ยังจำได้ไหม.. คืนเดือนเพ็ญ ปี ๒๔๖๐

วันที่ 15 มค. พ.ศ.2557

 

ยังจำได้ไหม.. คืนเดือนเพ็ญ ปี ๒๔๖๐

 

       ในพรรษาที่ ๑๑ พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ พระมงคลเทพนุนี (สด จนฺทสโร) พระผู้ปราบมาร ท่านได้ไปจำพรรษา ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ พ.ศ. ๒๔๖๐ ท่านตั้งใจที่จะกระทำความเพียรอย่างอุกฤษฏ์ตั้งแต่เช้าตรู่ 

 

…เนื่องจากท่านดำริว่า “เราบวชมาจวนจะครบ ๑๒ พรรษาแล้ว วิชชาของพระพุทธเจ้า เรายังไม่ได้บรรลุเลย ทั้งๆ ที่การศึกษาของเราก็ไม่เคยขาดเลยสักวัน  ทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ  อย่ากระนั้นเลย  เราควรจะรีบกระทำความเพียรให้รู้เห็นของจริงในพระพุทธศาสนาเสียที”

 

…เมื่อกลับจากบิณฑบาตแล้ว ท่านก็รีบจัดการภารกิจต่างๆ ให้เรียบร้อย เพื่อจะได้ไม่มีเรื่องกังวลใจ จากนั้นจึงได้เจริญภาวนาในพระอุโบสถ โดยตั้งใจว่าหากไม่ได้ยินเสียงกลองเพล  จะไม่ยอมลุกจากที่  เมื่อตั้งใจแล้วก็หลับตาภาวนา  “สัมมา อะระหัง” เรื่อยไป  จนกระทั่งความปวดเมื่อยเริ่มทวีขึ้นเป็นลำดับ  อาการกระสับกระส่ายเริ่มติดตามมา จิตก็ซัดส่ายกระวนกระวาย  จนเกือบจะหมดความอดทน  แต่เมื่อได้ตั้งสัจจะไว้แล้ว ท่านจึงทนนั่งต่อไป  เมื่อไม่สนใจความปวดเมื่อยของสังขาร  ในที่สุดใจก็ค่อยๆ สงบลงทีละน้อย แล้วรวมหยุดเป็นจุดเดียวกัน  เห็นเป็นดวงใส บริสุทธิ์ ขนาดเท่าฟองไข่แดงของไก่  ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกาย  ใจชุ่มชื่น เบิกบานอย่างบอกไม่ถูก

 

…เย็นวันนั้น หลังจากได้ฟังพระปาฏิโมกข์พร้อมกับเพื่อนสหธรรมิกแล้ว พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ได้รีบทำภารกิจส่วนตัว  สรงน้ำให้ร่างกายสดชื่นดีแล้ว  จึงเข้าไปในพระอุโบสถแต่เพียงรูปเดียว  เมื่อกราบพระประธานแล้ว  ก็ได้ตั้งสัตยาธิษฐานว่า 

 

…“ขอให้พระพุทธองค์ทรงพระเมตตา  โปรดประทานธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้วแก่ข้าพระพุทธเจ้า แม้จะเป็นเพียงส่วนน้อยนิดก็ยินดี  

 

… ถ้าหากการบรรลุธรรมของข้าพระองค์ฯ จักเกิดโทษแก่พระศาสนา  ก็ขออย่าได้ทรงประทานเลย  

 

… แต่ถ้าจะเป็นคุณแก่พระศาสนาแล้ว  ขอได้โปรดประทานแก่ข้าพระองค์ฯ ด้วยเถิด  ข้าพระพุทธเจ้าจะขอรับเป็นทนายพระศาสนาต่อไปจนตลอดชีวิต”

 

… เมื่อได้ตั้งสัตยาธิษฐานแล้ว  พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ก็เริ่มนั่งหลับตา  ขณะนั้นมดที่อยู่ในช่องแผ่นหินที่ท่านนั่ง  กำลังไต่ขึ้นมารบกวน  ท่านจึงหยิบขวดน้ำมันก๊าดขึ้นมา เพื่อจะทารอบบริเวณที่ท่านนั่งเพื่อกันมด แต่แล้วก็คิดได้ว่า  “ชีวิตของเรา  เราได้สละแล้วเพื่อการบำเพ็ญเพียร  แต่เหตุไฉนจึงยังกลัวมดอยู่อีก”  จึงวางขวดน้ำมันก๊าดลงแล้วเจริญกัมมัฏฐานต่อไป

 

… จนถึงยามดึกจึงได้เริ่มเห็นดวงปฐมมรรค หรือดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ เมื่อได้รู้เห็นธรรมะแล้วท่านจึงได้เข้าใจว่า 

 

… “พระธรรมนี้เป็นของลึกซึ้งยิ่งนัก ยากที่มนุษย์จะเข้าถึง 
การจะเข้าถึงได้นั้น จำ, เห็น, คิด, รู้ ต้องหยุดเป็นจุดเดียวกัน 
เมื่อหยุดแล้วจึงดับ  เมื่อดับแล้วจึงเกิด  ถ้าไม่ดับก็ไม่เกิด 
นี่เป็นของจริง ของจริงต้องอยู่ตรงนี้  ถ้าไม่ถูกส่วนนี้เป็นไม่เห็นเด็ดขาด”

 

… เมื่อมองเรื่อยไปก็เห็นดวงใหม่ผุดซ้อนขึ้นมาแทนที่ดวงเก่า  แต่ใสสว่างมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดก็เห็นกายต่างๆ ไปตามลำดับจนกระทั่งถึง “ธรรมกาย”

 

             วันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๒ มาถึงแล้วในวันนี้..ขณะที่พระธุดงค์ธรรมชัย เส้นทางพระผู้ปราบมาร กำลังปฏิบัติธุดงค์วัตร ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียงกันอยู่ มากถึง ๑๑๒๙ รูป เราทุกคนละ...กำลังทำอะไรกันอยู่หนอ?

 

             ฉะนั้น..จงเตรียมพร้อม ตั้งใจกลั่นกาย วาจา ใจ ของเราทุกคนให้สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส เพื่อรองรับธรรมอันบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นของจริงภายในกายเรา ณ ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ ของเรากันเถิดหนา..เพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายภายในกันทุกคน..ทุกท่าน เทอญฯ

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร