ขันติ.. เป็นตบะอย่างยิ่ง

วันที่ 12 มค. พ.ศ.2557

ขันติ เป็นตบะอย่างยิ่ง

 

ขันติ...เป็นตบะอย่างยิ่ง
 

ในความกล้าหาญ  มุ่งมั่นที่จะทำความดี  ต้องมีความเสียสละและอดทน  เหมือนการเดินธุดงค์ธรรมชัยเพื่อประกาศพระศาสนาของพระภิกษุจำนวน 1,129 รูป  ตั้งแต่วันที่  2-28  มกราคม  พ.ศ 2557 ซึ่งเป็นปีที่  3 ของการเดินธุดงค์ธรรมชัย  ตั้งแต่ต้องอดทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ  ท่ามกลางแสงแดดแผดเผา เดี๋ยวหนาว  เดี๋ยวร้อน  บางวันฝนตกลงมาให้ชุ่มฉ่ำเย็นบ้าง

อดทนต่อความเจ็บไข้ได้ป่วย  ระหว่างเดินธุดงค์พระภิกษุหลายรูปเดินจนฝ่าเท้าระบมเป็นแผล  เจ็บป่วยเป็นไข้หวัด  แต่ท่านก็ยังสู้ทนเดินธุดงค์  ตราบถึงวันที่ 28 มกราคม พ.ศ 2557 รวมเวลา 27 วัน เพื่อปักธงค์ชัยพระพุทธศาสนา

อดทนต่อความลำบากตรากตรำ  อดทนต่อความหิวโหย  ฉันภัตตาหารมื้อเดียว  คือมือเช้า ประมาณ 7:30 น. นที่พักระหว่างทางเท่าที่เจ้าหน้าที่จัดให้เท่านั้น  แต่ต้องเดินธุดงค์ตั้งแต่เช้าไปจนถึงเวลาประมาณ 17:00 น. จึงจะหยุดพักฉันน้ำปานะ  ที่สาธุชนญาติโยมนำมาถวาย ในเวลาเย็นก็ปักกลดสวดมนต์นั่งบำเพ็ญเพียรภาวนา หวังกระทำพระนิพพานให้แจ้ง

ระหว่างที่เดินธุดงค์ในแต่ละวัน  มือขวาและไหล่ขวาต้องแบกกลดไว้บนบ่าตลอดเวลา  โดยไม่เปลี่ยนมือ  ท่านก็ต้องอดทนต่อความเจ็บระบมของไหล่ขวา  เพราะเส้นทางเดินธุดงค์แต่ละช่วงยาวไกลกว่า 10  กิโลเมตร

อดทนเพื่อเผาผลาญประหารกิเลสในตัว  คือ  ความโลภ  ความโกรธ  และความหลง  หากไม่มีตบะ ขันติธรรม  ยากที่จะเผาผลาญประหารกิเลสได้  ทุกก้าวย่างต้องอดทน  นิ่งสงบ  ระงับกิเลสทุกวิถีทาง สำรวมกายวาจาใจ  ให้เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาของมหาชนที่มาน้อมต้อนรับ  ด้วยการโปรยดอกดาวรวยหรือดาวเรืองสีทองเหลืองอร่ามงดงาม


เพื่อให้สาธุชนได้บุญจากการน้อมบูชาพระสงฆ์ซึ่งเป็นองค์คุณแห่งพระรัตนตรัย  ผลแห่งบุญนำไปได้เกิดในตละกูลสูง  เป็นสัมมาทิฐิ  เป็นที่ยกย่องนับถือของผู้คนในสังคม


เป็นถนนสายสันติภาพของแผ่นดิน  ให้ชาวโลกได้ทัศนาเห็นวิเศษ  เห็นแล้วแรงศรัทธา  เชื่อมั่นในอานุภาพทาน  บุญกุศล  เกิดความละอาย  เกรงกลัวบาป  มองเห็นหนทางแห่งสันต์สุขที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินไทย  หากเป็นชายก็ปราถนาที่จะบวชเป็นพระภิกษุสืบทอดอายุพระศาสนา  สักครั้งหนึ่งในชีวิต

และยังเป็นการหยุดนิ่ง  เพื่อหล่อหลอมรวมใจมหาชนให้เป็นหนึ่งเดียวในหนทางธรรมะ  หยุดใจสงบระงับจากกิเลศ  หยุดกายจากความเร่าร้อน  ความชั่วทั้งหลาย

อดทนต่อเปลวแดดที่แผดเผา  ความเหนื่อยล้าในแต่ละก้าว  ย่ำยี่บีทากิเลศในตัวด้วยเท้าเปล่าด้วยใจที่รวมหยุดนิ่ง  ไม่หวั่นไหว  เจริญสมาธิภาวนา  วางใจนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกาย  จรดใจกลางองค์พระภายในไม่ถอนถอย  กายเคลื่อนไหว  แต่ใจหยุดนิ่งใสสว่าง  จนกิเลสไม่สามารถครอบงำได้

ความอดทน  จึงเป็นตบะอย่างยิ่ง  ที่จะทำให้เป็นผู้ที่มีทั้งขันติบารมี  วิริยบารมี  ศีลบารมี  เนกขันบารมีและปัญญาบารมี  ซึ่งเป็นรากฐานนำไปสู่ความเต็มเปี่ยมบารมี ทั้ง 10ทัศ  เอาชนะกิเลสมาร ได้ในที่สุด

 

บทสารคดี  รัตนวนาลี