อย่ามัวแต่จ้องจับผิดผู้อื่น..

วันที่ 20 มค. พ.ศ.2557

อย่ามัวแต่จ้องจับผิดผู้อื่น..

 

อุชฺฌตฺติพลา พาลา นิชฺฌตฺติพลา ปณฺฑิตา
คนพาลมีความเพ่งโทษเป็นกำลัง
บัณฑิตมีความไม่เพ่งโทษเป็นกำลัง

 

บางคนแสวงหาความดีใส่ตนด้วยการจ้อง “จับผิด” ผู้อื่น จ้อง “ติติง” ผู้อื่นอยู่เสมอ

นั่นไม่ใช่วิสัยของคนดี และสิ่งนั้นก็ไม่ใช่ความดี

สังเกตที่ใจ ยิ่งจับผิด ยิ่งเพ่งโทษ ยิ่งติติง ยิ่งทุกข์ร้อน
ความทุกข์ร้อนเกิดขึ้นในใจผู้นั้นก่อน เสมือนจับกองไฟ
เผาไหม้ตัวเอง เห็นกองไฟเมื่อใดเป็นต้องไขว่คว้าเข้าหาตัว
เมื่อนั้น ใจจึงอุดมไปด้วยไฟ แล้วความสุขใจจะบังเกิดขึ้นได้อย่างไร

ผู้เป็นบัณฑิตจึงไม่ติทุกเรื่อง ไม่ติทุกอย่าง ไม่ติทุกเวลา
ติเท่าที่จำเป็น ติเป็นบางเรื่อง ติเป็นบางอย่าง ติบางเวลา
และที่สำคัญที่สุด จะติเมื่อเกิดประโยชน์เท่านั้น

บัณฑิตจะพยายามไม่เพ่งโทษใคร ไม่คอยจับผิดใคร
ตรงกันข้ามบัณฑิตจะคอยเพ่งโทษตัวเอง จับผิดตัวเอง
จับดีผู้อื่นอยู่เป็นนิจ เหมือนถอนวัชพืชออกจากใจ
นำดอกไม้ภายนอกมาปลูกไว้กลางใจ

ในใจของบัณฑิต จึงอุดมไปด้วยบุปผานานาพรรณ
หอมฟุ้ง อบอวล สวยสด งดงาม ตลอดเวลา

 

                                     จับแต่ผิด         มีสิทธิ์จับ          แต่กลับผิด
                                     พาลมีฤทธิ์       เพราะจับผิด      เก่งนักหนา
                                     จับแต่ผิด         เลิกเถอะนะ       เสียเวลา
                                     กลับกายา        กลับจิตใจ         จับดีเอย