จะเอาหุ่นมนุษย์ใส่อะไรดี

วันที่ 01 สค. พ.ศ.2554

 

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงเตือนภิกษุทั้งหลายในครั้งพุทธกาลว่า..

"ภิกษุควรมองเห็นอนาคตภัย ๕ อย่างแล้วไม่ประมาท พากเพียรเพื่อบรรลุคุณธรรมที่ยังไม่บรรลุ"

ภัยทั้ง ๕ นี้ได้แก่

๑. ความชรามาถึงเสียก่อน
๒. ความเจ็บไข้มาถึงเสียก่อน
๓. เกิดสมัยที่หาอาหารได้ยาก
๔. เกิดจลาจล มนุษย์หนีภัยสับสน
๕. มีสมัยที่สงฆ์แตกกัน จนยากที่จะได้ความสงัดใส่ใจในคำสอน ของพระพุทธเจ้า


มนุษย์เปรียบเหมือนหุ่น หรือเปรียบเหมือนบ้านว่าง เมื่อโจรมาอาศัยอยู่ในบ้านว่าง บ้านนั้นก็กลายเป็นซ่องโจร ตำรวจเข้าไปอยู่บ้านนั้นก็เป็นสถานีตำรวจ พระภิกษุเข้าไปอยู่ที่นั่นก็เป็นวัด

เมื่อจิตใจของเขารับอำนาจหรือพลังบุญ เขาย่อมยินดีในการสร้างบุญ ให้บุญนั้นกลั่นเป็นบารมี ถ้าใจรับอำนาจจากบาป เขาย่อมยินดีในการทำความชั่ว

กิเลสที่เข้าครอบงำสิงใจมนุษย์ บีบมนุษย์ให้ทำกรรมทั้งกรรมชั่วและกรรมดี (กรรมดีชนิดที่ยังเจือด้วยกิเลส) กรรมที่หุ่นมนุษย์ทำนั่นเอง ทำให้เกิดผล ผลของกรรมเรียกภาษาพระว่า วิบาก

วิบากกรรมนั่นเองสร้างภพสร้างภูมิขังหุ่นมนุษย์.. ภูมิทั้ง ๓๑ ภูมิ ก็มาจากกิเลสเป็นสาเหตุต้นเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น คนเกียจคร้าน ชอบหลับนอนเป็นอาจิณ กิเลสตัวที่บีบบังคับใจให้ทำกรรมด้วยการนอนชื่อ "ถีนะมิทธะ" ทำอาการอย่างนี้อยู่สมํ่าเสมอจนกลายเป็นอาจิณกรรม เป็นกรรมที่ทำบ่อยๆ เนืองนิตย์

ในที่สุดเมื่อตายลงผลของกรรม คือ ความชอบนอน ก็สร้างเป็นภูมิเดรัจฉานที่ชอบนอนให้ได้เกิดเป็นสัตว์ เช่น งู กินอาหารอิ่มครั้งหนึ่งๆ ก็นอนไปเป็นวันๆ บางทีถ้าเป็นงูใหญ่นอนไปคราวหนึ่งๆ ๗ วัน กว่าอาหารจะย่อยหมด หรือเกิดเป็นหมูเป็นแมวเป็นหมา กินแล้วนอน

อยากให้ผู้คนชมตนเองว่าเป็นคนดี เพราะถูกกิเลสคือ "โลภะ" บีบใจ ทำให้ช่วยเหลือคนโน้นคนนี้ ทำตัวอยู่ในศีลในธรรม แต่ก็ยังไม่คิดออกจากวัฏฏะ ก็ทำให้ได้เกิดในภูมิมนุษย์ ภูมิเทวดา

ถ้าเบื่อในกามคุณอารมณ์ อยากหนีให้พ้นเป็นวิภวตัณหา กิเลสตัวโลภะชนิดประณีตบีบเอา ก็ทำกรรมด้วยการเจริญภาวนา ไปเกิดในพรหมภูมิ อย่างนี้เป็นต้น

แม้แต่เกิดในภูมิเดียวกัน ก็ยังแตกต่างกันไปตามผลกรรมอย่างนับไม่ถ้วน ตัวอย่างเช่น เป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่รูปร่าง ความเป็นอยู่ นิลัยใจคอไม่มีเหมือนกันเลย มีกี่พันล้านคน ก็ต่างกันออกไปทั้งหมด

 

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร