สมาธิคือคำตอบของชีวิต

วันที่ 11 มีค. พ.ศ.2557

สมาธิคือคำตอบของชีวิต

 

สมาธิคือคำตอบของชีวิต  


      คำสอนสรุปในพระพุทธศาสนา  คือ ทาน  ศีล  ภาวนา  แต่สมาธิภาวนา  คือสุดยอดวิชชา  ที่จะทำให้รู้แจ้งกระจ่างใจจนสิ้นความลังเลสงสัย
      เพราะกว่าเราจะเข้าใจว่า  การให้ทานทำให้มีโภคทรัพย์สมบัติ  ร่ำรวยเงินทอง  ยิ่งให้ยิ่งได้หมายความว่าอย่างไร  อาจต้องใช้เวลาเป็นปีหรือหลายปี
      กว่าจะอดทน  รักษาศีล  5  ให้บริสุทธิ์ได้  กว่าจะซึ้งแก่ใจว่ารักษาศีล  แล้วทำให้อายุยืน  ร่างกายไม่พิกลพิการ  หล่อ  สวย  สง่างาม  ก็ต้องทำความเข้าใจนานเป็นปีเช่นกัน  บางคนอาจคิดเลยไปไกลว่า  ในสังคมยุคปัจจุบันนี้ถ้าต้องรักษาศีล  5  คงประกอบอาชีพทำมาหากินยาก  แต่ละอาชีพต้องเสี่ยงต่อการทำผิดศีล  5  ทั้งนั้น  ไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่ง
      แต่สมาธิภาวนา  เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย  ทำได้ทันที  ทำได้ทุกคนยกเว้นคนจิตประสาท   และไม่เกี่ยวกับ  เชื้อชาติ  ศาสนา  ใช้เวลาทำสมาธิเพียง  1  ชั่วโมง  ก็รู้ซึ้งแก่ใจว่า  สมาธิคือคำตอบของชีวิต  ที่เราแสวงหามานาน  ขอเพียงทำให้ถูกวิธีคือทำใจให้เป็นสมาธิอยู่ตรงกลางท้อง  ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ 7 เหนือสะดือขึ้นมา  2  นิ้วมือ  ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งดั้งเดิมของใจ  จิตที่เป็นสมาธิอยู่ตรงศูนย์กลางกาย  จะทรงอนุภาพมากที่สุดที่เรียกกันว่า “จิตตานุภาพ” ทำอะไรก็สำเร็จดั่งใจนึก  ที่สำคัญ  จิตที่นิ่งตั้งมั่นตรงศูนย์กลางกาย  จะเป็นจิตที่มีทั้งพลังอานุภาพและความสงบสุขรวมอยู่ด้วยกัน  คนที่ใจเป็นสมาธิอยู่คนเดียวก็มีความสุข  อยู่ร่วมกับคนอื่นก็ไร้ปัญหา  ใจจับอยู่กับความสุขภายใน  มากกว่าไปจับผิดคิดระแวงผู้อื่น
      เมื่อใจเป็นสมาธิระดับเบื้องต้น  จะรู้สึกอารมณ์สบายผ่อนคลาย  แต่ตื่นตัวอยู่เสมอ  ความคิดอ่านถูกจัดเป็นระบบระเบียบ  มีความจำที่แม่นยำมากขึ้น
      เมื่อนั่งสมาธิอย่างต่อเนื่องทุกวัน  อย่างน้อยวันละ  1  ชั่วโมง  ใจถูกกลั่นด้วยสมาธิให้ใสบริสุทธิ์  สะอาด  จะเกิดหิริโอตตัปปะ  คือความละอายเกรงกลัวบาปขึ้นในใจ  ขึ้นชื่อว่าความชั่วบาปกรรม  แม้ไม่มีใครรู้เห็นก็ไม่กล้าทำ  เริ่มตั้งใจรักษาศีลโดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ  รู้คุณค่าของการให้และแบ่งปันว่ายิ่งใหญ่เพียงไหน  เข้าใจกลไกลการทำงานของบุญบาป  
ระดับหนึ่ง  อย่างน้อยก็รู้ว่าเมื่อใดใจที่ขุ่นมัว  บาปเกิดขึ้นแล้ว  เมื่อใดที่ใจผ่องใส  เมื่อนั้นความสุขหรือบุญหรือพลังงานบริสุทธ์เกิดขึ้น  เราสามารถสัมผัสได้ด้วยตนเอง
     ยามใดที่ใจหมองขุ่นมัว  เราจะรู้สึกว่ากายใจไร้แรงไร้พลังทั้งที่ไม่ได้เจ็บป่วยออะไร
      ยามใดที่ใจเป็นสมาธิใสบริสุทธิ์  เราจะรู้สึกมีความสุขเหลือเฟือ  จนอยากแบ่งปันความสุขให้กับทุกคนในโลก
      เมื่อใจเป็นสมาธิถึงระดับที่เข้าถึงธรรมภายในได้  คือใจจะหยุดนิ่งแน่น  มั่นคง  ตรงศูนย์กลางกายได้ยาวนานขึ้นเป็นชั่วโมงหรือตลอดทั้งวัน  ใจจะถูกสมาธิกลั่นให้ใสเป็นดวงสว่างขึ้นมา  เรียกว่าดวงปฐมมรรค  ต้นทางไปสู่นิพพาน  ในกลางดวงปฐมมรรคก็จะเห็นทางสายกลาง “มัชฌิมาปฏิพทาภายใน” หากดำเนินจิตถึงจุดนี้ได้  ความลังเลสงสัยในเรื่องโลกนี้โลกหน้าบาปบุญสิ้นไปจากใจ  เหลือเพียงความเพียรสุทธิ์  ที่จะทำให้จิตหลุดพ้นจากอาสวกิเลส  รู้ว่าดำเนินจิตมาถูกทางแล้ว  ได้พบความสุขเสรีที่ไร้ขอบเขต  ด้วยการจรดใจนิ่งอยู่ตรงศูนย์กลางกายได้ตลอดเวลา  มีความสุขทุกนาทีทั้ง  นั่ง นอน ยืน เดิน เรียนหนังสือหรือทำงาน  เพียงทำใจให้เป็นสมาธิอยู่ตรงศูนย์กลางกายเท่านั้น  ง่ายแต่ลึกซึ้ง  สุขสดชื่นเกินคำบรรยาย
 

 บทสารคดี  รัตนวนาลี
25/02/2557