เรื่อง เพื่อนกันวันอันตราย ตอน ความจริงปรากฏ

วันที่ 26 มิย. พ.ศ.2562

นิทานก่อนนอน
เรื่อง เพื่อนกันวันอันตราย
ตอน ความจริงปรากฏ
พระดาบสเมื่อพวกเขาขอร้องจึงรับว่า ได้ ถ้าอย่างนั้น เราจักทำสัจกิริยา แล้ววางมือลงที่ศีรษะยัญญทัตตกุมาร จึงได้กล่าวสัจจาธิษฐานว่า   เราเป็นผู้มีความต้องการบุญ ได้มีจิตเลื่อมใสประพฤติพรหมจรรย์อยู่เพียง ๗ วัน  เท่านั้น ต่อจากนั้นมา แม้เราจะไม่มีความยินดีใน บรรพชา ก็ทนประพฤติพรหมจรรย์ของเราอยู่ได้ถึง ๕๐ กว่าปี ด้วยความสัตย์อันนี้ ขอความ สวัสดีจงมีแก่ยัญญทัตตกุมาร พิษจงคลายออก    ยัญญทัตตกุมารจงรอดชีวิตเถิด.
พร้อมกับสัจกิริยา พิษในกายตอนบนของยัญญทัตตกุมารก็ตกเข้าแผ่นดินหมด กุมารลืมนัยน์ตาขึ้นดูมารดาบิดาเรียกว่า แม่ แล้วพลิกนอน.
กัณหทีปายนดาบสจึงกล่าวกะบิดาของกุมารนั้นว่า กำลังของเรา เราทำได้เท่านี้ ท่านจงทำกำลังของตนบ้างเถิด 
เขากล่าวว่า เราจักทำสัจกิริยาบ้าง แล้ววางมือลงที่หน้าอกบุตร กล่าวว่า  เพราะเหตุที่เราเห็นแขกในเวลาที่มาถึงบ้านเพื่อจะพักอยู่ บางครั้งไม่พอใจจะให้พักเลย แม้สมณพราหมณ์ผู้เป็นพหูสูต ก็ไม่ทราบความไม่พอใจของเรา แม้เราไม่ประสงค์จะให้ทาน เพราะไม่เชื่อผลของทาน แต่ก็จำต้องให้ ด้วยความสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงมีแก่ยัญญทัตตกุมาร พิษจงคลายออก ยัญญทัตตกุมารจงรอดชีวิตเถิด.
เมื่อบิดาทำสัจกิริยาอย่างนี้แล้ว พิษในกายตอนเหนือสะเอวก็ตกเข้าแผ่นดิน กุมารลุกขึ้นนั่งได้แต่ยังยืนไม่ได้ ลำดับนั้น บิดาได้กล่าวกะมารดาของกุมารนั้นว่า ที่รัก เราได้ทำกำลังของเราแล้ว ที่นี้เธอจงทำสัจกิริยาให้บุตรลุกขึ้นเดินได้ 
มารดากล่าวว่า ข้าแต่นาย ความสัตย์ของฉันก็มีอยู่อย่างหนึ่ง แต่ไม่อาจกล่าวต่อหน้าท่าน
บิดากล่าวว่า กล่าวไปเถอะที่รัก จงทำบุตรของเราให้หายโรค 
นางรับคำว่า ดีล่ะ เมื่อกระทำสัจกิริยา จึงได้กล่าวว่า   ลูกรัก อสรพิษที่ออกจากโพรงกัดเจ้านั้นมีเดชมาก ไม่เป็นที่รักของแม่ในวันนี้เลย  แม้บิดาของเจ้าก็ไม่เป็นที่รักของแม่เช่นกัน อสรพิษนั้นกับบิดาของเจ้าไม่ต่างกันเลย   ด้วยความสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงมีแก่ ยัญญทัตตกุมาร พิษจงคลายออก ยัญญทัตตกุมารจงรอดชีวิตเถิด.
พร้อมกับสัจกิริยา พิษทั้งหมดก็ตกลงเข้าแผ่นดิน ยัญญทัตตเมื่อร่างกายหมดพิษแล้วก็ลุกขึ้นเริ่มจะเล่นต่อไป 
เมื่อบุตรลุกขึ้นได้แล้วอย่างนี้ นายมัณฑัพยะจึงถามถึงอัธยาศัยของทีปายนดาบส ว่า
ดูก่อนท่านทีปายนะ ก็นักพรตทั้งหลายเป็นผู้สงบระงับ ฝึกฝนตนแล้ว ย่อมเว้นรอบ นอกจากท่านกัณหะแล้ว  ที่จะเป็นผู้ทนฝืนใจประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีเลย ท่านเกลียดชังอะไรหรือ จึงสู้ฝืนใจประพฤติพรหมจรรย์อยู่ได้  ทำไมจึงไม่สึกมาครองเรือนเสียเล่า
พระดาบสตอบว่า    
บุคคลออกบวชด้วยศรัทธาแล้ว กลับเข้า บ้านอีก เป็นคนเหลวไหล เป็นคนกลับกลอกเราเกลียดต่อถ้อยคำเช่นนี้ จึงสู้ฝืนใจประพฤติ พรหมจรรย์อยู่นี้เป็นฐานะที่วิญญูชนสรรเสริญและเป็นฐานะของสัตบุรุษทั้งหลาย เราเป็นผู้ กระทำบุญด้วยประการฉะนี้.     
