การเจริญภาวนา

วันที่ 14 กพ. พ.ศ.2557

 

 

 

การเจริญภาวนา

.....เป็นเหตุให้เกิดการตรัสรู้ธรรมของพระพุทธเจ้า หากไม่ประกอบเหตุคือการเจริญภาวนา ผลคือการตรัสรู้ธรรมย่อมไม่มี ดังนั้นการเจริญภาวนาหรือพูดสั้นๆ ว่า  การนั่งสมาธิจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้หวังความสุข ความหลุดพ้นเป็นอย่างยิ่ง ผู้ไม่นั่งสมาธิได้ชื่อว่าประมาทที่สุด  เพราะหากไม่เข้าถึงกายธรรมอรหัตเป็นพระอรหันต์  ก็ตกเป็นบ่าวเป็นทาสกิเลสตลอดไป

.....ผู้ไม่นั่งสมาธิ  ได้ชื่อว่าประมาท  ขอยกไว้  แม้ผู้นั่งสมาธิแล้ว   ก็ยังได้ชื่อว่าประมาทอยู่  หากมีลักษณะ ๑๑ ประการดังนี้

๑. ไม่ทำกิจโดยเคารพ  คือ  นั่งสมาธิไปอย่างนั้นๆ  ไม่ศึกษาว่าทำถูกวิธีหรือไม่  ทำผิดก็คิดว่าทำถูก  ทำน้อยก็คิดว่าทำมาก  จึงได้รับผลไม่เต็มที่

๒. ไม่ทำติดต่อกัน  คือ  นั่งสมาธิแบบเดี๋ยวจริง  เดี๋ยวหย่อน  เหมือนธารน้ำที่ไม่เชื่อมต่อกัน

๓. ทำๆ หยุดๆ คือ นั่งสมาธิไปช่วง  เลิกนั่งไปช่วง  เหมือนกระแตที่วิ่งๆ  หยุดๆ   แม้ช่วงที่ได้นั่งสมาธิจะได้ผลอย่างดี  แต่หากทำๆ หยุดๆ  แล้วก็ยากที่จะเอาดีได้   เหมือนนักกีฬาที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูง  หากซ้อมบ้างไม่ซ้อมบ้าง  ก็ยากที่จะก้าวไปสู่ความเป็นเลิศได้

๔. ทำอย่างท้อถอย  คือ  นั่งสมาธิเหมือนคนซังกะตาย   เหมือนลูกจ้างที่ทำงานไม่เต็มแรง

๕. ทอดฉันทะ  คือ  ทำแบบเลื่อนลอย  ทำแบบหมดรัก “ความรัก”  จะก่อเกิดพลังไม่รู้จบ  โดยเฉพาะ  “ความรักในการนั่งสมาธิ”  จะก่อเกิดพลังอันน่าอัศจรรย์

๖. ทอดธุระ  อาการหนักกว่าทอดฉันทะ  คือ  ไม่สนใจทำแล้ว

๗. ไม่ติด  คือ   ทอดธุระแล้วก็ชะล่าใจ  ชักนั่งสมาธิไม่ติดแล้ว  ผุดลุกผุดนั่ง

๘. ไม่คุ้น  คือ  พอทิ้งไปมากเข้าบ่อยเข้า  ครั้นมานั่งสมาธิอีก  ก็เหมือนมาเริ่มต้นใหม่   เหมือนไม่เคยนั่งสมาธิมาก่อน  รู้สึกอึดอัดขัดข้องไปหมด   ก็ต้องอดทน  อดทน  แล้วก็อดทน  ก็จะดีขึ้นไปเรื่อยๆเอง   ไม่ควรท้อถอยหรือหมดกำลังใจ

๙. ไม่ทำจริงๆ  จังๆ  คือ ทำแบบเช้าชามเย็นชาม  ทำพอได้ชื่อว่าทำ

๑๐.ไม่ตั้งใจทำ  คือ  ทำแบบถูกบังคับให้นั่ง   ทำแบบไม่คิดจะเอาดี  อันที่จริงจะตั้งใจนั่งสมาธิกับไม่ตั้งใจ  ช่วงเวลานั้นก็ใช้เวลาเท่ากัน  ไหนๆ จะต้องเสียเวลาแล้ว  ก็น่าจะทำให้ดีที่สุด

๑๑.ไม่หมั่นประกอบ  คือ  นานๆทำที  ทำทีก็ทำแต่น้อย  เช่น  นั่งสมาธิปีละ ๓ ครั้ง  ครั้งละ  ๑๐  นาที  เป็นต้น  พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราสันโดษในปัจจัย ๔  แต่ไม่ใช่สันโดษในการสร้างความดี  ความดีเป็นสิ่งที่เราต้องสร้างเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  เหมือนทะเลไม่อิ่มด้วยน้ำ  บัณฑิตไม่อิ่มด้วยความดี  โดยเฉพาะความดีที่เกิดจากการนั่งสมาธิเจริญภาวนา

.....ความประมาททั้ง  ๑๑  ประการนี้  จะค่อยๆ บั่นทอนความดีจากการนั่งสมาธิไปเรื่อยๆ  จนเราหมดกำลังใจที่จะทำต่อไป  ดังนั้น  จึงควรเร่งตรวจสอบตนเองและหมั่นฝึกใจให้ไม่ประมาท