต่าง ๆ มีศรัทธาเดินทางไปปฏิบัติธรรมขั้นสูงเพิ่มเติมที่วัดปากน้ำเป็นจํานวนมาก และยังสามารถสร้างวัดได้หลายวัด เช่น วัดเกษมจิตตาราม จังหวัดอุตรดิตถ์ วัดปากน้ำเทพาราม อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วัดเขาพระ อําเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรีเป็นต้น

      แม้ในต่างประเทศ ท่านก็ส่งพระภิกษุชาวอังกฤษ กปิลวฑฺโฒ ภิกฺขุ หรือศาสตราจารย์วิลเลียม ออกัสต์ เปอร์เฟิสต์ (Dr.William August Purfurst) อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในลอนดอน และพระภิกษุชาวญี่ปุ่นที่มาบวชที่วัดปากน้ำ และได้ศึกษาวิชชาธรรมกายแล้วกลับไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทวีปยุโรปและประเทศญี่ปุ่นตามลําดับ

      ในปีพ.ศ. ๒๔๙๘ กปิลวฑฺโฒ ภิกฺขุ เดินทางกลับมาวัดปากน้ำอีกครั้งหนึ่ง และนําสามเณรชาวอังกฤษ ๓ รูป ซึ่งบรรพชาเป็นสามเณรมาแล้วจากประเทศอังกฤษ มาศึกษาวิชชาธรรมกายกับหลวงปู่ ซึ่งหลวงปู่ท่านก็เมตตาอุปสมบทให้ทั้ง ๓ รูป รวมพระภิกษุชาวยุโรปที่จําพรรษาอยู่ที่วัดปากน้ำสมัยนั้น ๔ รูป

      แม้การเผยแผ่คําสอนในยุคนั้นจะเป็นไปได้อย่างเชื่องช้ากว่าปัจจุบัน เพราะการคมนาคมและการสื่อสารยังไม่เจริญก้าวหน้า แต่ก็มีผู้ปฏิบัติธรรมเข้าถึงพระธรรมกายเข้าถึงกายต่าง ๆ และเข้าถึงดวงปฐมมรรคเป็นจํานวนมากและบุคคลเหล่านี้ได้มาลงชื่อในสมุดที่หลวงปู่ให้จัดไว้ที่วัดปากน้ำ เพื่อเป็นหลักฐานและสักขีพยานในการเข้าถึงธรรม

 

 


จากหนังสือ ยิ่งรู้จัก ยิ่งเคารพรักท่าน

หนังสือธรรมะแจกฟรี .pdf ยิ่งรู้จัก ยิ่งเคารพรักท่าน (ฉบับพิเศษ)

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร