BELIEVE IT..or not?

วันที่ 13 กพ. พ.ศ.2546

 

 

.....คุณ…เชื่อหรือไม่ ? ว่าคุณไม่มีเวลา …แม้เพียงรู้จักตนเอง !!

 

.....ถ้าสมมติให้มนุษย์คนทุกคนบนโลกตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมกับเงินในธนาคาร ๘๖,๔๐๐ บาท ที่เบิกใช้ได้ทันที และเงินจำนวนนี้จะลบยอดทิ้งนับใหม่ในวันรุ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะใช้หรือไม่ใช้ก็ตาม

 

.....นั่นหมายความว่าคุณจะต้อง บริหารเงินจำนวนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถ้าคุณไม่ลงทุนเท่ากับเงินที่ได้สูญเปล่าอย่างน่าเสียดาย และเงินจำนวนนี้คือธนาคารเวลา ในหนึ่งวันของคุณนั่นเอง ๒๔ ชั่วโมงของคุณคิดเป็นมูลค่าได้ ๘๖,๔๐๐ วินาที ซึ่งทั้งนี้ไม่ว่าคนชาติใดภาษาใด มั่งมีหรือยากจนเพียงไหน ล้วนมีสิทธิเสมอภาคในการใช้เวลาเท่าเทียมกัน

 

.....หากแบ่งเวลา ๒๔ ชั่วโมงนี้ออกเป็นสามส่วน จะได้ส่วนละ ๘ ชั่วโมง ส่วนแรกในแต่ละวันหมดไปกับการนอนหลับพักผ่อน เรียกได้ว่าถ้ามนุษย์มีอายุเฉลี่ย ๗๕ ปี ไม่ขาดไม่เกิน เวลานอนใช้ไปทั้งหมด ๑ ใน ๓ ของชีวิต เท่ากับเราหลับใหลถึง ๒๕ ปี เลยทีเดียว ส่วนที่สองหมดไปกับการทำงานประจำวัน บางคนหมดเวลาไปกับการเดินทาง อยู่ในรถ ในเครื่องบิน กับงานประจำที่ต้องทำทุกวัน ถึงเหนื่อยถึงเบื่อก็ต้องทำ และส่วนที่สามหมดไปกับการดูแลบริหารร่างกาย โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ต้องการดูแลตัวเองเป็นพิเศษ บางคนวุ่นวายกับการหมักผม ขัดผิว ถ้านับรวมเสื้อผ้าอีกวันหนึ่งๆก็ใช้เวลาไปไม่น้อย

 

.....คุณคิดว่ากิจกรรมที่มนุษย์ ส่วนใหญ่วนเวียนอยู่อย่างนี้ เพียงพอแล้วหรือยังต่อการดำเนินชีวิต ให้มีความสุขที่สุด ชีวิตยังขาดอะไรไปอีกหรือเปล่า?

 

.....หากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่า คนเราส่วนใหญ่หลงลืมเวลาอย่างหนึ่งที่สำคัญต่อตัวเองไป.. นั่นคือ เวลาที่ให้กับ " จิตใจ " ของเราเอง

 

.....เราหลงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปทำความรู้จักกับคนอื่น กับสิ่งอื่น จนลืมที่จะรู้สึกบุคคลที่สำคัญที่สุด คือตัวเราเอง ความสับสนและความวุ่นวายทั้งหลายในชีวิตยากนักจะหาคำตอบให้กับตัวเองได้ เมื่อเราแก้ปัญหาให้ตัวเองไม่ได้ หรือแก้ไม่ถูกจุด ปัญหานั้นไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตนเองเท่านั้น ยังส่งผลไปยังบุคคลอื่นรอบข้างอีกด้วย

 

แล้วเราจะทำอย่างไร ที่จะรู้จักกับตัวเองให้ดีที่สุด ?

 

.....คงเคยได้ยินกันมาบ้าง ว่ามนุษย์ทุกคนที่ดำเนินชีวิตประจำวัน จะใช้พลังศักยภาพที่มีอยู่ภายในตัว แค่เพียง ๗% เท่านั้น แต่จริงๆแล้วพลังศักยภาพที่เหลือซึ่งถูกเก็บไว้อีก ๙๓% ยังไม่ถูกนำมาใช้เลย แต่ถ้าเมื่อใดมนุษย์เราสามารถนำพลังศักยภาพตรงนี้มาใช้ทั้ง ๑๐๐ %


…เมื่อนั้น คำว่า ไม่สำเร็จ จะไม่มีอยู่ในพจนานุกรมใจมนุษย์…

 

.....แต่…น่าเสียดาย มนุษย์ส่วนใหญ่มิได้ ถูกฝึกให้รู้จักนำพลังส่วนนี้มาใช้ เหมือนมีก้านไม้ขีดกับกลักไม้ขีด แต่ไม่รู้วิธีที่จะทำให้เกิดประกายไฟได้อย่างไร ทั้งที่วิธีการนั้น ง่ายแสนง่ายจริงๆ ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อนเลย ซึ่งไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถทำได้ อยู่ที่คุณพร้อมที่จะให้ของขวัญกับตัวเองแล้วหรือยัง

 

.....รถยนต์ที่วิ่งระยะทางไกลๆ ยังต้องการการพักเครื่องบ้าง จึงจะวิ่งต่อไปได้ จิตใจก็เช่นกัน ใช้คิดตรึกตรองอยู่ทุกวันยิ่งต้องการการพักผ่อน ซึ่งเป็นทางมาของกำลังใจ และพลังใจที่ไร้ขีดจำกัด เอาเรื่องหนักๆออกไปให้รู้สึกผ่อนคลายเสียบ้าง ให้ใจมีที่ว่างสำหรับพักฟื้นตนเอง

 

.....วิธีการนั้นเพียงแต่เอาใจ ที่เคยวิ่งวนไปรอบโลก ให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ด้วยการทำใจให้ หยุด ทำใจให้ นิ่ง ในกลางกาย อย่างเบาๆ สบายๆ

 

.....เหมือนเครื่องชาร์ต แบตเตอรี่บนแท่นชาร์ต ฐานที่ตั้งของใจ ณ กลางกายนี้จึงเป็นที่อยู่ ที่แท้จริงของใจ ซึ่งเป็นจุดก่อกำเนิด พลังงานได้อย่างมหาศาล พลังงานเหล่านี้จะก่อเกิดเป็น พลังปัญญา ที่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ในชีวิต ด้วยการปรับแง่คิด ทัศนคติ มองเห็นชีวิตและโลกใบนี้ตามความเป็นจริงมากขึ้น

 

…ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะให้เวลากับตัวเราเอง ด้วยการพักผ่อนใจที่ถูกวิธี

…เพราะคำว่า ความสุข แท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่อยู่ภายในตัวเรานี่เอง