หลวงพ่อกับภารกิจ การเดินทางไปต่างประเทศ (ตอนที่ ๒)

วันที่ 27 มีค. พ.ศ.2547

.....แต่ละเมืองที่มีชุมชนคนไทยมาก ๆ ต่างก็เรียกร้องพระเดชพระคุณให้หาพระไทยไปอยู่ในเมืองที่พวกเขาอยู่บ้าง เพื่อที่พวกเขาจะได้ที่พึ่งทางจิตใจ ทำบุญสุนทานตามที่พวกเขาต้องการในคราวจำเป็น

.....อย่างที่เมืองแคร้น คณะของพวกเราไปพัก มีญาติโยมชาวเมืองแคร้นเข้ามาสนทนาคุยด้วยเพื่อให้ตั้งวัดไทย โดยพวกเขาพร้อมจะให้การสนับสนุนด้วยการออกทุนร่วมกันในเบื้องแรกด้วยการหา เช่นสถานที่หรือบ้าน เพื่อตั้งเป็นศาสนสถานไว้ทำบุญสุนทานก่อน

.....ทางคณะรับปากว่าจะช่วยหาพระให้ แต่จนบัดนี้ แม้หลวงพ่อท่านจะพยายามมาตลอด แต่ก็ไม่สามารถทำให้ความประสงค์ของญาติโยมสัมฤทธิ์ผลได้ อุปสรรคประการแรกก็คือ การหาพระธรรมทูตเพื่อไปประจำ ณ สถานที่ดังกล่าวที่จะได้ตั้งใจที่เป็นที่พอใจทั้งฝ่ายส่งไป และเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาของญาติโยมที่อยู่ที่โน่น

.....ขณะนี้ ยังมีอีกเมืองหนึ่งคือ เมืองดาร์วิน ซึ่งเป็นเมืองเหนือที่มีคนไทยและชาวพุทธชาติอื่น ๆ เช่น ไทยใหญ่ ลาว ศรีลังกา เป็นต้น เรียกร้องให้พระเดชพระคุณส่งพระไปอยู่ ซึ่งพระเดชพระคุณก็ส่งไปเป็นคราว ๆ เพราะหาพระผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมและปรารถนาจะอยู่ได้ยาก เพราะต้องเข้าใจอีกอย่างหนึ่งว่า การเดินทางไปเป็นพระธรรมทูตปฏิบัติศาสนกิจในประเทสออสเตรเลียนั้น ไม่น่าสนุกเหมือนกับประเทศอื่น ๆ บางประเทศเลย ต้องเสียสละต้องอดทนและต้องอีกหลาย ๆ อย่าง


.....นี่คือภารกิจของพระเดช พระคุณพระธรรมคุณาภรณ์ ที่ต้องนำคณะไปทอดกฐินประเทศ ออสเตรเลียทุกปี

.....อีกประการหนึ่งคือประเทศอินเดียที่พระเดชพระคุณนำคณะไปทุกปี จนผู้ที่ไม่เข้าใจมีความเข้าใจไปในทางผิดว่าพระเดชพระคุณพาพระ พาญาติโยมเที่ยวต่างประเทศ บางทีถึงกับกล่าวหาว่า พระเดชพระคุณท่านจัดทัวร์นำพระนำญาติโยมไปอินเดีย แข่งกับบริษัททัวร์อาชีพเลยทีเดียว

.....ก็คงต้องชี้แจงให้ทราบไว้ตรงนี้ได้เข้าใจชัดหรือจะไม่ยอมเข้าใจก็ไม่ว่ากัน เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดแต่นี้คือความจริง

.....จุดประสงค์ประการแรกของพระเดชพระคุณในการนำคณะไปอินเดียคือ การไปนมัสการสังเวชนียสถานในประเทศอินเดียและนมัสการพุทธสถานต่าง ๆ ในประเทศอินเดียตามที่กล่าวไว้ในที่ต่าง ๆ ทั้งตำราโบราณ
(หลักสูตรการเรียนนักธรรมบาลี) และตำราสมัยใหม่ (หนังสืออ้างอิงของผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ )

.....ในการเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถาน ประเทศอินเดียทุกครั้ง ดูพระเดชพระคุณจะมีความสุขกับการได้นำญาติโยมสวดมนต์ไหว้พระตามสังเวชนียสถานต่าง ๆ โดยการได้สวด อิติปิ โส (บทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ) ๑๐๘ จบทุกครั้งทุกปีที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์

.....ประการที่สองคือ การได้นำญาติโยม แม่ครัว, ญาติโยมรักษาอุโบสถ และผู้ช่วยเหลืองานวัดอื่น ๆ ได้ไปนมัสการสังเวชนียสถาน ณ ดินแดนพุทธภูมิ

.....วัดไชยชุมพลฯ
(วัดใต้) นั้น เป็นวัดที่มีงานใหญ่ ๆ เกือบตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นการจัดอบรมนักธรรมก่อนสอบ การจัดบวชสมเณรภาคฤดูร้อน การจัดประชุมพระสังฆาธิการในโอกาสต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมเหล่านี้ของวัดก็ได้เรียกใช้ญาติโยมคนของวัดมาช่วยกันทำงาน โดยเฉพาะแม่ครัว บางครั้งต้องสละเวลามาทำครัวให้กับวัดเป็นเดือน ๆ จนบางครั้งต้องแบ่งออกเป็นกะว่าคณะไหน จะเข้าทำครัวถึงวัดไหน เป็นต้น

.....แต่คนเหล่านี้มาช่วยวัดด้วยจิตใจด้วยความศรัทธา ด้วยความเคารพนับถือในหลวงพ่อ ถ้าจะตอบแทนเป็นค่าจ้างคงไม่เหมาะ การตอบแทนด้วยวัตถุสิ่งของคงไม่คุ้มกับความเหนื่อยลำบาก วิธีนี้พระเดชพระคุณท่านเห็นว่าสิ่งที่เหมาะก็คือ การให้คนเหล่านี้ได้ไปนมัสการสังเวชนียสถาน ณ ดินแดนพุทธภูมิ โดยเปิดโอกาสให้สลับหรือแบ่งกันไป สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ การให้ธรรมย่อมชนะการให้ทุกอย่าง

.....นอกจากกลุ่มแม่ครัวแล้ว ยังมีผู้ช่วยเหลืองานวัดอีกหลายกลุ่ม เช่น ญาติโยมที่มารักษาศีลอุโบสถที่วัดเป็นประจำ กรรมการวัดที่ช่วยเหลืองานวัดอยู่เป็นนิจ เป็นต้น รวมทั้งพระในวัดไม่ว่าจะเป็นพระใหม่ หรือพระเก่าที่ได้สนองงานหลวงพ่อในด้านต่าง ๆ ท่านก็จะพิจารณาให้เดินทางไปด้วยทุกครั้ง รูปหนึ่งบ้าง สองหรือสามรูปบ้าง แล้วแต่สภาพและสถานการณ์