เรื่องพระนักเทศน์เป็นกัลยาณมิตรให้บิดา

วันที่ 06 ตค. พ.ศ.2556

 


เรื่องพระนักเทศน์เป็นกัลยาณมิตรให้บิดา

        ในอเจลวิหาร ใกล้เคียงเชิงเขาโสภณ มีพระที่มีความชำนาญด้านการเทศน์สอนรูปหนึ่ง ชื่อพระโสณเถระ โยมบิดาของท่านเป็นนายพรานสุนัข (อาศัยสุนัขล่าเนื้อ) พระเถระได้คอยห้ามท่าน ให้เลิกจากการประกอบอาชีพเช่นนี้ แต่โยมบิดาก็ยังไม่ยอมเลิก ดังนั้น เมื่อไม่สามารถบอกให้เลิกบาปเพื่อมุ่งมาทำตนให้อยู่ในศีลธรรมได้ จึงคิดรำพึงว่า โยมเอ๋ย อย่าได้มีชีวิตที่ประกอบแต่ทุกข์และโทษเลย ดังนั้นจึงขอให้โยมบิดาบวชทั้งที่ท่านไม่อยากบวช

        ต่อมาเมื่อบิดาซึ่งบวชอยู่นั้น แก่ชราและล้มป่วยลง ขณะที่นอนบนเตียงซมไข้ นรกก็ปรากฏขึ้น กล่าวคือมีภาพนิมิตปรากฏเป็นสุนัขทั้งหลายล้วนแต่ตัวใหญ่ๆ มาจากเชิงเขาโสภณ มาล้อมท่านไว้ทำทีเหมือนจะกัด ท่านกลัวต่อมหาภัยมาก จึงกล่าวกับพระโสณเถระว่า

"พ่อโสณะห้ามที พ่อโสณะห้ามที"

พระโสณเถระถามว่า "อะไรครับหลวงพ่อ?"

ท่านกล่าวว่า "ท่านไม่เห็นหรือว่าสุนัขตัวใหญ่กำลังจะมาขย้ำเรา"

        พระโสณเถระคิดว่า ภาพต่างๆ นี้เป็นคตินิมิต และคตินิมิตเกิดขึ้นเช่นนี้ ย่อมนำท่านไปสู่อบายภูมิอันทุกข์ทรมานอย่างแน่นอน อย่ากระนั้นเลย บิดาของคนเช่นเราซึ่งได้บวชอุทิศในพระพุทธศาสนาจักไปเกิดในนรกได้อย่างไรเล่า เราจักช่วยท่าน แล้วจึงให้พวกสามเณรไปนำดอกไม้นานาชนิดมา และให้ตกแต่งเครื่องลาดพื้นสำหรับบูชาและอาสนะสำหรับบูชาที่ลานเจดีย์และลานโพธิ์ แล้วเอาเตียงหามหลวงพ่อไปยังลานเจดีย์ ให้นั่งบนเตียงแล้วกล่าวว่า

        "หลวงพ่อขอรับ บูชานี้จัดไว้เพื่อหลวงพ่อ ขอให้หลวงพ่อกล่าวว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้านี้เป็นบรรณาการของข้าพระองค์ผู้ยาก ข้าพระองค์ขอถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยเครื่องบูชานี้"

        พระหลวงพ่อก็กล่าวตาม พร้อมทำจิตให้เลื่อมใสในการบูชา และในทันทีที่ทำจิตให้เลื่อมใสทันใดนั้นเทวโลกปรากฏขึ้นแก่ท่าน กล่าวคือ มีภาพนิมิตที่ปรากฏเป็น สวนนันทวัน สวนจิตรลดาวันวนมิสกวัน สวนปารุสกวัน และวิมานทั้งหลาย และเหล่านางฟ้าฟ้อนรำ มารายล้อมท่านไว้

ท่านจึงกล่าวว่า "หลีกไปเถิดโ ณะ หลีกไปเถิดโสณะ"

พระโสณะประหลาดใจ จึงถามว่า "อะไรหรือหลวงพ่อ"

พระหลวงพ่อ จึงกล่าวว่า "หญิงเหล่านี้ คือ โยมผู้หญิงของคุณ กำลังมา"

        ซึ่งหมายถึงเหล่านางฟ้าที่มาปรากฏให้เห็น และเข้าใจว่าคงเป็นญาติโยมที่เป็นหญิงของพระโสณเถระกำลังมา

        พระโสณเถระจึงดีใจว่า บัดนี้ สวรรค์ปรากฏแก่หลวงพ่อแล้ว นั่นหมายความว่า คตินิมิตที่เกิดขึ้นหลังจากการบูชาเจดีย์ เป็นนิมิตที่ดีและจะนำหลวงพ่อไปสู่สุคติอย่างแน่นอน

        จากเรื่องนี้ แสดงให้เห็นว่า แม้บุคคลนั้นจะอยู่ในเพศนักบวชก็สามารถทำหน้าที่กัลยาณมิตรต่อบิดาได้ โดยท่านได้ชักชวนบิดามาบวช และก่อนจะตายก็ได้พามาสักการบูชาเจดีย์เพื่อให้มีคตินิมิตที่ดีหรือเพื่อให้จิตใจของบิดารำลึกนึกถึงแต่ภาพที่ตนเองทำดี จากเรื่องนี้ ยังแสดงให้เห็นว่า ความเป็นกัลยาณมิตรนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งสามารถแนะนำหรือชี้ทางสว่างแก่ชีวิตได้ แม้ขณะกำลังจะละจากโลกก็ตาม

 

จากหนังสือ DOU

วิชา DF 101 การทำหน้าที่กัลยาณมิตรเบื้องต้น 

กลุ่มวิชาการทำหน้าที่กัลยาณมิตร