ธรรมทาน (๒) จะต้องมีศรัทธามาก

วันที่ 14 มิย. พ.ศ.2554

 

               เพราะเหตุไร การให้ธรรมทานจึงมีผลเลิศเช่นนั้น เพราะการที่จะทำบุญถึงขนาดนั้นได้ จะต้องมีศรัทธามาก ไม่มีศรัทธาก็ทำไม่ได้ แล้วจะศรัทธาได้ก็ต้องได้รับการฟังธรรมแล้วเท่านั้น หากไม่ได้ฟังธรรม ก็คงไม่มีศรัทธาที่จะสร้างบุญใหญ่เช่นนั้น เพราะเหตุนี้ ธรรมทานจึงประเสริฐที่สุดกว่าทานทุกชนิด

 

               อีกอย่างหนึ่ง หากไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าแสดงธรรม ก็จะไม่มีพระสาวกทั้งหลายเลย พระสารีบุตรผู้เลิศทางปัญญา ท่านสามารถนับหยาดน้ำฝนซึ่งตกตลอดกัปอันยาวได้ แต่ท่านก็ไม่สามารถบรรลุโสดาปัตติผลได้ด้วยตัวของท่านเอง   ต่อเมื่อได้ฟังธรรมจากพระอัสสชิต่างหาก จึงบรรลุโสดปัตติผล

 

               และได้บรรลุธรรมเป็นอรหันต์ ก็ด้วยการตรองตามพระธรรมเทศนาของพระบรมศาสดา ที่แสดงให้แก่ปริพพาชกหลานชายของพระสารีบุตรเอง เพราะเหตุนั้น พระพุทธองค์จึงตรัสว่า สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ การให้ธรรมทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง

 

               รสใดที่ว่าเลิศ มีรสที่เกิดจากผล รสจากใบ รสจากราก เป็นต้น รสทุกชนิด แม้รสแห่งสุทธาโภชน์ของเทวดาทั้งหลาย ถึงจะมีรสเลิศเพียงใด แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ที่ติดในรสนั้น ต้องเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ ซึ่งการเวียนวายในสังสารวัฏย่อมนำทุกข์มาให้

 

               ส่วนธรรมรสหรือรสแห่งธรรมประเสริฐกว่ารสทั้งปวง เพราะเมื่อดื่มด่ำแล้ว มีแต่ให้ความปีติ มีใจผ่องใส ส่งผลให้คิดดี พูดดี ทำดีตามา เป็นสิ่งที่เกื้อหนุนให้หลุดพ้น บรรลุมรรคผลนิพพาน เพราะเหตุนั้น พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ รสแห่งธรรม ชนะรสทั้งปวง