การให้ผลของทาน

วันที่ 09 สค. พ.ศ.2554

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการทำทาน อันนี้ไม่รู้ไม่ได้ นอกจากจะกล่าวได้ว่า "โชคดีเหลือเกินที่ได้รู้" แล้ว เราจะยังเป็นคนที่ฉลาดในการทำทาน รู้จักทานอันมีผลมาก ทำแบบไหนทำน้อยได้มาก หรือทำเท่ากันแต่ทำที่ไหนอย่างไรได้บุญเยอะกว่า

เปรียบได้กับมีเมล็ดพืชพันธุ์ดีอยู่ ๒ กำมือ อีก ๑ กำมือหว่านในนาดีมีปุ๋ยอุดม กับอีก ๑ กำมือหว่านลงไปในนาที่แห้งแล้งแตกระแหง ถามว่า...เมล็ดข้าวในนาไหนจะงอกงาม

ก็เช่นกัน สำหรับการทำทานแล้ว ถ้าเราได้ทราบในที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ตรัสบอกไว้ว่าทำทานนั้นได้ผลไม่เท่ากัน กับใคร...อย่างไร ถึงคราวเราทำทานก็จะได้ปลื้มในการทำแต่ละครั้งอย่างเต็มที่

ให้ทานต่อสัตว์เดรัจฉาน มีผล ๑๐๐ เท่า
ให้คนทุศีลหรือไม่มีศีลเลย มีผล ๑,๐๐๐ เท่า
ให้ผู้มีศีล มีผล ๑๐๐,๐๐๐ เท่า
ให้คนนอกพระพุทธศาสนาทีปราศจากความกำหนัด มีผลแสนโกฏิเท่า
ให้แก่ผู้ปฏิบัติเพื่อเป็นพระโสดาบันบุคคล มีผลนับเท่าไม่ถ้วน
ให้ทานในผู้ปฏิบัติเพื่อเป็นพระโสดาบัน ๑๐๐ ก็ไม่เท่า พระโสดาบัน ๑
ให้พระโสดาบัน ๑๐๐ ไม่เท่ากับให้ผู้ปฏิบัติเพื่อเป็นพระสก ทาคามี ๑
ให้ผู้ปฏิบัติเพื่อเป็นพระสกทาคามี ๑๐๐ ก็ไม่เท่าให้กับ พระอนาคามี ๑
ให้พระอนาคามี ๑๐๐ ก็ไม่เท่ากับให้พระอรหันต์ ๑
ให้พระอรหันต์ ๑๐๐ ก็ไม่เท่ากับให้พระปัจเจกพุทธเจ้า ๑
ให้พระปัจเจกพุทธเจ้า ๑๐๐ ก็ไม่เท่ากับให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑
ให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เดียวก็สู้ให้หมู่พระภิกษุสงฆ์ ที่มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานไม่ได้
ให้หมู่พระภิกษุสงฆ์ที่มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน ก็สู้สร้างวิหารทานในจตุรทิศไม่ได้
สร้างวิหารทานก็สู้ทำใจเลื่อมใสในพระรัตนตรัยไม่ได้
ทำใจให้เลื่อมใสในพระรัตนตรัยก็ยังได้บุญสู้สมาทานรักษาศีลไม่ได้
สมาทานรักษาศีล ก็สู้เจริญเมตตา (คือคิดให้ผู้อื่นอยู่เป็นสุข) ชั่วระยะเวลาสูดดมของหอมไม่ได้
เจริญเมตตาภาวนาก็สู้เจริญอนิจจาสัญญา แค่เวลาลัดนิ้วมือ (ดีดนิ้วมือ) เดียวไม่ได้

(*เจริญอนิจจสัญญา คือ เห็นรูป นามเป็นของไม่เที่ยง เห็นทุกสิ่งไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เป็นการเจริญปัญญา เมื่อมองเห็นอะไรๆ ไม่เที่ยง ก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวง ไม่ยึดมั่น แม้ในตัวตน)

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร