สร้างบุญอย่างไร..ให้ได้ลักษณะมหาบุรุษ ประการที่ ๒๑

วันที่ 02 มีค. พ.ศ.2554

สร้างบุญอย่างไร..ให้ได้ลักษณะมหาบุรุษ ประการที่ ๒๑

 

ลักษณะมหาบุรุษ ประการที่ ๒๑ มีประสาทรับรสอันเลิศ

 

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า..
“เมื่อตถาคตเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ได้เป็นผู้ไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายด้วยฝ่ามือก็ตาม ก้อนดินก็ตาม ท่อนไม้ก็ตาม ศาสตราก็ตาม
เพราะกรรมดีนั้น ๆ ครั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์จึงได้มหาปุริสลักขณะข้อนี้คือ มีปลายประสาทรับรสอันเลิศ มีปลายขึ้นเบื้องบน เกิดแล้วที่คอ รับรสโดยสม่ำเสมอย่อมเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคน้อย มีความร้อนแห่งกายเป็นวิบากอันสม่ำเสมอไม่เย็นเกินร้อนเกิน พอควรแก่ความเพียร”

 

          อาตมาเพิ่งจะเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมือกับประสาทสัมผัส หลังจาที่บวชได้ ๕-๖ พรรษานี่เอง กล่าวคือ บริเวณสะบัก ซึ่งเป็นที่รวมของเส้นเอ็นและประสาทต่างๆ มีลักษณะเหมือนสามแยก แยกที่หนึ่งจากสะบักผ่านหัวไหล่ลงมาตลอดแขนจนถึงปลายนิ้วมือ แยกที่สอง จากสะบักลงไปตลอดหลัง แยกที่สาม จากสะบักขึ้นไปที่คอ ขึ้นกกหู ขึ้นสมอง ขึ้นตา มีลักษณะแตกเป็นกิ่งก้านไปทั่วเมื่อเราต่อยหรือตีใครก็ตาม เราต้องใช้กำลังเต็มที่ เส้นเอ็นจะกระชากตั้งแต่สะบักไปจนถึงปลายนิ้วมือ พวกนักมวยที่ต่อยมากๆ เส้นตรงบริเวณสามแยกนี้ จะเป็นปมแข็งหลังแข็ง คอเกร็ง แล้วการต่อยจะเริ่มช้าลงๆ เพราะการยืดหดของเส้นในบริเวณนี้และแขนจะเสื่อมลงๆ การรับรสอาหารของผู้นั้นก็จะไม่ดี เพราะเส้นประสาทบริเวณคอเกร็ง นักมวยที่ชกมากๆ บางคนกลายเป็นอัมพาตเมื่อแก่ เข้าทำนองให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว อาตมามีประสบการณ์เช่นนี้อยู่บ้างเหมือนกัน เพราะเคยเป็นนักมวยเก่า แต่การต่อยตี การทำร้าย กับการทำงานหนัก เช่น ขุดดิน ยกของ หรือเล่นกีฬานั้น ไม่เหมือนกัน เพราะเป็นการออกกำลังธรรมดา ไม่ทุ่มเทกำลังล้างผลาญกัน ไม่ได้โหมกำลังเต็มที่

 

           ใครก็ตาม ถ้าบริเวณสะบักถูกกระทบกระเทือนมาก จะมีอาการเครียด เมื่อเครียดมากๆ จะร้อนผ่าว บางคนถึงกับกลายเป็นคนเจ้าโทสะ โกรธง่าย ทั้งๆ ที่ไม่ได้ป่วยไข้ แต่ตัวจะร้อนผ่าวทั้งวันทั้งคืน คนโบราณแก้ปัญหาโดยการนวด หรืออบสมุนไพร ปัจจุบันนี้ มียารับประทานประเภทคลายประสาท แต่มักไม่หายขาด วิธีรักษาที่ดีที่สุด คือ นั่งสมาธิแล้วจะหายเองก่อนบวช อาตมาก็เป็นประเภทตัวร้อนผ่าวเหมือนกัน ฝึกสมาธิอยู่หลายปีกว่าจะเย็นลง เมื่อศึกษาทางนี้มากๆ จึงได้พบว่า พวกที่ร้อนจนถึงที่สุด คือ เมื่อไฟธาตุแย่แล้ว มันกลับเย็นชืด คือ พวกเป็นอัมพาตนั่นเอง เหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากการทำปาณาติบาตทั้งสิ้น

 

            โดยเหตุที่พระองค์ไม่ต่อย ไม่ตี ไม่ทุบ ไม่ขว้างปาใคร ไม่ใช้อาวุธทำร้ายใคร พระองค์จึงทรงมีเส้นประสาทบริเวณคอดีเลิศ สามารถรับรสได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ ยังมีอานิสงส์ตามมาอีก คือ เป็นผู้มีอาพาธน้อย ซึ่งหมายถึง ไม่ค่อยเจ็บป่วย มีโรคน้อย มีความร้อนแห่งกายเป็นวิบากอันสม่ำเสมอ คือ ร่างกายไม่เย็นไม่ร้อนเกินไป สมบูรณ์ด้วยเตโชธาตุ ซึ่งทำให้อาหารย่อยได้ดีเพราะฉะนั้น ใครที่ชอบเตะ ชอบต่อย ก็ขอให้เลิกเสีย มิฉะนั้น จะไม่มีโอกาสได้ลักษณะมหาบุรุษ จะได้ก็แต่ลักษณะทุคตบุรุษ

 

 * * * ติดตามวิธีสร้างบุญอย่างไรให้ได้ลักษณะมหาบุรุษประการที่ ๒๒ ได้ในตอนต่อไป * * *

 

 

ขอขอบคุณ หนังสือ “ลักษณะมหาบุรุษ”
ปาฐกถาธรรมของพระเดชพระคุณพระภาวนาวิริยคุณ หลวงพ่อทตฺตชีโว
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามนำไปใช้ประโยชน์ทางการค้าหรือหากำไร ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมาย

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร