ทำบุญอธิษฐาน โลภหรือไม่

วันที่ 31 มค. พ.ศ.2551

 

คำถาม: กราบนมัสการหลวงพ่อครับ ขอเรียนถามว่า บางคนคิดว่า การทำบุญนั้นไม่ต้องอธิษฐาน เพราะถ้าอธิษฐานแล้วเชื่อว่า เป็นการโลภ หรือเป็นการหวังผลตอบแทนครับ ไม่ทราบว่า จะแก้ความเข้าใจผิดตรงนี้ได้อย่างไรครับ

 

คำตอบ: หลวงพ่อก็เคยได้ยินอย่างนี้มานานแล้วเมื่อตอนเด็กๆ เขาว่า ทำบุญแล้วอธิษฐานรู้สึกว่า เป็นความโลภชนิดหนึ่ง เพราะหวังผลตอบแทน ตอนนั้น หลวงพ่อก็เชื่อเขานะ เพราะว่าเป็นผู้ใหญ่พูดให้ฟัง

 

.....จนกระทั่ง มาเข้าวัดเต็มตัวแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมาเจอคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง (ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย) คุณยายอาจารย์ตอบปัญหาเรื่องนี้ให้กับหลวงพ่อชัดเจนว่า ในทางโลกนั้น เวลาเขาจะสร้างบ้าน ยิ่งบ้านใหญ่เท่าไหร่ล่ะก็ ต้องมีพิมพ์เขียวนะ ถ้าไม่มีพิมพ์เขียวล่ะก็ ถึงเวลาไปสร้าง ประเดี๋ยวเถอะ สร้างไปรื้อไปทุบไปกว่าจะสร้างเสร็จยุ่งเลย แต่ว่าถ้ามีพิมพ์เขียวเสร็จเรียบร้อย จะสร้างบ้านรูปร่างอย่างนั้นอย่างนี้ กว้างยาวเท่านั้นเท่านี้ มีกี่ห้องมีห้องน้ำห้องนอนเท่าไหร่ ว่าไป กำหนดไว้ชัดเจน ถึงเวลาก็สร้างตามนั้น โอกาสผิดพลาดยาก แต่ว่าโอกาสจะได้ผลดี และประหยัดเยอะ

 

.....สร้างบ้านต้องมีแผนฉันใด การทำบุญต้องมีแผนฉันนั้นเหมือนกัน ทำไม...ก็เพราะว่า เมื่อเราทำบุญแล้ว บุญนั้นย่อมเกิดแน่นอน แต่ว่า เมื่อบุญเกิดแล้ว เมื่อบุญจะส่งผล ถ้าไม่กำหนดทิศทางให้ดี อาจเป็นอันตรายกับตัวเองได้ ยกตัวอย่างเช่น เราทำทานไป ผลแห่งการทำทานนั้น จะทำให้ผู้ที่ทำทานนั้น วันใดวันหนึ่งก็จะรวยขึ้นมาได้ เมื่อรวยขึ้นมาแล้ว แต่ไม่ได้ตั้งผังไว้ให้ดี ว่ารวยแล้วจะใช้ทรัพย์ไปทำอะไร เพราะฉะนั้นบางคนถ้าพอรวยแล้วตกอยู่ในความประมาท เอาทรัพย์นั้นไปใช้ในทางที่ผิด เช่น เอาไปเล่นพนันฟุตบอล อย่างนี้เรียกว่า หาบุญได้ ใช้บุญไม่เป็น ใช้บุญไปหานรกเสียด้วย ตรงนี้ต้องระวัง

 

.....แต่ว่า เมื่อเราทำบุญทำทาน เรารู้แล้วว่า วันหนึ่งจะรวย ตั้งผังไว้เลยว่า ถ้าเรารวยเมื่อไหร่ ขอให้เรานั้นสามารถใช้ทรัพย์ในทางที่ถูกที่ควร ตั้งแต่เอาทรัพย์นั้นไปใช้สร้างฐานะให้ยิ่งขึ้นไป เอาทรัพย์นั้นไปบำรุงพระศาสนา เอาทรัพย์นั้นไปตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ เลี้ยงดูท่านให้ดี หรือเอาทรัพย์นั้นไปทำในสิ่งที่ถูกที่ควรอย่างไรต่อไปอีก

 

