หลวงพ่อกับภารกิจ การเดินทางไปต่างประเทศ (ตอนที่ ๑)

วันที่ 27 มีค. พ.ศ.2547

 

.....ท่านผู้เขียนผู้ได้มีโอกาสสนองงาน พระเดชพระคุณพระธรรมคุณาภรณ์ เกี่ยวกับภารกิจการเดินทางไปต่างประเทศประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๙ ซึ่งเป็นช่วงที่พระเดชพระคุณได้รับมอบหมายจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ให้ไปเผยแผ่หรือดูการพระพุทธศาสนาที่ประเทศออสเตรเลีย จนกระทั่งต่อมาท่านได้เริ่มก่อตั้งวัดไทยในออสเตรเลีย ๒ วัด คือวัดไทยนครเมลเบอร์น ได้เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ.๒๕๒๘ และวัดไทยพุทธาราม นครบริสเบน รัฐควีนแลนด์ ได้เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ.๒๕๓๐

.....มีบางท่านสงสัยว่าเหตุใด จึงไปคิดตั้งวัดไทยหรือประกาศพุทธศาสนาในต่างแดน ทำไมไม่ทำเมืองไทยให้สมบูรณ์เสียก่อน แล้วฝรั่งมังค่าสนใจพุทธศาสนามากแค่ไหนขนาดต้องไปตั้งวัดไทยในเมืองฝรั่งเชียวหรือ

.....เห็นจะต้องขอทำความเข้าใจตรงนี้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงตามความจริงว่า การตั้งวัดไทยในต่างแดน โดยเฉพาะในเมืองฝรั่งนั้น จุดหมายใหญ่ไม่ใช่เพื่อประกาศพุทธศาสนากับคนฝรั่ง แต่จุดมุ่งหมายประการแรก คือ การหาที่พึ่งทางจิตใจให้กับชาวไทย หรือคนที่ไปตั้งรกรากหรือทำมาหากินอยู่ต่างแดนได้มีที่พึ่งทางจิตใจ ได้ประกอบศาสนกิจตามความเชื่อถือของตนเมื่อถึงคราวจำเป็น

.....จำได้ว่าในปี พ.ศ.๒๕๓๑–พ.ศ.๒๕๓๒ หลวงพ่อได้นำคณะพระภิกษุจำนวน ๑๙ รูป พร้อมผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางรอบทวีปออสเตรเลีย หรือรอบประเทศออสเตรเลีย เพื่อเยี่ยมเยียนชุมชนคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลีย เมื่อคณะของพวกเราเดินทางถึงเมืองแกลแนลกรีก ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ห่างไกลจากเมืองใหญ่ ๆ ที่เป็นย่านการค้า เป็นเมืองที่อยู่เกือบถึงใจกลางทวีป เมื่อกลุ่มคนไทยได้พบกับพระภิกษุ ๑๙ รูป เกือบจะทุกคนน้ำตาไหลพูดเสียงเครือว่า เป็นเวลากว่าสิบปีแล้วที่ไม่เคยได้พบพระเลย นับว่าเป็นบุญกุศลเหลือเกินที่ได้มีโอกาสพบหลวงพ่อ หลวงพี่เช่นนี้ ต่างก็เตรียมอาหารถวายกันด้วยความศรัทธาและตั้งอกตั้งใจ

.....นี่คือจุดหมายประการแรกของการตั้งวัดไทยในต่างแดน ส่วนการประกาศพุทธศาสนาในต่างแดนนั้น ก็ไม่ควรมองข้ามเช่นเดียวกัน เพราะคนไทยที่ไปทำมาหากินตั้งรกรากอยู่ในต่างแดนนั้น ผู้ที่มีคู่ครองเป็นชาวต่างแดนมี หรือที่จะไม่นำคู่ครองไม่ว่าจะเป็นสามีหรือภรรยาของตนเข้าวัดร่วมทำบุญด้วย ดังนั้น เราจึงได้เห็นฝรั่งครองครัวใหญ่มาประกอบพิธีทางศาสนาพุทธวัดไทยที่เราตั้งขึ้นมาอยู่เป็นประจำ

.....เมื่อการตั้งวัดไทยในต่างแดนเรียบร้อยแล้ว ภารกิจก็ตามมาคือ การดูแลให้วัดที่จัดตั้งขึ้นให้ตั้งมั่น และเป็นปึกแผ่นเพื่อเป็นที่พึ่งทางจิตใจของคนไทยที่อยู่ไกลบ้านได้อย่างจริง ๆ ด้วยการชักชวนญาติโยมได้ร่วมกันทำบุญ เพื่อรวบรวมเงินจัดสร้างถาวรวัตถุ ทั้งคนไทยในประเทศออสเตรเลีย และคนไทยในบ้านเรา

.....อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือ เมื่อส่งพระไปอยู่ประจำวัดในฐานะพระธรรมทูต ก็ต้องตามดูแลบ้าง จะปล่อยให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวขาดที่พึ่งได้อย่างไร ดังนั้น ภารกิจที่ตามมาก็คือ หลวงพ่อท่านต้องชักชวนพระเถรานุเถระที่รู้จักคุ้นเคยและญาติโยม เพื่อไปทอดกฐินถวายให้กับพระภิกษุผู้อยู่จำพรรษาในวัดนั้น ๆ

.....จำได้ว่ามีอยู่ ๒ ปีที่ท่านไม่สามารถเดินทางไปได้ เพราะคณะสงฆ์เข้มงวด การเดินทางออกนอกประเทศในช่วงเศรษฐกิจของไทย ที่อยู่ในช่วงที่เรียกว่าฟองสบู่แตกวัดในประเทศออสเตรเลียทั้งพระภิกษุ และญาติโยมที่โน่นต่างก็ โอดครวญมาทางจดหมายว่าหลวงพ่อทอดทิ้งไม่ไปเยี่ยมดูดำดูดี ความก้าวหน้าของวัดไทยในออสเตรเลียก้าวหน้าไปช้ามาก

.....ดังนั้น ในปีต่อมาท่านจึงต้องไปกราบเรียนให้พระมหาเถระผู้ใหญ่ได้ทราบถึง ความจำเป็นในการต้องเดินทางไปประเทศออสเตรเลียให้ทราบและเข้าใจ จนต่อมาท่านก็นำคณะเดินทางไปทอดกฐินให้กับวัดไทย และเยี่ยมเยียนพระธรรมทูตที่ท่านส่งไป เป็นเวลา กว่าสิบปีแล้วภารกิจนี้ของท่านก็ยังคงดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ท่านยังสามารถเดินทางไปปฏิบัติภารกิจได้อยู่