บุพเพนิวาสานุสติญาณ

วันที่ 16 กพ. พ.ศ.2555

 

               เมื่อความสว่างมากขึ้นๆ ความเห็นหรือญาณทัสสนะก็ชัดขึ้นๆ ทรงใช้ธรรมกายอรหัตพิจารณาถึงขันธ์ที่เคยอยู่อาศัยในกาลก่อน ในชาติในภพก่อนๆ ได้ตามลำดับ ตั้งแต่หนึ่งชาติ สองชาติ สามชาติ เรื่อยไปจนถึงร้อยชาติพันชาติ ตลอดหลายสังวัฏกัปและหลายวิวัฏกัปว่า เมื่อเราอยู่ในภพนั้นๆ มีชื่ออย่างนั้น มีโคตร มีวรรณะ มีอาหารอย่างนั้น เสวยสุขและทุกข์อย่างนั้นๆ มีอายุสิ้นสุดลงเท่านั้นๆ ครั้นจุติ (คือตายจากภพนั้นแล้ว) ก็ได้เกิดในภพต่อไป เมื่อเกิดใหม่ มีโคตร มีวรรณะ เสวยสุขทุกข์อย่างไร ตรัสว่า

 

               "เรานั้นระลึกถึงขันธ์ห้าที่เคยอยู่อาศัยในภพก่อนๆ ได้หลาย ประการ พร้อมทั้งอาหาร และลักษณะดังกล่าวนี้เป็นวิชชาที่เราบรรลุในยามแรกแห่งราตรี คือ บุพเพนิวาสานุสติญาณ คือญาฌความสามารถในการระลึกชาติหนหลังได้"

 

               ถ้าจะเปรียบกับวิทยาศาสตร์ปัจจุบันในเชิงวิชาการ หลวงพ่อขอเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ ในทางโลก ภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ เราสามารถเอากล้องถ่ายภาพยนตร์ กล้องถ่ายวิดีโอถ่ายภาพบันทึกไว้เช่นนี้ ใจของเราก็เหมือนกัน แต่ดีกว่าฟิล์มทั้งหลายในโลก

 

               ใจของเรานั้นเป็นดวงใส ใสกว่าดวงแก้วใสๆ การกระทำทั้งหมดตลอดชีวิตของเราถูกบันทึกไว้ในใจตลอดทั้งชาติ ฟิล์มภาพยนตร์หรือเทปวีดีโอก็ยังมีคุณภาพสู้ใจเราไม่ได้

 

               ชาติที่ผ่านมาแล้ว ใจก็บันทึกเอาไว้ แต่เพราะใจของเรายังหยุดนิ่งไม่พอ หลับตาแล้วใจมันมืดตื้อมองไม่เห็นความสว่างภายใน จึงไม่เห็นภาพที่บันทึกไว้ ฝึกสมาธิมากๆ เข้าจนกิเลสในใจตกตะกอน ใจใสแจ๋ว หลับตาลืมตา สว่างโพลง ก็จะเห็นภาพที่บันทึกไว้ในใจชัดเจนเลย เหมือนกรอภาพย้อนกลับไปในอดีต ที่เราเรียกว่าระลึกชาติได้ ก็ด้วยเหตุผลอย่างนี้

 

               เมื่อย้อนระลึกถึงความดีที่ทำเอาไว้ คือ...ความดีส่งเรามาอย่างนี้ มิน่า...เราจึงได้มาบวช มาเป็นธรรมทายาท มาพบพร้อมหน้ากันที่วัดพระธรรมกายนี่เอง ถ้าย้อนกลับไปพบความดีก็ทำให้ชื่นใจ อิ่มใจ แต่ความชั่วที่เคยทำไว้ก็ไม่หนีหายไปไหน กรอกลับไป เดี๋ยว ๆ ก็เจอ อ้าว! ไอ้ที่ทำแสบๆ ก็โผล่มาให้เราเห็นแล้ว ชัดเลย ไอ้ฟันโตอย่างกับ จอบที่ได้มาก็เพราะไปด่าเขาไว้เยอะ อ๋อ ที่หัวล้านแดงๆ อยู่นี่ ก็เกิดจากพูดจาล่วงเกินผู้มีศีล ล่วงเกินผู้หลักผู้ใหญ่ไว้ หลวงพ่อเองชาติก่อนก็หล่อไม่เบาแต่ปากไม่ดี พอเห็นหุ่นใครไม่ดีก็ไปว่าเขา ไอ้นี่ก็อ้วน ไอ้นั่นก็พุงพลุ้ย ชาตินี้ก็เลยหล่อยังกะโอ่งไปเสียเอง

 

               บางคนก็ผอมจริงๆ กินเท่าไหร่ๆ ก็ไม่อ้วน ระลึกชาติไปดูก็ปรากฏว่าปากไม่ดีเหมือนกัน ชอบพูดค่อนแคะผู้หลักผู้ใหญ่ว่าผอมบ้างแห้งบ้าง ชาตินี้จึงต้องผอมเป็นกุ้งแห้ง

 

              เมื่อระลึกชาติได้ชัดเจน จึงเกิดความกลัวบาปกลัวกรรม จะทำอะไรไม่เข้าท่าเข้าทางก็กลัวบาปกลัวกรรม เพราะว่ามันตามให้ผล จริงๆ ตามข้ามชาติแน่ะ เห็นชัดนะ

 

               เมื่อระลึกชาติได้แล้ว พระองค์ตรัสว่า "นี้เป็นวิชชาที่หนึ่งที่เราได้บรรลุแล้วในยามแรกแห่งราตรี เพราะฉะนั้น เมื่อวิชชาเกิดขึ้น อวิชชาก็ถูกทำลายไป เหมือนความมืดลูกทำลาย ความสว่างก็เกิดขึ้นแทน”



 

ความยิ่งใหญ่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระภาวนาวิริยคุณ