ปฏิบัติตนอย่างไรถึงจะได้บุญเต็ม ๆ ในช่วงเข้าพรรษา

วันที่ 21 สค. พ.ศ.2551

 

คำถาม.....ชาวพุทธควรปฏิบัติตนอย่างไรในช่วงเข้าพรรษานี้   จึงจะได้บุญเต็มที่ครับ

คำตอบ.....ช่วงเข้าพรรษา พระภิกษุทั้งพระเก่าพระใหม่ท่านก็อยู่กันพร้อมหน้า เช่นนี้ก็จะเป็นโชคดีของญาติโยม โชคดีอย่างไร เมื่อเนื้อนาบุญอยู่พร้อมหน้า ญาติโยมตั้งแต่ปู่ย่าตาทวดมา ท่านจะไม่ปล่อยให้พระท่านเข้าพรรษาเพียงลำพังหรอก เพราะญาติโยมก็พลอยเข้าพรรษาไปด้วยเหมือนกัน แต่ว่าเข้าพรรษาของญาติโยม  เป็นการเข้าพรรษาด้วยการอธิษฐานจิต  

 

หลักธรรมในพระพุทธศาสนา  มีแม่บทไว้ชัดอยู่  ๓ ข้อ

๑.  ละชั่ว     

๒. ทำดี   

๓. กลั่นใจให้ใส

 

.....เมื่อพระท่านอยู่จำพรรษา  ท่านก็มีหน้าที่ของท่านว่า  “ละชั่ว”  คำว่าละชั่วของพระ   ไม่ใช่หมายถึง  ชั่วแบบทำหยาบๆ คายๆ  อย่างที่มนุษย์เป็นกัน แต่ว่าละชั่วของท่านในที่นี้   หมายถึง  “กิเลส” ซึ่งโดยทางโลกแล้วมองไม่ออกหรอกว่าเป็นความชั่ว ความไม่ดี  เช่น มีจิตฟุ้งซ่าน ความจริงก็อยู่ในใจท่าน คนอื่นมองไม่เห็นหรอก ถึงขนาดนั้นท่านก็พยายามจะละความฟุ้งซ่านของท่านให้ได้  ด้วยการเจริญภาวนาให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เป็นต้น  ท่านก็ละกิเลส  หรือละชั่วที่ละเอียดๆ  ยิ่งๆ ขึ้นไป ให้สมภูมิธรรมแห่งความเป็นพระของท่าน ความดีท่านก็ทำให้ยิ่งๆ ขึ้น เช่น อยู่วัดพระท่านก็เทศน์ ก็สั่งสอน ก็อบรม ให้กับพระใหม่กันไป ส่วนพระใหม่ก็ตั้งใจศึกษาให้เป็นความรู้ เพิ่มพูนความดีให้กับตัวของท่านไป แล้วก็ทำใจให้ใสพร้อมๆ กันด้วยการสวดมนต์ภาวนา เช้ามืดท่านก็ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตี ๔  ตื่นขึ้นมาสวดมนต์แต่เช้า เป็นต้น

 

.....ทีนี้ สำหรับพวกญาติโยมทั้งหลาย พอวันเข้าพรรษาก็อธิษฐานพรรษาเหมือนกัน  ตั้งแต่สมัยโบราณ อธิฐานอย่างไร ก็พรรษานี้ ๓ เดือนนี้  รู้ว่าอะไรเป็นนิสัยที่ไม่ดีในตัวเอง  ก็อธิษฐานเลยพรรษานี้เลือกมาอย่างน้อย  ๑ ข้อ  เราจะแก้ไขตัวเองให้ได้ เช่น บางคนเคยกินเหล้า  งวดนี้นี้เข้าพรรษาแล้ว อธิษฐานเลิกเหล้าให้เด็ดขาด บางคนเคยสูบบุหรี่อย่างน้อยพรรษานี้จะเลิกบุหรี่ให้เด็ดขาด อย่างนี้เป็นต้น เขาก็มีการอธิษฐานกันในวันเข้าพรรษาว่า   พรรษานี้จะละความไม่ดีอะไรบ้าง   ทั้งหยาบทั้งละเอียด  ให้พยายามละกันทีเดียว  คือทำตามพระให้เต็มที่นั่นเองในระดับของประชาชน
           

         

