วันสมาธิโลก

วันที่ 05 สค. พ.ศ.2556

วันสมาธิโลก

 

               มนุษย์มักเอาชนะกันด้วยการรบราฆ่าฟัน แม้กระทั่งผู้นำระดับชาติมหาอำนาจ ก็ยังคิดว่า สงครามจะหยุดสิ่งเลวร้ายได้ แต่ตรงกันข้าม ในเปลวไฟสงครามกลับมีแต่เสียงร่ำไห้ ความสูญเสียทั้งเลือดเนื้อชีวิต และซากพังทลายของบ้านเมือง ตามมาด้วยความโกรธแค้น จองเวร จึงรบกันไม่มีวันสิ้นสุด

               สงครามโลกครั้งที่สอง ก่อความหายนะใหญ่หลวงแก่มวลมนุษยชาติ มิอาจประเมินความสูญเสีย โดยเฉพาะความเสียหายย่อยยับทางจิตใจเกินกว่าจะเยียวยาได้ เด็กกำพร้านับล้าน เพราะพ่อแม่ถูกเปลวไฟสงครามพรากไปจากเขา

               ผู้หญิงค่อนโลกถูกรังแกทารุณ ถูกย่ำยียับเยินจากผู้ชายที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ ที่แท้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหลือแต่ซาก คงไว้แต่ความเป็นคนชั่ว เดนมนุษย์ ไม่มีความปราณี ไม่มีสันติภาพในเปลวไฟสงคราม

               บางประเทศก่อศึกสงครามรบพุ่งกันเอง บ้านเมืองแตกแยกยืดเยื้อมาหลายสิบปี ปัจจุบันก็ยังรบพุ่งกันอยู่ จนไม่รู้เหมือนกันจะรบกันไปทำไม

               องค์กรยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกจึงได้ประกาศให้วันที่ 6 สิงหาคม ของทุกปีเป็นวันสมาธิโลกเพื่อให้มนุษยชาติได้รู้จัก “สันติสุขภายใน” ที่เกิดจากใจที่เป็นสมาธิ เปลวไฟสงครามอาจมอดดับลงไป เมื่อสงครามภายในใจยุติลง เพราะชัยชนะที่แท้จริงของมนุษย์ คือชัยชนะที่เหนือกิเลส ชัยชนะที่ไม่มีผู้แพ้และเสียงร่ำไห้ มีแต่กลิ่นหอมอบอวลแห่งสันติภาพและความสุขใจ

               หากในวันสมาธิโลก คนทั้งโลกไม่ว่าเชื้อชาติศาสนาเผ่าพันธุ์ใดพร้อมใจกันหลับตาลงเพียงคนละ 1 ชั่วโมง หลับตาลงเพียงแผ่วเบา วางใจไว้ที่ศูนย์กลางกาย กลางท้อง ไม่ต้องคิดอะไรเลย แผ่เพียงกระแสเมตตาธรรม ที่ละเอียดละอ่อนนุ่มนวลจากใจที่เป็นสมาธิ โอบอุ้มคุ้มครองโลกไว้ภายใน เมื่อนั้นมุษยชาติจะรู้ว่า สมาธิคือคำตอบของสันติภาพ

               เพราะเมื่อใจเป็นสมาธิหยุดนิ่ง ใจจะสงบสุขบริสุทธิ์ ปราศจากความคิดร้าย ผูกโกรธ มีมหากรุณา เห็นผู้อื่นเหมือนพี่น้องท้องเดียวกันปรารถนาอยากให้คนทั้งโลกมีสันติสุขเหมือนตน

               หลับตาทำสมาธิเถิด แล้วจะเห็นแสงสันติภาพแสนอยู่ใกล้ใจ ไม่ไกลเกินไขว่คว้ามาครอง

รัตนวนาลี

3/8/56