โทษแห่งกาเมสุมิจฉาจาร

วันที่ 06 กพ. พ.ศ.2546

....ทุกข์และโทษจากการล่วงละเมิดศีล ล้วนมีความรุนแรงและน่ากลัว ความรู้ในเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเตือนใจให้เป็นผู้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ดังนั้นการเรียนรู้จากเรื่องราวในอดีต จากประสบการณ์ชีวิตของผู้ที่เคยผิดพลาดไป จึงเป็นสิ่งที่เราทั้งหลายไม่ควรมองข้าม ต่อไปนี้ คือเรื่องราวอันมีค่า ที่แลกมาด้วยชีวิตของผู้ที่เคยผิดพลาด ประมาทในศีล

 

....โทษแห่งกาเมสุมิจฉาจาร

 

.....โทษภัยแห่งการประพฤติผิดในกามนั้น ไม่เคยปรานีผู้ใด แม้แต่พระโพธิสัตว์ ผู้สร้างสมบุญบารมีมามากมาย ยังต้องตกนรกไปนานนับกัปกัลป์ ด้วยเหตุที่ท่านหลงใหลในความรัก จนมิอาจหักห้ามยับยั้งใจ

 

.....มาณพหนุ่มช่างทอง**

 

....ครั้งหนึ่ง พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลช่างทอง เติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มรูปงาม มีความเฉลียวฉลาด ฝึกฝนจนเป็นช่างทองฝีมือเยี่ยม มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือตั้งแต่วัยหนุ่ม เศรษฐีใหญ่ในเมือง ถึงกับว่าจ้างให้มาทำเครื่องประดับแก่ธิดาของตนเป็นพิเศษ เพื่อเข้าพิธีแต่งงานกับบุตรของเศรษฐีผู้มีตระกูลเสมอกัน

 

.....เมื่อเศรษฐีได้เห็นลักษณะอันงามชวนหลงใหลของช่างทอง ก็เกรงว่าธิดาคนสวยของตน จะไปหลงรักช่างทองผู้มีตระกูลต่ำกว่า ไม่คู่ควรกัน เศรษฐีจึงสั่งให้คนงาน กั้นฝาผนังระหว่างคนทั้งสอง เจาะช่องเพียงให้มือและเท้าลอดไปได้เท่านั้น

 

.....ธิดาเศรษฐีจึงเกิดความสงสัย จึงลอบมองออกไปตามช่องไม้ เมื่อได้เห็นรูปอันงามของช่างทองก็หลงใหลรักใคร่ ลงมือเขียนจดหมายทิ้งลงเบื้องหน้าชายหนุ่ม ความว่า "ช่างทองผู้เป็นที่รัก หากท่านมีใจรักใคร่ในตัวเรา ขอจงมาพบเราที่ต้นไม้ใหญ่หลังบ้านในคืนวันนี้เถิด"

 

.....ช่างทองอ่านจดหมายด้วยความยินดี เขารอจนเวลาค่ำลอบมานั่งรออยู่บนต้นไม้ใหญ่นั้น แต่ด้วยความตรากตรำกรำงานมาทั้งวัน จึงเกิดอาการง่วงนอน เผลอตัวเอนหลับไปกับกิ่งไม้นั่นเอง

 

.....เมื่อคนในบ้านหลับกันหมดแล้ว ธิดาเศรษฐีจึงแอบจัดอาหารแล้วออกมาพบกับช่างทอง นางเห็นเขาหลับสนิท จะปลุกให้ตื่นก็เกรงต่อความเชื่อที่ว่า ผู้ใดปลุกคนอื่นให้ตื่นขึ้นจากการนอนหลับ ผู้นั้นจะได้รับบาปตกนรกนานถึงหนึ่งกัป เมื่อนางรออยู่ครู่ใหญ่ ชายหนุ่มก็ยังหลับสนิทเช่นเดิม นางได้แต่วางขันทองไว้ตรงหน้าเขาแล้วหันหลังกลับไป