พระดาบสครั้นบอกอัธยาศัยของตนอย่างนี้แล้ว จึงย้อนถามนายมัณฑัพยะ ว่า  ท่านเลี้ยงดูสมณพราหมณ์ และคนเดินทาง ให้อิ่มหนำสำราญด้วยข้าวน้ำและภิกษาหาร    เรือนของท่านนี้บริบูรณ์ด้วยข้าวและน้ำ    เป็นเหมือนบ่อน้ำ ก็ท่านเกลียดต่อถ้อยคำอะไรแม้ไม่ประสงค์ ก็ให้ทานนี้ได้.
ลำดับนั้น นายมัณฑัพยะเมื่อจะบอกอัธยาศัยของตน จึงกล่าวว่า บิดา มารดาและ ปู่ ย่า ตา ยาย ของเรา เป็นคนมีศรัทธาเป็นทานบดี รู้หลักนักปราชญ์ เราอนุวัตรตามธรรมเนียมของตระกูลนั้น กำหนดใจไว้ว่า อย่าได้เป็นคนตัดธรรมเนียม  แห่งตระกูลภายหลัง เราเกลียดถ้อยคำเช่นนี้     แม้ไม่ประสงค์ก็ให้ทานนี้ได้.
ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว นายมัณฑัพยะจึงหันไปถามภรรยาของตนบ้างว่า
ดูก่อนนางผู้มีร่างกายงาม เรานำเจ้าผู้ยังเป็นสาวรุ่น ยังไม่มีปัญญาสามารถจะจับจ่ายได้ มาจากตระกูลญาติ แม้เจ้าก็ยังไม่เคยแสดงความไม่รักใคร่เรา เจ้าเกลียดชังไม่มีความรักใคร่ก็ยังปฏิบัติเราด้วยดี  นางผู้เจริญ ก็การที่เจ้าอยู่ร่วมกับเราได้นานถึงเพียงนี้ เพราะเหตุอะไร ?
ทีนั้น ภรรยาจึงบอกสามี ว่า
แต่ไหนแต่ไร นานมาแล้ว อันภรรยา ที่มีสามีบ่อย ๆ มิได้มีในตระกูลนี้ ดิฉันอนุวัตรตามธรรมเนียมของตระกูลนั้น กำหนดใจไว้ว่า ขออย่าให้เราเป็นคนตัดธรรมเนียมของตระกูลในภายหลังเลย ดิฉันเกลียดต่อถ้อยคำเช่นนี้  แม้จะไม่มีความพอใจก็ปฏิบัติต่อท่านด้วยดี
ครั้นนางกล่าวอย่างนี้แล้ว คิดว่า ความลับที่ไม่ควรจะกล่าวต่อหน้าสามี เราได้กล่าวแล้วเขาคงโกรธเรา เราจะขอโทษเขา ต่อหน้าพระดาบสประจำตระกูลของเรา คิดดังนี้แล้ว จึงกล่าวกับสามีว่า
ข้าแต่ท่านมัณฑัพยะ วันนี้ดิฉันพูดถ้อยคำที่ไม่ควรจะพูด ขอท่านจงอดโทษถ้อยคำนั้นให้แก่ดิฉัน เพราะเห็นแก่ลูกเถิด สิ่งอื่นอะไร ๆ ในโลกนี้ที่จะรักเท่าบุตรมิได้มี ยัญญทัตตบุตรของเรานี้ก็ได้รอดชีวิตแล้ว 
ทีนั้น นายมัณฑัพยะได้กล่าวกะภรรยาว่า ลุกขึ้นเถิด ที่รัก เราอดโทษให้เจ้า ตั้งแต่นี้ไปเจ้าอย่าได้มีจิตกระด้าง แม้เราก็จะไม่เกลียดเจ้า 
ฝ่ายพระดาบสกล่าวกะนายมัณฑัพยะว่า อาวุโส การที่ท่านหาทรัพย์ได้มาโดยลำบาก แล้วบริจาคทานโดยไม่เชื่อกรรมและผลแห่ง กรรมนั้นเป็นการไม่สมควร แต่นี้ไปท่านจงเชื่อกรรมและผลแห่งกรรมให้ทานเถิด 
นายมัณฑัพยะรับคำว่า ดีแล้ว แล้วกล่าวกะพระดาบสโพธิสัตว์ว่า ท่านผู้เจริญ ท่านดำรงอยู่ในความเป็นทักขิไณยบุคคลของข้าพเจ้าไม่มีความยินดี ประพฤติพรหมจรรย์เป็นการไม่สมควร ตั้งแต่นี้ไปขอท่านจงทำจิตให้เลื่อมใส มีจิตบริสุทธิ์ ยินดีในฌาน ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อที่ข้าพเจ้าทำสักการะแก่ท่านในบัดนี้แล้ว จะได้รับผลมากเถิด 
แล้วสองสามีภรรยาก็นมัสการพระดาบส  แล้วลุกจากอาสนะไป ตั้งแต่นั้นมาภรรยาก็มีความเสน่หาในสามีเป็นอย่างดี นายมัณฑัพยะก็มีจิตเลื่อมใสถวายทานด้วยศรัทธา พระดาบสก็บรรเทาความเบื่อหน่ายเสียได้ ทำฌานและอภิญญาให้เกิดแล้ว เป็นผู้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.

