เรื่อง ชฎิลเศรษฐี (ผู้มีภูเขาทองผุดขึ้นหลังบ้าน) ตอน2 (ตอนจบ)

วันที่ 21 กค. พ.ศ.2562

เรื่อง ชฎิลเศรษฐี (ผู้มีภูเขาทองผุดขึ้นหลังบ้าน) ตอน2 (ตอนจบ)

ชฎิลเศรษฐีดำรงอยู่อย่างมีความสุข คราใดเขาปรารถนาทองคำ ก็จะใช้จอบเพชรมีด้ามเป็นทอง ขุดเอาทองจากหลังเรือนของตน ซึ่งมีเพียงชฎิลเศรษฐีเท่านั้น ที่สามารถใช้จอบนี้ขุดทองคำได้ บุคคลอื่น แม้จะมีกำลังมหาศาลเพียงใด เมื่อขุดแล้วย่อมปรากฏราวกับ ขุดลงไปที่หินดาดฉะนั้น

ชฎิลเศรษฐีดำรงอยู่ในเพศคฤหัสถ์เรื่อยมาจนอายุมากขึ้น วันหนึ่ง เขาเกิดความเบื่อหน่ายในการครองเรือน มองเห็นว่า คฤหัสถ์เป็นทางคับแคบ วุ่นวาย ไม่อาจกระทำความบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้นได้ ทรัพย์สมบัติแม้จะมากมายเพียงใด ก็มิอาจทำให้พ้นจากความทุกข์ได้

เขามองเห็นว่า สมณเพศคือหนทางเดียวเท่านั้น ที่จะยังความสุขอันบริสุทธิ์ให้บังเกิดขึ้น ดังนี้แล้วมีความปรารถนาอย่างยิ่ง ที่จะออกบวช  จึงเฝ้าคิดหาหนทางที่ตนจะได้ออกบวชเรื่อยมา

วันหนึ่ง เขาคิดว่า “ทั่วทั้งชมพูทวีปนี้ ตระกูลที่มีโภคทรัพย์สมบัติอันมหาศาล เฉกเช่นตระกูลของเรานั้น มีอยู่บ้างรึไม่ หากไม่มีแล้วไซร้ บุตรทั้งหลาย คงไม่ยินยอมให้เราบวชเป็นแน่ แต่ถ้าตระกูลเช่นนี้มีอยู่ เราก็คงได้บวช”

ชฎิลเศรษฐีได้ให้คนเดินทางไปทั่วชมพูทวีป เพื่อเสาะแสวงหาตระกูลที่เสมอกันกับตระกูลของตน ก็รู้ว่ายังมีมหาเศรษฐีที่มีสมบัติอัศจรรย์บังเกิดขึ้น คือท่านเมณฑกเศรษฐี แห่งภัททิยนคร แคว้นอังคะ และท่านโชติกะเศรษฐี แห่งกรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ           

ชฎิลเศรษฐีบังเกิดความยินดีอย่างยิ่ง คิดว่า “โอหนอเราจะได้บวชแล้ว” จึงเข้าไปเฝ้าพระราชา แล้วทูลขอพระราชานุญาติออกบวช  เมื่อได้รับพระราชานุญาติแล้ว

เศรษฐีก็รีบกลับสู่เรือน แล้วเรียกบุตรชายทั้งสามคนมา เพื่อจะมอบทรัพย์สมบัติให้ชฎิลเศรษฐี จึงทดสอบบุตรชายทั้งสามว่า บุตรคนใดมีบุญพอที่จะครอบครองภูเขาทองคำได้  จึงมอบจอบทองด้ามเพชรให้บุตรทั้งสามไปขุดทองคำ

ปรากฏว่า บุตรคนโตและคนรอง แม้จะใช้กำลังกายเพียงใด ก็ไม่สามารถขุดเอาทองขึ้นมาได้

ครั้นเมื่อบุตรชายคนเล็กขุดลงไปเท่านั้น ทองคำก็ปรากฏราวกับดินเหนียว หลุดออกมาอย่างง่ายดาย  ..

เศรษฐีจึงมอบภูเขาทองคำให้กับบุตรชายคนเล็ก แล้วกล่าวกับบุตรชายคนโตและคนรองว่า “ภูเขาทองลูกนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อพวกเจ้า แต่เกิดขึ้นเพื่อพ่อและน้องคนเล็ก พวกเจ้าจงใช้สอยร่วมกันกับน้องนี้เถิด”

เมื่อกล่าวให้โอวาทและพร่ำสอนบุตรทุกอย่างแล้ว ชฎิลเศรษฐีผู้ปราศจากความอาลัยในทุกสิ่ง แม้แต่ภูเขาทองคำสูง 80 ศอก  ท่านก้าวออกจากเรือนไปอย่างองอาจและภาคภูมิ แล้วออกบวชในสำนักของพระบรมศาสดา  เป็นผู้ไม่ประมาท ตั้งใจบำเพ็ญสมณะธรรม

ชั่วเวลาเพียง 2-3 วันเท่านั้น ท่านก็สามารถทำพระนิพพานให้แจ้ง ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ พร้อมคุณวิเศษทั้งหลาย

หากจะกล่าวถึงบุพกรรมของท่าน เพราะเหตุใดหนอ สมบัติถึงปานนี้จึงบังเกิดขึ้นกับท่าน และเพราะวิบากกรรมใด ท่านจึงถูกทิ้งในแม่น้ำตั้งแต่แรกเกิดเช่นนี้  …หากย้อนไป       เมื่อหนึ่งพุทธันดรล่วงมา ในกาลสมัยแห่งพระกัสสปะทศพล  ภายหลังจากที่พระบรมศาสดาเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว

