บทความพิเศษ ชุดบวชหนึ่งพรรษา คุ้มค่าตลอดชีวิต ตอน กำลังแห่งสมาธิ

วันที่ 20 มิย. พ.ศ.2556

บวช พระ นั่งสมาธิ พระสงฆ์ พระภิกษุ พรรษา

บทความพิเศษ ชุดบวชหนึ่งพรรษา คุ้มค่าตลอดชีวิต
ตอน กำลังแห่งสมาธิ



ชีวิตนักบวชเพศสมณะ เป็นชีวิตที่ปลอดกังวล ปลอดจากภารกิจการงานทางโลก ไม่ต้องห่วงเรื่องทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงมีเวลาเจริญสมาธิภาวนาเต็มที่

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เราคิดพูดทำงานมามากแล้ว ยิ่งมีภารกิจการงานมาก ยิ่งเครียดยิ่งกังวล ไม่เคยรู้ว่าความสุขที่แท้จริงเป็นอย่างไร ลองให้โอกาสตัวเองสักครั้ง บวชหนึ่งพรรษาเพียง 3 เดือน โดยเฉพาะลูกผู้ชายที่เพิ่งจบการศึกษามาใหม่ๆ วัยยี่สิบต้นๆ ยังไม่ได้ทำงานอะไรจริงจัง ลองมาสัมผัสชีวิตสมณะ อาศัยข้าวบิณฑบาต อาศัยผ้ากาสาวพัตร เพียงสามผืนเป็นเครื่องนุ่งห่ม

มาตั้งใจรักษาศีล 227 ข้อ มานั่งสมาธิเจริญสมาธิภาวนา หลับตาลง ไม่คิด ไม่ทำอะไร ทำใจเบาสบาย หยุดนิ่งอยู่ตรงศูนย์กลางกาย กลางท้อง ตรงฐานที่ 7 ซึ่งอยู่เหนือสะดือขึ้นมา 2 นิ้วมือ เป็นที่ทรงพลังมากที่สุดของมนุษยชาติ

เมื่อใจหยุดนิ่ง อยู่ในจุดที่ปลอดความคิด คำพูด และการกระทำ เราจะได้สัมผัสกับอารมณ์ที่ประณีตนุ่มนวลลึกซึ้ง แตกต่างจากอารมณ์ที่เคยสัมผัสมา ยิ่งใจหยุดนิ่งแน่นมากขึ้นเท่าไหร่ อารมณ์ยิ่งเบิกบาน กายเบาใจสบาย มีความสุขเสรีอย่างแท้จริง เป็นอิสระ ไม่รู้สึกติดยึดอะไรเลย รู้จักคำว่า “ปล่อยวาง” แล้วก็มีแสงสว่างบังเกิดขึ้นจากความบริสุทธิ์ของจิตใจ

ใจยิ่งขยายกว้างออกไปไร้ขอบเขต สู่แหล่งแห่งความสุขเสรี สู่ทะเลแห่งความรู้อันบริสุทธิ์ ที่สามารถนำไปพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน พัฒนาขีดความรู้ได้เต็มที่ ไม่มีจำกัด เพราะกำลังแห่งสมาธิมีผลให้เกิดกำลังแห่งความเพียรบริสุทธิ์ตามมาโดยอัตโนมัติ สอนตัวเองได้ มองเห็นข้อดี ข้อบกพร่องของตัวเองได้ชัดเจน พร้อมที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น โดยไม่ต้องมีใครมาแนะนำตักเตือน

 

 

 

 

 

บวชพระ บวช พระ พระภิกษุ พระสงฆ์ บวชหนึ่งพรรษา

 

                    ที่สำคัญเราจะได้ศึกษาความรู้ภายในที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีความรู้ใดๆ ในโลกมาเสมอเหมือน เพราะเพศภาวะของ “พระ” ซึ่งตั้งอยู่บนฐาน ของศีลถึง 227 ข้อ ทำให้ใจหยุดนิ่งได้เร็วเพราะกายก็ใสสะอาด ไม่เกี่ยวข้องในกามคุณ 5 กายจึงไม่เหนี่ยวรั้งใจให้ครุ่นคิดถึงเรื่องรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ใจตกศูนย์หยุดนิ่งเป็นสมาธิได้ง่ายกว่าเพศภาวะผู้ครองเรือน

 

                    สมาธิเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา ปัญญาที่เกิดจากรู้แจ้งเห็นจริง ไม่ใช่การนึกเดาคาดการณ์ซึ่งผิดบ้างถูกบ้าง แต่ปัญญาที่เกิดจากการเจริญสมาธิภาวนา รู้เห็นทะลุมิติภพจนหายลังเลสิ้นสงสัย เห็นด้วยธรรมจักษุ รู้ได้ด้วยญาณทัสสนะ ซึ่งคุณวิเศษเหล่านี้ จักบังเกิดขึ้นได้เมื่อเราสั่งสมบารมีมากพอ แม้เราไม่อาจบรรลุธรรมชาตินี้ แต่ก็ได้สั่งสมบุญกุศลติดตัวไปภพเบื้องหน้า ชาติใดบุญบารมีเต็มเปี่ยม เราจักบรรลุมรรคผลแน่นอน
 

                     บุคคลใดเริ่มสั่งสมบุญกุศลตั้งแต่วันนี้ ผ่าน ทาน ศีล ภาวนา ย่อมเป็นผู้มีกำไรชีวิต ไม่สูญเปล่าตายฟรีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ชีวิตคนสั้นนัก ตายเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ แค่หายใจเข้าแล้วหายไม่ออกก็ตายแล้ว

 

รัตนวนาลี
15-5-56

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร