มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่นต่ออนุปสัมบันต้องปาจิตตีย์

วันที่ 25 พค. พ.ศ.2565

มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่นต่ออนุปสัมบันต้องปาจิตตีย์

มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๙

คำแปลพระบาลีที่เป็นพุทธบัญญัติ
        “อนึ่ง ภิกษุใดบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุแก่อนุปสัมบัน เป็นปาจิตตีย์เว้นไว้แต่ภิกษุได้รับสมมติ”

เนื้อความย่อในหนังสือนวโกวาท
        “ภิกษุบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่นต่ออนุปสัมบันต้องปาจิตตีย์ (เว้นไว้แต่ได้สมมติ)”

อธิบายความโดยย่อ
        คำว่า บอก คือ แจ้งให้รู้บอกให้ทราบ แก่พวกคฤหัสถ์หรือพวกบรรพชิตต่างลัทธิ
        คำว่า อาบัติชั่วหยาบ ได้แก่ อาบัติปาราชิก และอาบัติสังฆาทิเสสการบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่นเป็นการประจานความเสียหายของเพื่อนสหธรรมิกด้วยกัน เป็นการทำลายชื่อเสียงของหมู่คณะโดยภาพรวมทำให้หมู่คณะเสียหาย และทำให้ชาวบ้านเสื่อมศรัทธา เพราะส่วนใหญ่จะเชื่อในเรื่องที่ภิกษุพูด ทั้งที่ความจริงส่วนใหญ่เป็นเรื่องไม่จริง ใส่ร้าย อันภิกษุผู้บาดหมางกัน ไม่ถูกไม่ลงรอยกัน ต้องการใส่ร้ายหรือต้องการประจานฝ่ายตรงข้ามให้เสียหาย ให้เสียชื่อเสียง

เจตนารมณ์ของสิกขาบทนี้
        สิกขาบทนี้ทรงบัญญัติไว้เพื่อป้องกันมิให้ภิกษุหาเรื่องภิกษุอื่น ห้ามมิให้นำความเสียหายของกันและกันไปประจาน เพราะเป็นความเสียหายทั้งแก่ผู้นำไปบอกและแก่ส่วนรวม

อนาปัตติวาร
ในสิกขาบทนี้ท่านแสดงภิกษุผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องอาบัติไว้คือ 
        (๑) ภิกษุบอกเรื่องราว ไม่บอกอาบัติ
        (๒) ภิกษุบอกอาบัติไม่บอกเรื่องราว 
        (๓) ภิกษุได้รับสมมติ
        (๔) ภิกษุผู้วิกลจริต 
        (๕) ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติหรือภิกษุอาทิกัมมิกะ ได้แก่ พวกภิกษุฉัพพัคคีย์

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.015905515352885 Mins