 

.....วันต่อมาธิดาเศรษฐีแอบทิ้งจดหมายนัดพบอีก พร้อมกับย้ำให้เขาอดทน อย่าหลับใหลเหมือนเมื่อวาน ช่างทองได้ไปรอที่เดิม แต่กลับเผลอหลับไปอีก ธิดาเศรษฐีก็ได้แต่วางอาหารไว้ให้ แล้วเดินกลับไป

 

.....วันที่สามเหตุการณ์ยังเป็นเช่นเดิม ธิดาเศรษฐีเสียใจที่มิได้อยู่ใกล้ชิดกับชายคนรัก คิดปลงว่ามิได้สร้างสมบุญร่วมกันมา จึงต้องแคล้วคลาดกันเช่นนี้ ฝ่ายชายหนุ่มก็แค้นเคืองตนเองที่เผลอสติหลับไปถึงสามครั้ง เขาเดินกลับด้วยความเสียดายโอกาสยิ่งนัก

 

.....เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อถึงกำหนดแต่งงานของธิดาเศรษฐี ช่างทองยังคงเฝ้าคิดถึงนางอย่างผูกพันไม่คลาย จึงคิดหาอุบายจัดทำเครื่องประดับอันงดงามประณีตไปถวายพระมหาอุปราช เครื่องประดับถูกพระทัยพระองค์มาก ถึงกับตรัสถามว่าต้องการสิ่งใด

 

.....ช่างทองกราบทูลความประสงค์ของตนให้ทรงทราบ พระมหาอุปราชกลับเห็นชอบด้วยพร้อมออกอุบายช่วยเหลือ โดยให้นายช่างทองปลอมเป็นหญิงแล้วพามาบ้านท่านเศรษฐี รับสั่งกับท่านเศรษฐีว่า พระองค์ต้องไปปราบกบฏชายแดน และขอฝากน้องสาวไว้ให้ธิดาเศรษฐีดูแล โดยห้ามให้ใครมารบกวน

 

.....ตั้งแต่วันนั้นมา ชายหนุ่มช่างทองได้เพลิดเพลินอยู่กับธิดาเศรษฐี สมความปรารถนาตลอดเวลาสามเดือน พระมหาอุปราชจึงมารับกลับไป และจากการผิดศีลในครั้งนี้ ได้ทำให้เขาต้องตกนรกเวียนวนอยู่ในอบายภูมิอย่างยาวนานตลอด ๑๔ กัป
ชายหนุ่มช่างทอง ผู้มีสมบัติอันเพียบพร้อม แต่กลับใช้ไปในทางที่ผิดศีลธรรม ก็เปรียบเสมือนผู้มีอาวุธร้าย เพื่อใช้ประหัตประหารตนเอง การที่เขาต้องตกนรก เพราะตกเป็นทาสของอารมณ์รักใคร่ นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในหนทางการสร้างบารมี

 

.....หากย้อนเวลากลับไปได้ ชายหนุ่มช่างทอง คงจะไม่แตะต้องธิดาเศรษฐีเลย แม้แต่เพียงปลายเล็บ เพราะความสุขเพียงชั่วยามที่เขาได้รับนั้น ช่างไม่คุ้มค่าเลยเมื่อเทียบกับความทุกข์ทรมานอันยาวนานในนรกภูมิ

 

.....ในโลกที่เต็มไปด้วยความรักใคร่อันเย้ายวนใจนี้ จึงมีเพียงผู้ที่รักษาศีลเท่านั้น ที่จะอยู่รอดปลอดภัย สามารถรักษาฐานะแห่งความเป็นมนุษย์ไว้ได้ โดยไม่ใช้ชีวิตผิดพลาด เพราะตกเป็นทาสของความรักใคร่

 

.....อ้างอิง : * มุนีนาถทีปนี ปี ๒๕๑๖ โดย พระศรีวิสุทธิโสภณ (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.๙) หน้า ๑๗๙