วิสาขบูชา ตอนจบ

วันที่ 24 พค. พ.ศ.2546

 


.....พระธรรมราชานุวัตร วัดพระเชตุพนวิมลมังลาราม แสดง ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ วันธรรมสวนะ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ วันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๘ เวลา ๐๘.๐๐ น.


.....(ต่อจากตอนที ๒ ฉบับวันเสาร์ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๖) ….พระฐานะทางสังคม พระองค์ทรงเป็นมนุษย์ธรรมดา มีพระชนก พระชนนี พระมเหสี พระราชโอรส ทรงมีพระสติปัญญาเฉลียวฉลาดมาแต่ยังทรงพระเยาว์ มองเห็นความทุกข์แล้วทรงแสวงหาความพ้นทุกข์ และเสด็จดับขันธปรินิพพานเมื่อพระชนมายุ ๘๐ ปี ตามปกติธรรมดา หากพระองค์มิได้มีพระชนนี หรือมิได้มีพระมเหสี พระราชโอรส ก็อาจจะถูกผู้อื่นกล่าวว่า พระองค์เป็นผู้ไม่สมบูรณ์ในทางสังคม

 

.....ประการที่ ๒ พระฐานะทางเศรษฐกิจนั้น มิต้องกล่าวถึง เพราะพระองค์เป็นพระโอรสของกษัตริย์ ย่อมพรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สมบัตินานาประการ มิได้เป็นคนขัดสนแต่ประการใด

 

.....ประการที่ ๓ พระฐานะทางการเมืองนั้นย่อมทรงให้เห็นว่า พระองค์นั้นทรงเป็นนักเสียสละอย่างยิ่งใหญ่ ทรงปรารถนาความหลุดพ้นจากทุกข์ หากมิได้เสด็จออกบรรพชา ย่อมจะต้องครองสิริราชสมบัติ ทั้งมิใช่ครองสิริราชสมบัติเฉพาะกรุงกบิลพัสดุ์เท่านั้น เพราะพระองค์ได้รับพยากรณ์ว่า จักทรงเป็นพระบรมจักรพรรดิครอบครอง มหาสมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขตอีกด้วย จึงจะเห็นได้ว่าพระบรมศาสดาของเราทั้งหลายเป็นศาสดาที่ยิ่งใหญ่ และประการสำคัญก็คือพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ เป็นสัจธรรม ที่สามารถพิสูจน์ได้ทุกกาลเวลา แม้ในโลกปัจจุบันนี้

 

.....สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จอุบัติมาในโลกนี้ทรงบรรลุอมตบท แล้วยังมนุษย์แลเทวดาให้ข้ามพ้นโอฆสงสาร สมดังทวยเทพเทวาในดุสิตเทวโลกกราบทูลอาราธนาพระองค์ เมื่อครั้งเป็นสันตดุสิตเทพบุตรให้เสด็จจุติมายังมนุษยโลก ดังบทพระคาถาที่อัญเชิญไว้ข้างต้นว่า กาโลยันเต มหาวีระ อุปปัชชะ มาตุกุจฉิยัง เป็นอาทิ ความว่า ข้าแต่พระมหาวีระผู้แกล้วกล้า เวลานี้เป็นเวลาสมควรแล้ว ขออัญเชิญพระองค์ เสด็จลงจุติสู่พระครรภ์ของพระมารดา ขอพระองค์ตรัสรู้อมตบท ยังมนุษยโลกและเทวโลกให้ข้ามพ้นวัฎสงสาร ดังนี้

 

.....วันนี้ เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ซึ่งต่างพากันทำการสักการบูชา รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเรียกว่า วันวิสาขบูชา

 

.....การบูชามี ๒ อย่าง คือ อามิสบูชา ได้แก่การบูชาด้วยสิ่งของ เช่น ดอกไม้ ของหอม ธูปเทียน การตกแต่งประดับธงประดับไฟตามอาคารบ้านเรือน ทำบุญตักบาตร บริจาคทานต่าง ๆ หรือบริจาคโลหิต ก็เป็นอามิสบูชา ในการประดับประดาตกแต่งธงนั้น ผู้ที่จะประดับประดาตกแต่ง พึงตั้งใจถวายเป็นสักการบูชา จะทำให้จิตใจของผู้ที่ได้ประพฤติปฏิบัติกระทำนั้นเพิ่มพูนกุศลผลบุญให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ส่วนปฏิบัติบูชา คือ การประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอน เช่น การรักษาศีล ฟังเทศน์ เจริญกรรมฐาน ผู้ที่มีโอกาสควรไปเวียนเทียนตามวัด หรือปูชนียสถานแห่งใดแห่งหนึ่ง การที่ได้มีโอกาสไปเวียนเทียนยังวัดแห่งใดแห่งหนึ่งนั้น เป็นการประกาศตนเองว่าเป็นพุทธศาสนิกชน เป็นการยกย่องพระพุทธศาสนาที่เรานับถือว่า เป็นศาสนา เป็นสรณะแห่งตน การที่เสียสละเช่นนั้นจึงมิใช่มีผลมีอานิสงส์เฉพาะตนเท่านั้น ยังมีผลอานิสงส์เป็นเหตุให้พระพุทธศาสนามีความมั่นคงยิ่ง ๆ ขึ้นไป ผู้ที่ได้ทำการสักการบูชาในวันสำคัญเช่นนี้ ย่อมเกิดความปีติยินดีมีความสุขใจ เป็นอุดมมงคลอันล้ำเลิศ

 

.....อนึ่ง เมื่อทำการสักการบูชาอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น แม้ไม่สามารถจะไปตามวัดหรือปูชนียสถานได้ อยู่ที่บ้าน อยู่ที่อาคารแห่งใดแห่งหนึ่ง ก็ควรจะทำการบูชาโดยตั้งใจนำดอกไม้ ธูปเทียน หรือยกมือขึ้น ๑๐ นิ้ว ตั้งใจแสดงความเคารพนึกในใจว่าวันนี้เป็นวัดสำคัญคือวันวิสาขบูชา ขอน้อมรำลึกนึกถึงพระมหากรุณาคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จิตที่ติดอยู่เพียงเท่านี้ จิตนั้นก็เป็นจิตที่เป็นกุศลใหญ่ หากจะมีโอกาสสมาทานศีล รักษาศีล ๕ ศีล ๘ หรือสวดมนต์ไหว้พระ เจริญกรรมฐานนั่งภาวนาอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ที่บ้าน ก็ชื่อว่าเป็นการบูชาด้วยเช่นเดียวกัน

 

.....อนึ่ง เมื่อต้องการสักการบูชา หรือบำเพ็ญกุศลอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว พึงตั้งใจแผ่ส่วนบุญนั้นไปให้แก่บิดามารดา บรรพบุรุษ ครูอาจารย์ พี่น้อง ญาติมิตร สรรพสัตว์ทุกถ้วนหน้า เทพยดาอารักษ์ทุกหมู่เหล่า ตลอดทั้งเจ้ากรรมนายเวร เพื่อให้ได้รับส่วนบุญส่วนกุศลที่เราทำการสักการบูชาในวันนี้ แล้วพึงตั้งจิตอธิษฐานให้เกิดความสุขความสวัสดีตามที่เราปรารถนา.

เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้.