.....สิ่งใดที่เป็นความดี ก็พยายามที่จะทำให้ยิ่งๆขึ้นไป  เช่น เมื่อก่อนนี้ ก่อนจะเข้าพรรษา  ตักบาตรบ้าง ไม่ตักบาตรบ้าง  วันไหนมีโอกาสก็ตัก  วันไหนชักขี้เกียจก็ไม่ตัก  ถ้าเช่นนั้นพรรษานี้  พระอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาดีแล้ว    ตั้งใจเลยที่จะตักบาตรให้ได้ทุกเช้า  เมื่อก่อนไม่ทุกเช้า แค่เสาร์อาทิตย์ หรือวันโกนวันพระ  พรรษานี้พระอยู่พร้อมหน้า  อธิษฐานเลยจะตักบาตรทุกเช้าทีเดียว  ๓ เดือนที่เข้าพรรษานี่ก็เป็นธรรมเนียมที่ปู่ย่าตาทวดถือปฏิบัติกันมา

 

.....บางท่านยิ่งกว่านั้น ธรรมดาเคยถือศีล ๕ เป็นปกติอยู่แล้ว   พรรษานี้ได้โอกาสเลยให้ถือศีล ๘  ทุกวันพระไปเลย  แถมจากศีล ๕   ยกขึ้นไปเป็นศีล  ๘  บางท่านเคยถือศีล ๘  ทุกวันพระ ถืออุโบสถศีลทั้งวันโกนวันพระ   ก็เพิ่มเป็นสัปดาห์ละ  ๒ วันขึ้นไป   บางท่านเก่งกว่านั้นขึ้นไปอีก พรรษานี้จะรักษาอุโบสถศีล รักษาศีล  ๘ กันตลอด  ๓  เดือนเลย ก็แล้วแต่จะเลือก

 

.....ใครมีกุศลจิตศรัทธามากเพียงไหนก็ปฏิบัติให้ยิ่งๆ  ขึ้นไปตามนั้น บางท่านยิ่งกว่านั้นขึ้นไปอีกถึงกับอธิษฐานเลยว่า  พรรษานี้นอกจากถือศีลกันตลอดพรรษาแล้วยังไม่พอ อธิษฐานที่จะทำสมาธิทุกวัน  ทุกคืนก่อนนอนวันละ ๑ ชั่วโมง  ใครไม่เคยทำก็อธิษฐานวันละ  ๑  ชั่วโมง  คืนละ   ๑  ชั่วโมง  บางท่านเพิ่มเป็นคืนละ  ๒  ชั่งโมง  ๓  ชั่วโมง  ก็ว่ากันไปตามกุศลศรัทธาอย่างนี้  นี่ก็เป็นสิ่งที่ปู่ย่าตาทวดเราถือปฏิบัติกันมา 

         

.....อีกอย่างหนึ่งที่จะฝากก็คือ  เนื่องจากปัจจุบันนี้สังคมเปลี่ยนไป ญาติโยมประชาชนส่วนมากหยุดงานวันเสาร์อาทิตย์  แต่พระเราแต่เดิมก็เทศน์กันวันโกนวันพระเป็นหลักอยู่แล้ว  เมื่อเป็นอย่างนี้เข้า  จึงทำให้เหลือแต่คนเฒ่าคนแก่เท่านั้นไปฟังเทศน์ในวันโกนวันพระ 

 

.....แต่ครั้งนี้เข้าพรรษา ขอฝากกับหลวงพ่อหลวงพี่ด้วยก็แล้วกัน ถ้าจะเพิ่มวันเทศน์วันสอนธรรมะให้กับประชาชนในวันเสาร์อาทิตย์  ซึ่งญาติโยมเขาหยุดงานกันอีกสักวัน  ๒  วัน  ก็จะเป็นการดี  แล้วก็ญาติโยมเองด้วย   เมื่อรู้ว่าพระท่านเทศน์วันโกนวันพระแล้ว  และครั้งนี้เข้าพรรษาท่านแถมในวันเสาร์วันอาทิตย์ให้อีกด้วย  อย่าลืมไปฟังท่านเทศน์ด้วย  ถ้าขยันกันอย่างนี้  ก็จะมีแต่บุญกุศลกันตลอดทั้งพรรษา  แล้วความเจริญรุ่งเรืองทั้งกับตัวของเราเอง ทั้งพระพุทธศาสนา  ประเทศชาติบ้านเมืองของเรา  ก็จะบังเกิดขึ้นตลอดปี  ตลอดไป.