ถ้อยคำ..นำไปดี (๓)

วันที่ 20 พค. พ.ศ.2554

      

 

 

 

 

         มาภาวนาไปเรื่อยๆ ตั้งแต่วันนี้กันเถอะ อย่าไปรอเอาตอนใกล้ตายเลย ตอนนั้นสุขภาพร่างกายอาจไม่แข็งแรง สติสัมปชัญญะอาจไม่สมบูรณ์เหมือนอย่างที่เราๆ ท่านๆ เคยไปเยี่ยมคนป่วยมา ซึ่งหลายๆ คนก็เห็นกันจนคุ้นตา ถึงตอนนั้น มีเงินร้อยล้านพันล้านก็ช่วยอะไรไม่ได้ เรียนวิชาอะไรมา ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ วิศวะ จบด๊อกเตอร์ หรือแม้กระทั่งจบหมอ ก็ช่วยไม่ได้ หมอช่วยได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าอาการไม่ไหว ก็ได้แต่รอเวลา แม้ตัวของหมอเอง สักวันหนึ่ง ก็อาจจะช่วยตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

               การภาวนาและนึกถึงบุญเป็นประจำ จะทำให้ปลื้มใจว่า ถ้านรกสวรรค์มีจริง ตัวเราต้องได้ไปสวรรค์แน่ ไม่ไหวหวั่นเมื่อวันนั้นมาถึง  ไปนรกหรือตกอบายนี่ เอาเงินไปประกันออกมาก็ไม่ได้เหมือนคุก เพราะตอนนั้นเป็นกายที่ละเอียดแล้ว ของหยาบใช้ไม่ได้ แม้ร่างกายตัวเอง ยังเอาไปไม่ได้ ใช้ประโยชน์ได้แต่ของละเอียดอย่างเดียว คือ บุญที่ได้สั่งสมมาดีแล้วเท่านั้นที่จะช่วยตัวของตัวเองได้ ทำภาวนา พุทโธ หรือ อรหัง หรือ สัมมาอรหัง ให้บ่อยๆ เถอะ ถ้าไม่ภาวนาให้บ่อยๆ จะมาทำเอาตอนใกล้เวลา เดี๋ยวจะเหมือนอย่างยายคนหนึ่ง...

               ยายคนนี้แกชอบจับปลามากินเป็นประจำ จะหงุดหงิดมากเวลาปลาชะโดมา (เพราะปลาอื่นจะตกใจรีบหนีไปจนน้ำกระจายเสียงดัง) ไม่สนใจภาวนาอะไร ทีนี้เมื่อเวลาใกล้ตาย ลูกหลานบอกให้แกภาวนาว่า พุทโธๆ แต่เพราะความที่ไม่ได้ภาวนาเป็นประจำ จับปลาอยู่เสมอ ภาพการทำบาปก็ติดตาติดใจตลอด กลายเป็นได้ยินว่า ชะโดๆ แกเลยพูดเสียงดังออกมาว่า “หา ไอ้โด อีกแล้วรึ” อย่างนี้ตายแล้วจะไปไหน ไม่ไปอบายก็คงเป็นชะโด

               จากเรื่อง ตอนแรกจะเห็นได้ว่า หากมีใจที่เลื่อมใส เพียงเปล่งเสียง พุทโธ หรือ สัมมาอรหัง ยังให้ผลดีถึงขนาดนี้ ถ้าเรานึกเป็นภาพจะดีมากขนาดไหน เปรียบไปแล้วก็เหมือนการดูทีวีหรือภาพยนตร์ ให้ความรู้สึกที่ดีมากกว่าการฟังวิทยุตั้งหลายเท่า อย่างสำนวนจีนที่ว่า ภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดเป็นพันคำ

               บางครั้ง.. เรายังหัวเราะได้ แม้จะเกิดเรื่องเศร้า บางคราว.. ภาพยนตร์ที่อยู่ข้างหน้า สนุกสนาน หวานแหวว สดชื่น แต่ดูบางคน เหม่อลอย น้ำตาไหล ที่เป็นเช่นนี้ เพราะภาพในใจ จึงทำให้เป็นอย่างนั้น  หายากที่ใครๆ จะรู้ว่า ภาพบางภาพในใจให้คุณค่า ให้ความสุข และให้ประโยชน์ได้ไกล เกินกว่าใครๆ จะคาดเดาได้