มหาชนได้ร่วมกันสร้างพระเจดีย์ทองคำเพื่อบรรจุ  พระบรมสารีริกธาตุของพระผู้มีพระภาคเจ้า ..สุวรรณเจดีย์นี้ มีความสูง 1 โยชน์ สร้างโดยใช้หรดารมโนศิลาแทนดินเหนียว ใช้น้ำมันแทนน้ำ แล้วก่อด้วยอิฐทองคำที่มีค่านับแสน   

ในขณะที่กำลังทำการก่อสร้างอยู่นั้น ยังขาดทองคำที่จะใช้ในการก่อสร้างอยู่อีกจำนวนหนึ่ง พระอรหันต์ขีณาสพองค์หนึ่ง จึงอาสานำข่าวบุญไปแจ้งแก่ชนชาวนคร

ท่านได้ไปสู่ตระกูลช่างทอง ซึ่งขณะนั้นนายช่างทอง กำลังทะเลาะกับภรรยาอยู่ เมื่อพระเถระได้กล่าวเชิญชวนว่า “ท่านเอย ทองสำหรับทำหน้ามุขที่พระเจดีย์นั้นยังไม่พอ การที่ท่านรู้ทองนั้น ย่อมควร” 

เพราะความโกรธในภรรยา นายช่างทองก็รู้สึกหงุดหงิด   จึงตวาดไปว่า  “ท่านจงโยนพระศาสดาของท่าน ลงในน้ำ แล้วจงไปซะ”  

ฝ่ายภรรยาได้ยินดังนั้นแล้ว ก็ตกใจ รีบร้องเตือนสติสามีว่า “ท่านทำกรรมหนักเสียแล้ว ท่านโกรธต่อดิฉัน ก็ควรจะด่าหรือเฆี่ยนตีดิฉันเท่านั้น เหตุไฉนท่านจึงทำเวรในพระพุทธเจ้าทั้งหลายเล่า”

ฝ่ายนายช่างทอง ได้ยินคำกล่าวของภรรยาแล้วก็คิดได้ เขารู้สึกสำนึกผิด เกิดความร้อนใจในการกระทำของตน จึงเข้าไปหมอบลงแทบเท้าทั้งสองของพระเถระ อ้อนวอนให้ท่านอดโทษให้

พระเถระกล่าวว่า “โยม อาตมามิได้ถูกท่านว่ากล่าวอะไรๆเลย ท่านจงให้พระศาสดาอดโทษให้เองเถิด” พร้อมทั้งกล่าวแนะว่า ให้นายช่างทองทำหม้อดอกไม้ทองคำ 3 ใบ บรรจุไว้ภายในพระเจดีย์ แล้วจงไปกราบขอขมาต่อพระศาสดาเถิด กรรมหนักจะได้กลายเป็นเบา

ฝ่ายนายช่างทองเมื่อได้รับคำแนะนำ เขาบังเกิดปีติอย่างไม่มีประมาณ ได้ชักชวนบุตรชายทั้งสามคน ให้มาร่วมทำหม้อทองคำกับตน แต่ทว่า บุตรชายคนโตและคนรอง ได้บอกปฏิเสธ

มีเพียงบุตรชายคนเล็กเท่านั้นที่คิดว่า “ธรรมดากิจที่เกิดขึ้นกับบิดา ย่อมเป็นภาระของบุตรด้วย” จึงตกลงร่วมทำหม้อดอกไม้ทองคำกับบิดา

นายช่างทองและบุตรชาย สละทองคำจำนวนมาก ทำหม้อทองคำด้วยฝีมือที่ละเอียดประณีต งดงามยิ่งนัก แล้วนำหม้อทองคำทั้งสามใบ บรรจุไว้ภายในพระเจดีย์ แล้วไปกราบขอขมาพระบรมศาสดา น้อมระลึกถึงพระคุณอันไม่มีประมาณของพระพุทธองค์ ณ. เบื้องหน้ามหาสุวรรณเจดีย์นั้น  

ด้วยวิบากกรรมแห่งการกล่าวคำดูหมิ่นพระศาสดา ผู้ทรงพระคุณอันยิ่งใหญ่ เป็นเหตุให้ ตลอดหนึ่งพุทธดันดร  เขาถูกทิ้งลงแม่น้ำมาแล้วถึง 7 อัตภาพ 

ส่วนผลแห่งการบูชาพระกัสสปะสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยหม้อดอกไม้ทองคำที่วิจิตรงดงาม กระทำด้วยจิตอันเลื่อมใสศรัทธาในคุณแห่งพระบรมศาสดา

ด้วยอานุภาพแห่งบุญนี้ ในปัจจุบันชาติ ภูเขาทองคำสูง 80 ศอก จึงผุดเกิดขึ้นเพื่อเขาและบุตรชายคนเล็ก มีเพียงเขาและบุตรคนนี้เท่านั้น ที่สามารถนำทองคำมาจากภูเขาทองนี้ได้ นับเป็นเรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ ที่บังเกิดขึ้นจริงในครั้งพุทธกาล ที่ชนทั้งปวงต่างก็เล่าขานสืบต่อกันมา กระทั่งปัจจุบัน