จบเรื่อง เพื่อนกันวันอันตราย
ประเด็นน่าสนใจ
    ๑ พระดาบส อดทนประพฤติพรหมจรรย์ทั้งที่ไม่ยินดี นายมัณฑัพยะให้ทานทั้งที่ไม่ปรารถนาจะให้ ภรรยาของนายมัณฑัพยะเกลียดชังสามี แต่ยังปฏิบัติต่อสามีด้วยดี   ทั้งสามคนล้วนทำในสิ่งที่ควรทำ ถึงไม่ยินดีก็ฝืนอดทนทำอยู่ นั่นเพราะเห็นประโยชน์ในสิ่งที่ทำ จึงควรได้รับคำสรรเสริญจากบัณฑิตทั้งหลาย แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงสรรเสริญพระภิกษุที่อดทนประพฤติพรหมจรรย์ ว่า 
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุหรือภิกษุณีบางรูป แม้มีทุกข์ โทมนัสมีหน้านองด้วยน้ำตา ร้องไห้อยู่ ย่อมประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์เธอย่อมถึงฐานะอันน่าสรรเสริญที่ชอบแก่เหตุ ๕ ประการในปัจจุบัน ๕ ประการเป็นไฉน คือ เธอมีศรัทธาในกุศลธรรม ๑ มีหิริในกุศลธรรม ๑ มีโอตตัปปะในกุศลธรรม ๑ มีความเพียรในกุศลธรรม ๑ มีปัญญาในกุศลธรรม ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุหรือภิกษุณีบางรูป แม้มีทุกข์โทมนัส มีหน้านองด้วยน้ำตา ร้องไห้อยู่ ย่อมประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ เธอย่อมถึงฐานะอันน่าสรรเสริญที่ชอบแก่เหตุ ๕ ประการนี้แล ในปัจจุบัน.
ฉะนั้น ผู้มีปัญญาพึงทำในสิ่งที่ควรทำ มากกว่าสิ่งที่อยากทำ
     
  ๒ ทัศนคติ มุมมอง เป็นเรื่องที่สำคัญ เพียงปรับให้ถูกทางผลที่เกิดขึ้นก็แตกต่างอย่างมากมาย นั่นคือ พระดาบสไม่ยินดีในการประพฤติพรหมจรรย์อยู่ถึง ๕๐ กว่าปี กลับไม่ได้ผลแห่งการปฏิบัติเลย แต่เมื่อปรับใจให้ยินดีในพรหมจรรย์ ก็สามารถทำฌานและอภิญญาให้เกิดขึ้นได้ นายมัณฑัพยะอดทนให้ทานเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ยินดี แต่เมื่อปรับใจให้ยินดี ให้ทานด้วยศรัทธา ผลบุญก็เกิดเป็นอันมาก ส่วนภรรยาของนายมัณฑัพยะเมื่อปรับใจให้รักใคร่ในสามี ก็เป็นผู้ที่มีความสุขในการครองเรือน
    ฉะนั้น เมื่อไม่อาจทำในสิ่งที่ชอบได้ ก็ควรปรับใจให้ชอบในสิ่งที่ทำ

Cr.ขุนพลไร้เงา
พบกันใหม่โอกาสหน้า
ราตรีสวัสดิ์พระรัตนตรัย