เรื่องผู้ที่สาดน้ำใส่พระอานนท์

วันที่ 23 กค. พ.ศ.2562

 

เรื่อง ผู้ที่สาดน้ำใส่พระอานนท์  

          ครั้งหนึ่งสมเด็จพระศาสดาทรงดำเนินไปบนเส้นทางแห่งหนึ่ง พร้อมด้วยพระมหากัสสปะและพระอานนท์ พระผู้มีพระภาคทรงชี้ให้ดูที่เงาแห่งตน 
ทรงตรัสว่า เงาย่อมเสมือนเจ้าของรูปนั้น
พระมหากัสสปะ และพระอานนท์ต่างมองหน้าซึ่งกันและกัน

จากนั้นพระบรมศาสดา จึงเสด็จมาใกล้ชายป่า 
ขณะนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังตักน้ำจากบ่อน้ำ  
พระพุทธองค์ใช้ให้พระอานนท์นำบาตรไปขอน้ำจากหญิงสาวคนนั้น พระอานนท์จึงนำบาตรไปขอน้ำตามกระแสรับสั่ง

เมื่อไปถึงบ่อน้ำที่หญิงสาวกำลังก้มๆเงยๆตักน้ำอยู่ 
พระอานนท์จึงกล่าวด้วยวาจาสุภาพว่า 
แม่นาง อาตมาคือ พระอานนท์ เราขอน้ำเพื่อดับกระหาย
ขอแม่นางโปรดเมตตาสมณะด้วยเถิด

พอนางแค่เงยหน้าขึ้นมาเห็นพระอานนท์ 
ก็ตวาดด้วยเสียงดังว่า ไม่ให้ !!!... ไม่ให้ก็ไม่ให้ซิ!!!
ฟังไม่รู้เรื่องเหรอ แค่เห็นหน้าเจ้าข้าก็โมโหแล้ว 

พระอานนท์จึงกล่าวขอน้ำอีกครั้ง 
ทีนี้ นางจึงคว้ากระบวยตักน้ำ ตักน้ำขึ้นมาจากถัง  
ทำทีเหมือนจะถวาย แต่สุดท้ายกลับสาดไปที่พระอานนท์ 
พระอานนท์จึงเดินกลับไปหาพระพุทธองค์ ด้วยผ้าจีวรที่เปียกชุ่ม

จากนั้นพระพุทธองค์ ก็ใช้พระมหากัสสปะไปขอน้ำจากหญิงสาวเช่นกัน พระมหากัสสปะกลับยิ้มแย้ม ฝ่ายพระอานนท์คิดว่า ขนาดท่านยังโดนสาดน้ำมาเปียกโชก แล้วพระมหากัสสปะจะเป็นอย่างไร ไม่อยากจะคิด

เมื่อพระมหากัสสปะไปถึง นางกลับเรียนเชิญพระมหากัสสปะ ด้วยความนอบน้อมอย่างยิ่ง แถมกล่าวว่า เพียงพอหรือไม่สำหรับน้ำเพียงบาตรหนึ่ง 
ดิฉันขอถวายให้มากกว่า จะหมดถังเลยก็ยินดี 
พระมหากัสสปะจึงได้นำน้ำไปถวายต่อพระศาสดา
หญิงสาวก็หาบน้ำที่เหลือจากไป

พระพุทธองค์ทรงแถลงถึง อดีตในสมัยที่พระอานนท์
และพระมหากัสสปะ เคยเกิดเป็นภิกษุ ในดินแดนกันดาร 
วันหนึ่ง เมื่อในอดีตชาติ มีหนูตนหนึ่งได้ถูกแมวไล่กวดมาบนถนน 

หนูนั้นคาบเศษอาหารมา เพื่อประทังความหิว 
ระหว่างที่วิ่งอยู่บนถนนนั้น เผอิญมีชายลากรถ 
ลากมาประจวบเหมาะกับที่หนูวิ่งผ่านพอดี 
หนูจึงถูก ล้อเกวียนทับตายไปในขณะจิต ที่กำลังกระหายอยากกิน 

วิญญาณของหนูจึงทุรนทุรายเพราะความหิว ไม่สามารถกลับเข้าร่างได้ ขณะนั้นอดีตชาติพระอานนท์ได้เดินผ่านมาพอดี เมื่อเห็นซากหนู จึงพิจารณาว่า น่ารังเกียจเหลือเกิน ตายแล้วยังส่งกลิ่นเน่าเหม็น แล้วท่านก็เดินผ่านไป 

วิญญาณหนูที่ได้เฝ้ามองอยู่ จึงรู้สึกโกรธเคืองอดีตพระอานนท์เป็นอย่างมาก ครู่เดียวกัน พระมหากัสสะปะ ก็เดินทางมาถึงตรงบริเวณที่หนูโดนรถทับเช่นกัน

แต่พระมหากัสสปะ กลับมิได้ทำเหมือนที่พระอานนท์ทำ 
พระมหากัสสปะ มองไปทางด้านข้างซ้ายขวา เห็นเศษผ้าอยู่กองหนึ่ง จึงนำเอามาห่อร่างของหนูที่ถูกรถทับ ท่านกล่าวว่า หนูน้อยไม่น่ามาตายตรงนี้เลยคงทรมานน่าดู 
เราจะนำร่างของเจ้าไปฝังในที่เหมาะสม 

แล้วพระมหากัสสปะจึงพิจารณาแผ่บุญกุศล ไปให้วิญญาณหนูนั้น วิญญาณหนูจึงคลายจากความหิว แล้วไปอุบัติในภพอื่นทันที

พระผู้มีพระภาค จึงตรัสกับพระอานนท์ว่า 
ดูก่อนอานนท์ หญิงสาวในปัจจุบัน คือ หนูตัวนั้นเมื่อในอดีต
กุศลที่เกิดผลทั้งมวล มีเหตุจากการกระทำทั้งสิ้น  
สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนเกิดจากเหตุปัจจัย ซึ่งมีต่อกันและกัน
พระอานนท์ ได้แต่ ขอขมากรรมในสิ่งที่เคยล่วงเกินไว้ในอดีต
#เพราะอดีตเรากลับไปแก้ไขไม่ได้ ปัจจุบันจึงเป็นผล#