.....พูดง่ายๆ คือ เอาคำอธิษฐานนั้นเป็นแผนงานระยะยาว ที่จะประกอบความดีต่อไป เอาบุญที่ทำได้นั้นมาเป็นงบประมาณเมื่อมีทั้งแผน มีทั้งงบประมาณ โอกาสจะพลาดมันยากเสียแล้ว เมื่อเราทำบุญเราอธิษฐานเป็นเรื่องของการสร้าง Project (โครงการ) ไว้รอข้างหน้าแล้ว ตอนนั้น ใจกำลังเป็นบุญ Project นี้ดีแน่นอนเลย ให้อธิษฐานเข้าไป อย่ากลัว ไม่พลาดแน่นอน

 

.....แต่มีหรือไม่ที่เขาอธิษฐานกันผิดๆ จะเล่าตัวอย่างให้ฟัง กล่าวคือ มีผู้หญิงคนหนึ่ง ได้อธิษฐานผิดๆ ทำบุญทำทานกี่ครั้งๆ ก็อธิษฐานว่า “ด้วยอำนาจบุญทานนี้ ให้เกิดมาสวย สตรีใดๆในโลกสู้ไม่ได้ คิดจะเป็น Miss Universe แม้ชายใดได้เห็นให้งงงันไปหมด” เจ้ากรรม...ถึงเวลาเข้า เธอก็สวยจริง ใครๆได้เห็นเธอ เขาก็งงงันไปหมด มีอยู่วันหนึ่ง ทหารทั้งกองทัพ ทั้งกองร้อยไปซ้อมรบกลับมา ไปเจอเธอเข้า มันงงงันกันหมด เลยมันแย่งเธอกัน พระราชาจึงต้องตั้งเธอคนนั้นไว้ในตำแหน่งของกลาง คือ กลายเป็นโสเภณีประจำเมืองไป นี่ก็เป็นเรื่องของการอธิษฐานผิดๆ คือ อธิษฐานด้วยอำนาจของกิเลส พอถึงเวลามันก็ส่งผลออกมาเสียๆหายๆ อย่างนี้

 

.....แต่ว่าถ้าจะอธิษฐานให้ถูก ยกตัวอย่างของมหาอุบาสิกาวิสาขา ในชาติอดีต เมื่อทำบุญทำทานแล้ว ท่านก็อธิษฐานว่า “ด้วยอำนาจทานที่ข้าพเจ้าทำนี้ ข้าพเจ้าจะบังเกิดในภพชาติใดๆ ขอให้สมบัติเกิดขึ้นมาไหลมาเทมาอย่างคลื่นในมหาสมุทร แล้วให้เอาทรัพย์นั้นมาบำรุงพระสงฆ์องค์เจ้าทั้งแผ่นดิน ใครมาประพฤติปฏิบัติธรรมก็ให้เลี้ยงให้ได้หมด มามากเท่าใด มาเป็นร้อย เป็นล้าน ขอให้เลี้ยงได้หมด พระสงฆ์องค์เจ้าตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมมีมากเท่าไหร่ เลี้ยงให้ได้หมด” นี่ยกตัวอย่างนะ อย่างนี้ตั้ง Project ตั้ง program ดีเหลือเกิน ท่านทำของท่านมาในทำนองนี้ เพราะฉะนั้นในยุคสมัยของพระพุทธเจ้าของเรา ท่านจึงได้มาบังเกิดเป็นมหาอุบาสิกา ที่บำรุงพระภิกษุ บำรุงผู้มีศีลมีธรรม อย่างดีเยี่ยม

 

.....การอธิษฐานมีความสำคัญอย่างนี้ เพราะฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “การอธิษฐานนั้น เป็นหนึ่งในบารมีทั้ง 10 ของพระองค์”เพราะช่วยให้พระองค์ท่านสามารถบำเพ็ญบารมี หรือสร้างความดีอย่างรัดกุม ไม่มีผิดไม่มีพลาด

 

.....คุณโยม...นับแต่นี้ไป อธิษฐานทุกครั้งนะ แต่อย่าไปอธิษฐานผิดๆนะ ประเภท ขอให้หล่อๆ รวยๆ แล้วมีแม่บ้านเยอะๆ...ไม่เอานะ แต่ถ้าขอหล่อๆ ขอแข็งแรง หากได้ลักษณะมหาบุรุษ คือแบบพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่งดี ไม่ว่าสตรี ไม่ว่าชายใดได้เห็น ให้ออกบวชตามข้าพเจ้าให้หมดเลย อย่างนี้...ดีจริงๆ