น้ำเค็ม

วันที่ 24 พค. พ.ศ.2546

น้ำเค็ม



.....อากาศร้อนอบอ้าว บนโต๊ะอาหารไม่มีใครพูดคุยกันเรื่องอื่นเลย นอกจากเรื่องอากาศที่แปรปรวนขึ้นเรื่อยๆ เช้าแดดจัด บ่ายฝนตก ค่ำลมหนาว เพื่อนคนหนึ่งขึ้นหัวข้อสนทนาได้ดีมาก " เราไปเที่ยวทะเลกันเถอะ!" เพื่อนอีกคนสวนขึ้นทันควัน " อย่าไปเลย ทะเลมันเค็ม " เท่านั้นแหละ ทั้งโต๊ะหัวเราะครืนทันที " นี่ๆ ยกตัวอย่างได้น่าอัศจรรย์มาก "

.....สรุปวันนั้นไม่มีใครตัดสินใจไปเที่ยวทะเลสักคน เพราะทรัพย์มันจาง หนทางเลยปิด แต่คำพูดของเพื่อนยังขำไม่หาย ทะเลมันเค็ม อืมม! จริงสินะ

 

.....แล้วทำไมทะเลถึงเค็ม ? เคยสงสัยกันบ้างไหม

.....ถ้าถามนักวิทยาศาสตร์จะได้คำตอบว่า ....ตอนที่เปลือกโลกเย็นตัวใหม่ๆ ยังมีเปลือกโลกบางส่วนปะทุอยู่บ้าง ส่วนที่ปะทุนั้นจะพ่นก๊าซคลอรีนออกมาด้วย เมื่อก๊าซคลอรีนทำปฏิกิริยากับน้ำ จะกลายเป็นกรดไฮโดรคลอริกปนอยู่ในทะเล ต่อมาเจ้ากรดตัวนี้ไปจับขั้วกับแร่ธาตุต่างๆริมฝั่ง ทำให้แปรสภาพจากกรด มาเป็น เกลือ ละลายตัวอยู่ในทะเลนั่นเอง

 

.....หรือจะให้ลึกลงไปอีก...ก็าซคลอรีนมีสูตรทางเคมีว่า CL2 พอไปเจอกับน้ำ H2O ทำให้เกิดปฏิกิริยากัน กลายเป็นกรดโฮโดรคลอริก HCL บวกกับออกซิเยน O2 เมื่อกรดตัวนี้ไปรวมกับหินปูนตามชายฝั่ง ซึ่งมีธาตุโซเดียม Na เป็นองค์ประกอบสำคัญและมีฤทธิ์เป็นด่าง พอเจอกันเข้าโซเดียมเลยรวมตัวกับสารประกอบคลอไรด์ในกรดโฮโดรคลอริก กลายเป็นเกลือโซเดียมคลอไรด์ NaCL2 ซึ่งมีรสเค็ม ผสมกับน้ำตามสูตรที่ว่า กรดรวมกับด่างจะได้เกลือกับน้ำ ทะเลจึงเค็มด้วยประการฉะนี้

.....อืมม!...ฟังดูมีหลักการน่าเชื่อถือดีมาก

 

.....แต่ถ้าไปเปิดพระไตรปิฎก เรื่องมิลินทปัญหา พระยามิลินท์ถามพระนาคเสน ซึ่งเป็นพระอรหันต์รูปหนึ่งในสมัยหลังพุทธปรินิพพานเล็กน้อย ว่า " ทำไมน้ำทะเลจึงมีรสเค็ม "พระนาคเสนตอบว่า " เพราะมันตั้งอยู่นาน" ........จบ !!

.....โอ..ช่างเป็นคำตอบที่ลึกซึ้งกินใจอะไรเช่นนี้ อ่านตอนแรกไม่ค่อยเข้าใจ แต่คิดไปตรองมา ทำให้เกิดปัญญาว่า จริงของท่าน ไม่ว่าวิวัฒนาการ หรือหายนาการอะไรก็ตาม ทุกสรรพสิ่งบนโลกย่อมแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา มีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา อยู่เสมอ ไม่มีตัวตันแท้จริงหรือคงอยู่อย่างเดิมตลอดไป

 

.....แม้ทะเลจะเค็มเพราะตั้งอยู่นาน แต่ชีวิตคนเราตั้งอยู่ไม่นาน และไม่ใหญ่โตเกินกล่องไม้เล็กๆพอนอนดิ้นได้ บุญและบาปเท่านั้นที่ติดตามตนไป ผู้มีปัญญาจึงรีบขวนขวายสร้างความดี รักษาไว้ให้เป็นสมบัติล้ำค่าในชีวิต ดังพระพุทธพจน์ตรัสว่า

..." บัณฑิตพึงรักษาความดี เสมือนเกลือรักษาความเค็ม "...

 

อุบลเขียว

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร